นอกจากตัว Acer Iconia Tab A500 ที่เรารีวิวไปอันที่เเล้วนั้น วันนี้เราก็มีรีวิวเเท็บเล็ต Android 3.0 Honeycomb อีกตัว ผู้ผลิตก็มาจาก Asus ผู้ผลิตฮาร์ดเเวร์บนพีซีเเละโน้ตบุครายใหญ่เจ้าหนึ่ง เเต่เเท็บเล็ต Asus ตัวนี้ไม่ได้มาเเบบธรรมดาๆ เเต่มาเเบบตีลังกาผาดโผน (ฮากริบ) คือมี Keyboard Docking เป็นอุปกรณ์เสริมอีกด้วย เรียกว่าเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานไปเลยทีเดียว ผู้เขียนรีวิวเองก็ไม่เคยสัมผัสเเท็บเล็ต Android ที่ต่อใช้งานกับคีย์บอร์ดมาก่อน ส่วนความรู้สึกในการใช้งานจะเป็นอย่างไร? น่าซื้อมาใช้ไหม? คีย์บอร์ดใช้งานได้สะดวกกว่าจอรึเปล่า? เเล้วถ้าเทียบกับตัว Acer ละ? คำตอบเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในรีวิวครับ : )

Review_ASUS Eee Pad Transformer 1

Hardware

ตัว Asus Eee Pad Transformer ตัวนี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นเพียงตัวทดสอบเท่านั้น ดังนั้นการใช้งานบางอย่างจะไม่สมบูรณ์เลยไม่สามารถทดสอบได้ เเต่ก็เรียกว่าเป็นข้อมูลเอาไว้เลือกซื้อได้ครับ : )

ข้อมูลสเปคของ Asus ตัวนี้ มาเป็นมาตรฐานของ Android เเท็บเล็ตที่เป็น Honeycomb 3.0 ?? คือเป็น Tegra 2 ความเร็ว 1 GHz, หน้าจอมีขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 ที่ถือเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำของ Honeycomb 3.0 เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี ในด้านวัสดุนั้นตัว Transformer ใช้พลาสติกเป็นส่วนใหญ่ เเต่ไม่ใช่พลาสติกที่จับเเล้วดูไม่มีคุณภาพ เเต่ตรงกันข้าม เจ้าเเท็บเล็ตตัวนี้กลับให้ความรู้สึกที่กระชับมือ เพราะพลาสติกทั้งหมดมีรอยพิมพ์เป็นลายไว้ ถ้าใครนึกไม่ออกก็นึกถึงพวกโน้ตบุค Compaq CQ42 ที่เป็นลายเหมือนกันครับ ด้านหลังก็มีโลโก้ของ Asus ชุบเงินจมลงไปด้านล่าง ตัวนี้ไม่มีพอร์ท Micro USB เเต่ใช้ช่องพอร์ทเฉพาะของ Asus เองที่อยู่ด้านล่างของเครื่อง เวลาโอนข้อมูลก็ใช้พอร์ทนี้ครับ

Review_ASUS Eee Pad Transformer 5

Review_ASUS Eee Pad Transformer 7

หน้าจอของ Asus นี้เมื่อเปิดมา สิ่งที่รู้สึกได้อย่างเเรกคือ ภาพสวยมาก การเเสดงสีของจอตัวนี้นั้นมี constrast เเละโทนสีที่ละเอียดเเละชัดเจน ถึงเเม้ว่าในสเปคจะไม่เขียนไว้ เเต่คิดว่าสีของตัวนี้เเสดงผลที่ 24 บิต (16 ล้านสี) อย่างเเน่นอน นอกจากนี้ยังใช้พาเนล IPS อย่างที่ใช้ใน LG Optimus 2X หรือ iPhone 4 ถือว่าให้คุณภาพของสีได้ในระดับเดียวกัน

Review_ASUS Eee Pad Transformer 8

Review_ASUS Eee Pad Transformer 10

สำหรับกล้องของตัวนี้นั้นมีสองตัว ด้านหลังนั้นมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัสเเต่ว่าไม่มีเเฟลชมาให้ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล คุณภาพของภาพไม่ค่อยดีนัก ดูมัวๆ ฟุ้งๆ อยู่เดี๋ยวค่อยไปดูกันในส่วนของกล้องเฉพาะครับ

Review_ASUS Eee Pad Transformer 19

 

 

Review_ASUS Eee Pad Transformer 21

ปุ่มที่ควบคุมการใช้งานส่วนใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายเเละขวา ปุ่มต่างๆนั้นถูกชุบเงิน เมื่อกดเเล้วก็ไม่เเข็งมาก กดง่ายกำลังดี รวมไปถึงลำโพง stereo ซ้ายขวาก็อยู่ตรงด้านข้างของเครื่องอีกด้วย ด้านข้างนั้นวัสดุเป็นโลหะ ไม่เหมือนกับด้านหน้าเเละด้านหลังที่เป็นพลาสติก

Review_ASUS Eee Pad Transformer 15

 

น่าเสียดายตรงที่ว่าตัวเเท็บเล็ตเองนั้นไม่มีพอร์ท USB มาให้โดยตรง (ต้องต่อ dock เอา) เเต่ก็มีพอร์ท HDMI เเละช่องเสียบ micro SD ที่ถอดการ์ดเข้าออกง่ายดี วิธีการใส่หรือถอดเพียงดันการ์ดเข้าไปเท่านั้น

Review_ASUS Eee Pad Transformer 17

ด้านล่างเป็นช่องเอาไว้ต่อกับ Keyboard ตัวเเท็บเล็ตดูไม่หนาเพราะใช้ออกเเบบให้เเท็บเล็ตด้านหลังเว้าเข้าไปเหมือนกับ iPad 2 เเล้วยังทำให้ถือสะดวกขึ้นอีกด้วย ไม่เเน่ว่าอีกหน่อยเราจะเห็นเเท็บเล็ตออกเเบบเป็นเเบบนี้มากขึ้น กระดานชนวนต้องเว้าด้วยถึงจะอินเทรนด์

Review_ASUS Eee Pad Transformer 39

มีปุ่มเล็กๆทั้งสี่จุด เอาไว้เวลาวางเเท็บเล็ต พื้นหลังจะได้ไม่เป็นรอย : )

Review_ASUS Eee Pad Transformer 26

ภาพรวมนั้นตัวเเท็บเล็ตทำออกมาได้ดีมาก เวลาเอาไปเปรียบเทียบเเล้ว คนส่วนใหญ่จะชอบของ Asus? ทั้งๆที่วัสดุของ Acer นั้นเเข็งเเรงมากกว่า เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเพราะโดยรวมของ Asus Transformer ออกเเบบมาได้คลาสสิตเเละดูดีพอตัวทีเดียวครับ เรียกว่า หน้าตาดีเเล้วยังภาพสวยอีกด้วย ความประทับใจเเรกเอาไปเต็มๆ

Review_ASUS Eee Pad Transformer 2

ส่วนเสริมเอาไว้เเปลงร่างนี่ก็คือ Keyboard Dock นี่เอง เอาไว้ต่อเพื่อความหล่อ เเต่ชุดที่เราได้มานั้นเเยกระหว่างตัวเเท็บเล็ตเเละกล่องคีย์บอร์ดอันนี้ ดังนั้นตั้งสมมุติฐานก่อนว่ามันน่าจะขายเเยกกัน ไปหาข้อมูลได้ว่าราคา 150 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 4500 บาท) เเละตัวนี้จะมีเเบตเตอรี่เสริมมาด้วย เเต่ที่เสียดายสุดๆคือ เเบตเตอรี่ตัวที่ได้มาทดสอบนี้ ใช้งานไม่ได้ครับ เลยไม่รู้ว่าอึด 16 ชั่วโมงสมคำคุยหรือเปล่า?

Review_ASUS Eee Pad Transformer 58

ดังนั้นก็เป็นไปตามคาดว่าตัวที่ได้มาทดสอบนั้นไม่มีคีย์ไทยนะครับ ต้องรอ Asus ไทยทำให้ เเต่ดูเเล้ววี่เเววก็คงยากเหมือนกันที่จะเห็นตัวอักษรไทยบนคีย์บอร์ด สังเกตว่าปุ่มหลายๆอย่างถูกเปลี่ยนมาเพื่อใช้งานกับ Android เช่น

  • ปุ่ม Windows ถูกเปลี่ยนมาเป็นปุ่ม Home เเทน
  • ปุ่ม Alt ถูกเเทนด้วยปุ่ม Search เมื่อกดเเล้วจะเป็นการเรียก Google Search โดยอัตโนมัติ
  • ปุ่มคลิกขวาถูกเเทนด้วยปุ่ม Menu บน Android
  • ปุ่ม Esc กลายเป็นปุ่ม Back

นอกจากนี้ปุ่มเเถวบนสุดยังออกเเบบมาเพื่อ Android โดยเฉพาะ ทั้งการเปิดปิดฟังชั่นต่างๆเช่น Wi-Fi, Bluetooth, Brightness, Multitask เเละที่เเจ่มสุดเลยคือปุ่มเเคปรูปจากหน้าจอ ที่ถูกใจคนทำรีวิวมากๆ เพราะปกติ Android นั้นเเคปรูปเเสนยากเย็น รวมไปถึงปุ่มควบคุมไฟล์มีเดียอย่าง Play/Pause, Forward, Backward

Review_ASUS Eee Pad Transformer 28

ปุ่มสีเงินนั้นคือปุ่มล็อก เวลาเราใส่ตัวเเท็บล็ตลงไปปุ่มนี้ก็จะถูกเลื่อนไปอีกด้านเพื่อทำการล็อกอัตโนมัติ ความเเข็งเเรงต้องบอกว่า มันก็เป็นชิ้นส่วนเเยกกัน ถ้าดึงออกเเรงๆก็หลุดได้ ต้องระวังกันนิดนึงนะครับ ^^ ส่วนตัวเเผงด้านหลังนั้นทำจากโลหะสีดำ เเข็งเเรงมากๆ ที่ดูเเล้วประทับใจคือ ภายในช่องโลหะสีดำนั้น มียกำมะหยี่นิ่มๆอยู่ ดังนั้นถอดเข้าถอดออกก็ไม่ต้องกลัวเเท็บเล็ตเป็นรอย ได้ใจเต็มๆเลยอันนี้

 

Review_ASUS Eee Pad Transformer 34

เมื่อต่อ Dock เเล้วเราก็จะได้ USB มาอีกสองพอร์ท เเละมีช่องเปิดเปิดก็เป็นโลหะสีเดียวกับขอบด้านข้าง ตัวยึดน่าจะทำด้วยพลาสติกผสมยาง ดูไม่เเล้วย้วยง่ายๆเเน่นอน

Review_ASUS Eee Pad Transformer 33

พอร์ทไว้โอนข้อมูลจากเเท็บเล็ตก็หันมาใช้ตัวนี้เเทน เพราะพอร์ทเเรกโดน Dock ยึดไปเเล้ว ยังโอนข้อมูลได้เหมือนเดิม

Review_ASUS Eee Pad Transformer 40

ประกอบร่างกันซะทีเถอะ เหนื่อยเเล้ว – -v

Review_ASUS Eee Pad Transformer 44

นี่มัน? เน็ตบุคนิ ใช่เลย ถึงประกอบร่างกันเเล้ว น้ำหนักก็ยังถือว่าเบาอยู่ เบากว่า Vaio YB ที่ใช้พิมพ์อยู่เล็กน้อย ของเเถมคือจะมีเคอเซอร์เมาส์โผล่มาบน Android ด้วย การควบคุมก็ใช้ Touchpad ตรงข้างล่างเหมือนโน้ตบุคเลย ไม่ชอบใจจะต่อเมาส์ออกมาเองก็ยังได้

Review_ASUS Eee Pad Transformer 42

อีกมุมหนึ่งใกล้ๆ

Review_ASUS Eee Pad Transformer 46

การประกอบกันทำได้เนียนมาก (ยกความดีให้ฝาเหล็กข้างหลังที่บังรอยต่อ) ถ้าคนไม่รู้ก็จะนึกว่าเป็นโน้ตบุค / เน็ตบุคเอาง่ายๆ

Review_ASUS Eee Pad Transformer 55

Review_ASUS Eee Pad Transformer 56

พอประกอบร่างเสร็จก็มีจะมีพอร์ทต่างๆมากมาย หลักๆก็มี USB 2.0 มาให้อีกสองพอร์ท พอร์ทของ Asus เอง 1 พอร์ท เเละช่องใส่ SD/MMC เเละเเบตเตอรี่ของตัว Keyboard เพิ่มมาอีก เมื่อรวมกับพอร์ท HDMI เเละช่องใส่ Micro SD อีกหนึ่งพอร์ท ที่อยู่ยนเเท็บเล็ต พบว่าช่องต่อเยอะเเยะมาก ไม่เกี่ยงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกเลย จัดมาให้เกือบหมด

Transformer Honeycomb

เหมือนเดิมสำหรับตัวนี้เพราะจะไม่พูดถึงตัว Honeycomb ที่เป็นเเกนอีกเเล้ว จะกล่าวถึงเเค่ซอฟเเวร์อื่นๆที่เพิ่มมาเฉพาะของ Asus เท่านั้นครับ

P20110503091459

เมื่อเปิดเครื่องมา อย่างเเรกที่อึ้งนอกจากความสวยของจอเเล้ว ก็สังเกตเห็นตรงด้านล่างว่าไอคอนมันเปลี่ยนไปเล็กน้อย นั่นเเปลว่ามี UI ครอบมานั่นเอง จากการใช้งานเลื่อนซ้าย เลื่อนขวา + กดปุ่มเรียก Launcher ออกมา ก็พบว่าหน่วงอยู่เล็กๆ ถ้าจับ Honeycomb เครื่องเเรกอาจจะไม่รู้สึกว่าช้า เเต่ผมเคยจับของ Acer มาก่อนเเล้วก็รู้สึกว่ามันหน่วงกว่านิดหน่อย ถ้าไม่ใช้คนชอบจับผิดเเบบผมคงไม่คิดอะไรมาก (ฮา) เเล้วก็มี Widget มาให้นิดๆหน่อยๆตามที่เห็นในรูป อย่างวันที่ อีเมล์ หรือการพยากรณ์อากาศ ดูรีวิวของตัวนี้ได้จากวีดีโอเลยครับ

 

 

P20110503093323

P20110503093337

Widget เฉพาะอีกอัน เป็นเหมือน Dashboard เอาไว้รวมฟังชั่นต่างๆอย่าง Gallery, Bookmarks หรือเพลงต่างๆในเเท็บเล็ตของเรา

P20110503091524

คำสั่ง Lock Orientation มาอยู่ใน Setting ต่างกับ Acer ที่เป็นปุ่มฮาร์ดเเวร์มาเลย

P20110428043350

ปุ่มต่างๆที่อยู่บนคีย์บอร์ด ถ้าเรากดปุ่มเปิดปิดคำสั่งต่างๆก็จะมีบอกที่หน้าจอว่าเรากดคำสั่งอะไรไป จะได้ไม่สับสนว่าเรากดปุ่มเพื่อเปิดหรือปิด Wi-Fi, หรือ GPS อะไรเเบบนี้

P20110503091550

File Manager นี้เป็นของ Asus เอง เวลาเราเสียบ Thumbdrive เข้าไป มันจะไม่รวมข้อมูลเข้าไปกับเเอพต่างๆใน Android (ตรงนี้ต่างกับ Acer ที่เวลาเสียบเข้าไปเราจะรูปต่างๆใน Thumbdrive เข้าไปใน Gallery เลย )? โดยดูข้อมูลจากข้อมูลต่างๆได้ในโฟลเดอร์ Removable จริงๆผมว่า Android ควรจะมี File Manager เป็นของตัวเองได้เเล้วเพราะว่ามันไม่สะดวกเวลาต้องไปหาโหลดจาก Market เเละมันเป็นของที่ต้องใช้บ่อยๆ

P20110503074222

P20110503091801

P20110503093024

เเอพชุด Office มาจาก Polaris Office ซึ่งก็ถูกปรับปรุงมาให้ใช้ใน Android ได้ดี เเต่ถ้าเทียบกับการเเก้งานหรือสร้าง หรือฟังชั่นอื่นๆเเล้ว ยังไงบนวินโดวส์ก็มีฟีเจอร์เยอะกว่าเเละสะดวกกว่า เเต่ถือว่าพอทำงานได้ เเต่เอามาทำงานเอกสารเป็นหลักคงไม่ไหว

P20110503092952

P20110503091648

P20110503093254

เเอพ Reader นี้จะหาไฟล์เอกสารโดยอัตโนมัติ ทั้ง PDF, TXT (เเต่ไม่อ่าน Doc นะ) ถ้าเปิดไฟล์ TXT มามีอนิเมชั่นเวลาเปิดหน้าเหมือนอ่านหนังสือจริงๆด้วย ทำได้เนียนดี

 

Usage/Performance/Battery Life

Asus Transformer ตัวนี้ทำงานได้เร็วอย่างไม่มีข้อสงสัยเพราะด้วยประสิทธิภาพของ Tegra 2 อย่างไรก็ตามอย่างที่เราเกริ่นไปเล็กน้อย ในความสมูธนั้นยังคงตามหลัง iPad อยู่ดี เวลากดปุ่มอะไรนั่นเเท็บเล็ตตอบสนองการใช้งานได้ดีมาก เเค่อาจจะเอฟเฟคต่างๆไม่ลื่นเท่า iPad เท่านั้น โดยเฉพาะหน้าจอ Launcher เเละการเปลี่ยนหน้า Home Screen ไปหน้าอื่นๆ เเต่ตรงนี้เหมือนจะไม่ใช่ความผิดของ Tegra 2 ที่เเรงไม่พออย่างเดียว เพราะใน Honeycomb 3.1 ที่พึ่งประกาศในงาน Google I/O ก็บอกว่ามีการปรับปรุงในส่วนนี้ให้ดีขึ้น ก็ต้องขอลองจับอีกทีว่าเเก้จริงหรือเปล่า ^^

ถึงเเม้ว่าตัวนี้จะใช้จอขนาด 10.1 นิ้ว เเต่ก็ไม่หนักจนไม่อยากเเบบไปไหนมาไหน ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าการเบากว่า Iconia Tab A500 เเค่ 85 กรัมมันจะรู้สึกถ้าได้ใช้ไปซักระยะ ด้วยความที่เป็นจอขนาด 10 นิ้วการใช้งานต่างๆจึงทำได้โดยง่าย โดยเฉพาะการเล่นอินเตอร์เน็ตหรืออ่านหนังสือ ก็ถือเป็นจุดเด่นของเเท็บเล็ตที่มีหน้าจอ 10 นิ้วทุกเครื่องครับ

ในเรื่องของเเบตเตอรนั้น หมดไวกว่าของ Acer ประมาณ 20% ได้ เเละมีอาการ Battery Drain เวลาเสียบ Keyboard เข้าไปกับเเท็บเล็ต ทั้งๆที่ Sleep ไว้เเต่เครื่องกลับร้อนจี๋ เหมือนทำงานที่ 100% ตลอดเวลา ทำให้เเบตหมดอย่างฮวบฮาบเลยทีเดียว ตรงนี้ก็เล่าสู่กันฟังเพราะว่ามันเกิดขึ้นบางทีครับ ทำซ้ำไม่ได้ เเต่ตัวนี้คาดว่ายังไม่ใช่ตัวขายจริง เพราะเเบตเตอรี่ของ Keyboard เองก็ยังใช้งานไม่ได้ เเต่ใช้งานทั่วๆ – เล่นเกมส์ เล่นอินเตอร์เน็ตไปก็อยู่ได้ประมาณวันนึงเหมือนกันครับ ถ้าเล่นหนักๆอาจจะถึงขีดเเดงตอนหมดวันได้ง่ายๆ ต่างกับ Acer ที่ยังพอเหลือให้ใจชื้นนิดหน่อย

P20110503092343

 

Camera

คุณสมบัติของกล้องดิจิตอลเซ็นเซอร์ CMOS ที่ติดเข้ามาในแท็บเล็ต ASUS Eee Pad Transformer ก็ถือได้ว่าเป็นสเปกมาตรฐานของแท็บเล็ตทั่วๆ ไป คือความละเอียดของกล้องหลักด้านหลังมีขนาด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าที่ใช้สำหรับ VDO Call มีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลด้วยกัน ซึ่งถ้าหากเทียบกับ Acer ICONIA Tab A500 อาจจะดูด้อยกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานจริงๆ ก็ไม่เห็นความต่างเท่าใดนัก โดยรวมแล้วคุณอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้ (จริงๆ นะ) นอกเหนือจากนั้นในการถ่ายวีดีโอก็มีความสามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงสุด HD 720P ซึ่งจะได้นาสกุลไฟล์เป็น .3gp ที่เป็นนาสกุลหลักของพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอยู่แล้ว

สำหรับหน้าตาการใช้งานของแอพพลิเคชั่นกล้องพื้นฐานของ Android Honeycomb 3.0 ก็ได้รับการพัฒนามาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จัดได้ว่ามีรูปแบบที่สวยงาม ส่งผลให้การใช้งานเครื่องมือต่างๆ ในการปรับภาพนั้นง่ายมากยิ่งขึ้น อาทิ เช่น การเปิด-ปิดแฟลช, การปรับ White Balance, Color Effect, คุณภาพของภาพถ่าย และหน่วงเวลาการถ่าย นอกเหนือจากนั้นยังมีการเลือกโหมดกล้องภาพนิ่งหรือวีดีโอก็สามารถทำได้จากหน้าจอนี้เช่นกัน โดยรวมแล้วก็เป็นมาตรฐานของ Android 3.0 Honeycomb ครับ

สรุปการใช้งานของด้านกล้อง ASUS Eee Pad Transformer ยังไงก็ลองดูประกอบไปกับไฟล์ภาพนิ่ง ภาพวีดีโอพร้อมๆ กันนะครับ เรียกได้ว่าจากการทดสอบใช้งานกล้องของ ASUS Eee Pad Transformer จัดได้ว่า เป็นกล้องที่มีคุณภาพพอจะเก็บภาพได้บ้าง (เก็บความทรงจำลางๆ ก็ว่าได้) ซึ่งบอกตรงนี้ได้เลยนะครับว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ส่วนถ้าคนที่ต้องการกล้องดีๆ ติดแท็บเล็ตล่ะก็ มองข้ามตัวนี้ไปได้เลย แต่จะว่าไปแล้วนั้น คงได้มองข้ามทุกตัวเป็นแน่แท้ 😉 อย่างไรก็ตามความจริงคือ แท็บเล็ตไม่ได้ใช้ถ่ายภาพเป็นหลักอยู่แล้ว ยังไงก็ลองตัดสินกันผ่านภาพตัวอย่างที่ลองบันทึกมาทั้งภาพนิ่งและวีดีโอก็แล้วกันนะครับ ว่ารับได้หรือเปล่า ???

IMG_20110428_131934IMG_20110428_131946

IMG_20110428_132022IMG_20110428_132040

IMG_20110503_064942

Conclusion

Asus Eee Pad Transformer ก็เป็นเเท็บเล็ต Honeycomb 3.0 ธรรมดาทั่วๆไป ที่เป็น Tegra 2 + จอ 10.1 นิ้ว + ความละเอียด 1280 x 800 ตามสูตร จุดเด่นของเจ้าตัวนี้อยู่ที่จอภาพเเบบ IPS คุณภาพสูงที่ใครได้เห็นเเล้วต้องชอบอย่างเเน่นอน รวมไปถึงดีไซน์ที่ดูทันสมัย เป็นเเท็บเล็ตที่ประทับใจได้ง่ายถ้าลองเล่นหรือจับไปสักพัก ส่วนตัวซอฟเเวร์นั้นมีอาการหน่วงเล็กน้อยเเต่ก็ไม่ถึงกับขั้นว่าน่าเกลียด ถึงเเม้ไม่มี Keyboard Docking ก็ถือว่าเป็นเเท็บเล็ตที่จบด้วยตัวของมันเองอยู่เเล้วโดยไม่จำเป็นต้องมีคีย์บอร์ด

ส่วนตัว Keyboard Docking นั้นเมื่อได้มาก็ต้องถามว่าเอาไว้พิมพ์บ่อยเเค่ไหน ตามความเห็นส่วนตัวผมว่ามันค่อนข้างเกินจำเป็นไปสำหรับเเท็บเล็ตเเอนดรอยด์หรือเปล่า? เพราะการที่เราใช้คีย์บอร์ดบ่อยๆนั้นมันน่าจะเหมาะกับการทำงานบนโน้ตบุคมากกว่า เเนวคิดของเเท็บเล็ตน่าจะเป็นการอ่านหรือดูคอนเทนท์มากกว่าการทำงาน ตรงนี้สามารถพูดได้อีกมุมหนึ่งคือ Android ยังไม่เหมาะหรือมีเเอพที่เหมาะกับการใช้คีย์บอร์ดเเบบเเยกเท่าไรนักในตอนนี้ จะคิดว่าต้องอัพเดทสเตตัสบน Facebook โดยงัดเจ้า Transformer + Keyboard มานี้จะดูเเปลกๆไปหรือเปล่า – -v

เเอพเกี่ยวกับเอกสารเองก็ยังทำได้ค่อนข้างจำกัด (หรืออาจจะยังไม่ชิน) สรุปเเล้วผมว่าเหมือนเป็นเเนวคิดคล้ายๆกับการนำ วินโดวส์มาลงบนเเท็บเล็ตเเล้วใช้ on-screen keyboard ส่วน Android ที่เน้นการใช้ทัช ดันเอาคีย์บอร์ด + เมาส์มาให้ใส่ซะงั้น : ) ตอนนี้ผมคิดว่าคีย์บอร์ดนั้นไม่จำเป็นกับ Honeycomb เท่าไหร่นัก เพราะหน้าจอขนาดใหญ่นี้ใช้ Virtual Keyboard ธรรมดาๆ ก็เหลือเฟือ ก็เอาไว้เป็นทางเลือกได้เพราะดูท่าทางคงไม่บังคับซื้อ

สรุปตัวเจ้า Eee Pad Transformer ตัวนี้ถือว่าเป็นเเท็บเล็ตที่ใช้งานได้ดี เเละน่าสนใจมาก โดยจุดเด่นอยู่ที่จอภาพที่สวยเเละคมชัดเเบบ IPS เเละมีน้ำหนักไม่มาก ถ้าเทียบกับ Iconia Tab A500 เเล้วผมชอบตัวนี้มากกว่า ถ้าราคาไม่เเพงกว่า Acer เยอะ ผมว่าตัวนี้น่าเล่นมากครับ

The Good

  • การออกเเบบใส่ใจในรายละเอียดมากในหลายๆจุด
  • Tegra 2 = ไฮเอนด์
  • สีเเละการออกเเบบทำได้ดูคลาสสิคเเละดูทันสมัยไปพร้อมๆกัน (อันนี้ลำเอียงส่วนตัว)
  • เล่นเกมส์สามมิติลื่นกว่า Iconia Tab เล็กน้อย (อันนี้ให้หลายคนช่วยดูเเล้ว ไม่ได้คิดไปเองเเน่นอน)

The Bad

  • Launcer เเละ Home Screen หน่วงกว่า Iconia Tab A500 ไปนิดหน่อยเเต่ไม่ถึงขั้นเเย่
  • เเบตเตอรี่หมดไวกว่าของ Acer (วัดจากตัวเเท็บเล็ตเท่านั้น)
  • กล้องไม่มีเเฟลช (อาจจะจำเป็นสำหรับบางคน)

The Miss

  • ไม่รู้อะไรเลย ทั้งราคา หรือเวลาวางจำหน่าย เขาว่ากันว่ากลางๆปีนี้ (นี่ก็กลางเเล้วมั้ง) รวมไปถึง Accessory อย่างคีย์บอร์ด ถ้าออกมาช้าอาจจะมีตัวใหม่ออกมา เเละดีกว่านี้?

อัพเดท! ทางทีมงานได้มีโอกาสมาจับเจ้า Asus Eee Pad Transformer อีกครั้งตอนที่อัพเกรดเป็น Android 3.2 Honeycomb ไปแล้ว เลยถือโอกาสดูความเปลี่ยนแปลงต่างๆ พร้อมทั้งจับมาวัดประสิทธิภาพแบตกันอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที

Battery

IMG_20110428_131934IMG_20110428_131946

มาตรฐานที่ใช้ในการวัดคือเปิดวิดีโอรวดเดียวจนกว่าหน้าจอดับ โดยปรับความสว่างหน้าจอไว้ที่ 50% เช่นเดียวกันกับเสียงที่ปรับไว้ระดับประมาณ 7-8 จาก 15 หน่วย ผลเป็นไปดังนี้

  • ภาพแรกคือตอนที่ใช้งานแท็บเล็ตเพียวๆ? ใช้ได้ทั้งสิ้น 9 ชั่วโมงถ้วน
  • ภาพที่สองคือใส่ Docking เข้าไป ซึ่งแน่นอนว่ามันจะชาร์จตัวแท็บเล็ตไปด้วย รวมแล้วใช้ได้ทั้งสิ้น 17-19 ชั่วโมง

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ช่วยให้ใช้งานแท็บเล็ตได้ดีขึ้นคือ การที่ Android 3.2 สามารถยืดหน้าจอแอพให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ดังนี้ครับ

IMG_20110428_131934IMG_20110428_131946

อย่างภาพแรกคือเป็นแบบปกติที่ยืดอินเทอร์เฟซเดิมของแอพบนสมาร์ทโฟนให้พอดีกับหน้าจอของแท็บเล็ต?ส่วนภาพที่สองคือแบบขยายตัวอินเทอร์เฟซทั้งหมดให้เต็มหน้าจอ ช่วยให้กดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ความเร็วในการใช้งาน และการรวมถึงความเข้ากันได้กับแอพอื่นๆ เรียกได้ว่าอัพเกรดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียว ที่สำคัญคือเพิ่งลดราคาเหลือ 15,900 บาทด้วยนะ Smile