เปิดตัวออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในไทย สำหรับมือถือสเปคกลางรุ่นใหม่อย่าง vivo V70 มือถือซีรีส์ยอดฮิตรุ่นล่าสุด ที่ยังคงมีจุดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพ และยังคงจับมือพัฒนาร่วมกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง ZEISS เช่นเคย ช่วยให้ถ่ายรูปคนออกมาได้สวยเนียน
และรอบนี้ก็ยังเพิ่มความจุแบตให้มากขึ้น เพื่อการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าเดิม แต่ก็ยังคงมีดีไซน์ที่บางเบาเอาไว้ได้ ในราคาเริ่มต้น 15,999 บาทเท่านั้น วันนี้เราเลยจะมารีวิว vivo V70 กันว่าสเปคจริงๆ เป็นยังไง มีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง และจากการลองเอาไปถือใช้งานจริงจะเวิร์กแค่ไหน ตามมาดูกันได้เลย
- กล้องหน้าและกล้องหลัง
- ดีไซน์และหน้าจอ
- ประสิทธิภาพการทำงาน และเล่นเกม
- สเปคเต็ม
- ราคาและการวางจำหน่าย
- สรุปรีวิว
กล้อง ZEISS 50MP ทีเด็ดสายพอร์ตเทรต

เริ่มกันที่ตัวกล้องของ vivo V70 ที่ครั้งนี้มาพร้อมสโลแกน “เสกช็อตลูกรักพระเจ้า” โดยมีสเปคกล้องหลังทำร่วมกับ ZEISS เหมือนเดิม พร้อมความละเอียดกล้องหลัก 50MP ที่มีกันสั่น OIS กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP และกล้อง Super Telephoto 50MP ซูมออปติคอลได้ 3 เท่า โดยมีแฟลชด้านหลังเป็น Aura Light ที่เข้ามาช่วยเพิ่มมิติของแสงให้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 50MP มุมกว้าง 92 องศา และถ่ายวิดีโอได้ 4K 60fps ทั้งหน้าและหลังเลย



พูดถึงการใช้งานจริงถ้าถ่ายทั่วไปอย่างการถ่ายวิว หรือถ่ายแบบ Snapshot อันนี้ทำออกมาได้สวยคมชัดอยู่แล้วแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม ส่วนการถ่ายพอร์ตเทรต หรือการถ่ายภาพคนที่รุ่นนี้เน้นมาให้เป็นหลัก ก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้สวยครบทุกระยะทั้ง 85 มม. และ 100 มม. ที่ถ่ายละลายหลังออกมาได้เป็นธรรมชาติสุดๆ หรือถ้าไม่อยากถ่าย Bokeh และอยากให้ภาพคมชัดทั้งภาพก็ยังเก็บรายละเอียดได้ดีมากทีเดียว ส่วนอีกระยะจะเป็นซูม 10x เอาไว้ถ่ายระยะไกลอย่างในคอนฯ ได้เลย



นอกจากการถ่ายทั่วไปหรือพอร์ตเทรตด้วยกล้องหลังปกติแล้ว การเปิดแฟลช Aura Light เพื่อเติมแสงให้ตัวบุคคลของ vivo V70 รุ่นนี้จะเหมือนเป็นการเติมแสงที่ปรับให้องค์ประกอบภาพเป็นธรรมชาติกว่าเดิม ที่น่าสนใจก็คือตัวกล้องหน้าที่ถ่ายเซลฟี่ได้คมไม่แพ้กล้องหลัง ไม่ว่าจะถ่ายปกติหรือว่าจะถ่ายละลายหลังก็ทำได้สวยๆ เลย



ฟีเจอร์กล้องของ vivo V70 รุ่นนี้ยังมีโหมดกล้องฟิล์มที่เพิ่มการถ่ายให้สนุกมากขึ้น พร้อมกับตัว AI รีทัชที่สามารถลบคน ปรับองค์ประกอบภาพ และการเปลี่ยนสภาพอากาศ หรือ AI ปรับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนทั้งภาพให้กลายเป็นเมืองหิมะ ทะเลทราย และอื่นๆ ได้แบบง่ายๆ อันนี้ก็เป็นฟีเจอร์สำหรับคนที่อยากได้ลูกเล่นการปรับแต่งในการถ่ายรูปให้ดูมีอะไรให้เล่นมากขึ้นได้แหละ แถมทำได้เนียนดีด้วย
ดีไซน์ใหม่จับถนัดมือ พร้อมจอแบนสว่างสู้แดด

สำหรับดีไซน์และหน้าตาของ vivo V70 รุ่นใหม่นี้ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลย จากเดิมที่เป็นขอบบางจอโค้ง ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นอะลูมิเนียมขอบแบนมุมโค้งที่บางสุดเพียง 7.40 มม. ในรุ่นสีดำ แต่ถ้าเป็นสีอื่นจะบาง 7.59 มม. รวมถึงน้ำหนักที่ต่างกันนิดหน่อยด้วย แต่จากการใช้งานจริงที่ถือเล่นทุกสีแล้วก็ไม่ได้ต่างกันจนรู้สึกได้ขนาดนั้น นอกการจับถือที่เปลี่ยนไปแล้ว ตัวโมดูลกล้องหลังเอง ก็เปลี่ยนจากทรงแคปซูลเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่เข้ากับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี แถมยังได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 จะโดนฝน โดนน้ำสาด หรือเผลอทำตกน้ำก็รอดตายแน่นอน

สิ่งที่พิเศษไปกว่าสีอื่นๆ ของ vivo V70 ก็คือสี Golden Hour ที่ฝาหลังจะมีลวดลายเหมือนช่วงเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน หรือก่อนขึ้นที่เรียกกันตามชื่อสีนี่แหละ โดยในครั้งนี้ทาง vivo ก็ได้ทำร่วมกับ POP MART ZSIGA ด้วยการเพิ่มลูกเล่นหน้าจอล็อคเป็นลายน้อง ZSIGA มาวิ่งเล่นอยู่ด้วย ส่วนสีอื่นจะมีสีเทา Alpine Gray และสีดำ Authentic Black ที่เป็นสีเรียบๆ แบบผิวด้าน ด้านบนมีไมค์ตัดเสียงและ IR ด้านขวาจะเป็นปุ่มทั้งหมดคือ เพิ่ม-ลดเสียง และ Power ส่วนด้านล่างมีถาดใส่ซิม พอร์ตแบบ USB-C พร้อมไมค์ข้างๆ และลำโพงที่ถัดไปอีกที

ตัวหน้าจอของ vivo V70 ครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน จากการปรับเปลี่ยนมาเป็นจอแบนแบบ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้วขนาดกำลังดี ถือเล่นมือเดียวได้สบายๆ สีสันคมสวยงามด้วยความละเอียดสูง 1.5K ไถหน้าจอได้ลื่น 120Hz แต่จุดที่ต้องให้เขาเลยก็คือความสว่างหน้าจอที่ดันได้สูงสุดถึง 5000 nits เอาไปยืนเล่นกลางแดดเปรี้ยงๆ ก็ยังมองเห็นจอชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้จอแบบ 3D Ultrasonic ที่ปลดล็อกได้รวดเร็ว ไม่ว่านิ้วจะเปียกเหงื่อหรือเพิ่งล้างมือมาก็สแกนติดง่ายมาก
สเปคแรงสะใจ เล่นเกมลื่น ใช้งานได้ยาวๆ

มาดูที่ประสิทธิภาพการใช้งาน และการเล่นเกมกันบ้าง ที่ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะเป็นรุ่นสเปคกลางที่เน้นการถ่ายรูปเป็นหลัก แต่ด้วยชิป Snapdragon 7 Gen 4 ที่เรื่องความแรงและการจัดการความร้อนทำได้ดีเยี่ยม ทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5X ที่มีให้เลือกถึง 12GB และความจุ UFS 4.1 ขนาดสูงสุด 512GB โหลดแอป เปิดเกมได้ไวทันใจแน่นอน และจากการที่ได้ลองเล่นเกมดังๆ แนว MOBA อันนี้ปรับระดับสูงยังเล่นได้สบาย แต่ถ้าเป็นเกม Open World กินสเปคหนักๆ อันนี้เล่นแรกไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิน 30 นาทีอาจมีเครื่องอุ่นและสะดุดบ้างนิดหน่อย ถ้าไม่ได้ปรับกราฟิกสูงๆ ก็เล่นได้ไม่มีปัญหาเลย

อีกอย่างที่ทำให้ vivo V70 รุ่นนี้น่าสนใจมากในราคาระดับกลางนี้ก็คือตัวแบตเตอรี่ ที่รุ่นนี้ยัดแบตเตอรี่เทคโนโลยี BlueVolt มาให้ถึง 6500mAh ในตัวเครื่องที่บางเฉียบ ซึ่งความจุระดับนี้คือใช้งานหนักๆ เล่นเกม ดูซีรีส์ ถ่ายรูปได้ยาวๆ ตลอดทั้งวันได้เลย เพราะจากที่ได้ลองใช้งานจริงเล่นเกมต่อเนื่อง 1-2 ชั่วโมง และสแตนบายไว้เฉยๆ หรือถ้ายรูปทั่วไปด้วยก็ยังอยู่ได้เต็มวัน และยิ่งถ้าไม่ได้ใช้งานหนักก็อยู่ได้ข้ามไปถึง 2 วันได้เลย โดยรุ่นนี้จะรองรับการชาร์จไวที่ 90W เสียบสายทิ้งไว้แป๊บเดียว แบตก็กลับมาเต็มพร้อมลุยต่อแล้ว
สรุปสเปคเต็ม vivo V70
- ขนาดและน้ำหนัก: 157.52 × 74.33 × 7.40 มม. (สีดำ) 7.59 มม. (สีทองและเทา)/ 187 กรัม (สีดำ) 194 กรัม (สีทองและเทา)
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว 1.5K (2750 × 1260 พิกเซล)
- Refresh Rate 120Hz
- สว่างสูงสุด 5,000nits
- ชิปประมวลผล: Snapdragon 7 Gen 4 | GPU: Adreno 722
- RAM: 8GB/ 12GB (LPDDR5X) | ROM: 256GB / 512GB (UFS 4.1)
- กล้องหลัง 3 ตัวร่วมกับ ZEISS ความละเอียด
- เลนส์หลัก 50MP (𝑓/1.88)/ IMX766/ OIS
- เลนส์อัลตร้าไวด์ 8MP (𝑓/2.2)/ OV08F10
- เลนส์เทเลโฟโต้ 50MP (𝑓/2.65)/ IMX882/ ซูมออปติคอล 3x
- วิดีโอ: 4K
- กล้องหน้าความละเอียด: 50MP (𝑓/2.0)/ S5KJN1SQ03/ 92°/ ซูม 0.8x–2x
- การเชื่อมต่อ: 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, USB-C 2.0, OTG, NFC
- รองรับ 2 nano SIMs
- เซ็นเซอร์: สแกนลายนิ้วมือ 3D Ultrasonic 2.0, ปลดล็อคด้วยใบหน้า
- กันน้ำกันฝุ่น: IP68 & IP69
- ระบบปฏิบัติการ: OriginOS 6 พื้นฐาน Android 16 อัปเดตสูงสุด 4 เวอร์ชัน และความปลอดภัยนานถึง 6 ปี
- แบตเตอรี่ความจุ: 6,500mAh/ 90W
ราคาและการวางขาย
vivo V70 เปิดตัวพร้อมวางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้ง 3 สีได้แก่สีทอง Golden Hour, สีเทา Alpine Gray และสีดำ Authentic Black วางขายแล้วที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่
- RAM 8GB + 256GB: ราคา 15,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 18,499 บาท สั่งซื้อที่ Shopee
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 20,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee
สรุปรีวิว

สรุปความคุ้มค่าจากการที่ได้ลองใช้งานจริงมาเกือบสัปดาห์ ต้องบอกว่าด้วยราคาเริ่มต้นที่ 15,999 บาท ถือว่าเป็นมือถือที่ให้สเปคมาเกินราคาไปพอสมควร ถ้าใครที่อยากได้มือถือเอาไว้ถ่ายรูปเป็นหลัก ไม่ว่าจะถ่ายวิว หรือพกไปดูคอนเสิร์ต หรือชอบถ่ายพอร์ตเทรตต้องบอกว่าเหมาะมากๆ โดยเฉพาะการถ่ายพอร์ตเทรตหรือถ่ายตัวบุคคลที่ทำออกมาได้ดีจริง ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเลนส์ ZEISS ที่เข้ามาช่วยให้การถ่ายนั้นดีขึ้นได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง
ส่วนการใช้งานทั่วไปอย่างการเล่นเกม การเล่นโซเชียลมีเดียทั่วไปไปอันนี้ไม่มีปัญหาเลย ยกเว้นแต่จะเล่นเกมหนักๆ ในอากาศประเทศไทยที่ร้อนมากขนาดนี้ ก็อาจจะทำให้เครื่องร้อนอยู่บ้าง แต่ถ้าเล่นในห้องแอร์ปกติก็แค่อุ่นๆ อีกอย่างที่ชอบก็คือตัวจอที่สว่างมากๆ แม้จะเล่นกลางแจ้งแต่ก็ยังดูจอได้ชัด กับแบตที่อึดเหลือเกิน ใช้ไปเต็มวันยังเหลือกลับมาค่อยชาร์จต่อที่บ้านก็ได้ ใครที่เน้นถ่ายรูป เน้นเสพคอนเทนต์ และอยากได้มือถือดีไซน์สวยจบในเครื่องเดียว รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ตอยโจทย์ได้แน่นอน
