จากที่ Asus ได้เปิดตัว Asus Eee Pad Transformer ไปเเล้วเมื่อตอนกลางปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นเเท็บเล็ต Android ที่โดดเด่นตัวหนึ่งในตลาด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่เป็นเเบบ IPS คุณภาพสูงเเบบเดียวกับ iPad 2 ดีไซน์ที่ดูเป็นเอกลักษณ์เเตกต่างกับเเท็บเล็ตทั่วไปพอสมควร ช่องต่อต่างๆ ที่มีมาให้ครบครัน เเถมยังมี Keyboard Dock เพิ่มมาเเละดีไซน์เข้ากับเเท็บเล็ตอย่างลงตัวจนเหมือนกับเน็ตบุคตัวหนึ่ง ตัว Asus Eee Pad Slider ก็ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเเท็บเล็ตคีย์บอร์ดที่ไม่เทอะทะเเละดูเป็นเเท็บเล็ตมากกว่าตัว Transformer ที่ออกเเนวเน็ตบุคไป

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 74

Hardware

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 32

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 20

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 63

ด้านหน้าของเครื่อง Asus Eee Pad Slider นั้นเปลี่ยนจากตัวเก่าไปเล็กน้อย จากตัว Transformer ที่จะมีเเถบสีน้ำตาลอยู่สองข้างทั้งซ้ายเเละขวา ของของตัว Slider จะเป็นเเบบโค้งออก เเละมีสีเงินเเบบโครเมียมเเทน ความหนาเครื่องประมาณกล่องใส่ DVD ซึ่งก็ไม่หนามากนัก เเต่น้ำหนักอาจจะเกินไปสำหรับคนที่ถือเเท็บเล็ตจากด้านข้างด้วยมือเดียวครับ

 

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 23

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 1

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 9

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 44

ไฮไลท์ของตัวนี้คงไม่พ้นเรื่องคีย์บอร์ดที่ Built in มากับตัวเครื่องเลย การสไลด์คีย์บอร์ดใช้วิธียกจอขึ้นมา เเล้วจอก็จะตั้งขึ้นให้อัตโนมัติ มุมเอียงขอจอนั้นทำได้ระดับสายตา เมื่อเปิด Video Call มุมของกล้องหน้าก็จะอยู่กับหน้าของเราพอดี ส่วนประกอบด้านหลังนั้นมีความเเข็งเเรงสูง เเต่เมื่อมองลอดเข้าไปใต้ฐานก็จะเห็นเเสงไฟเเบคไลท์อย่างชัดเจน ซึ่งก็คิดว่าไม่น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เเต่ปัญหาเรื่องเเสงรั่วบริเวณขอบนั้นไม่มีให้เห็นเเต่อย่างใด

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 3

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 4

ปุ่มคีย์บอร์ดนั้นเล็กกว่า Asus Eee Pad Transformer เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ด้านหลังเป็นฐานค้ำจอ ปุ่มหายไป 1 เเถวเมื่อเทียบกับ Transformer ที่เอาไว้เปิดปิดฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Bluetooth Wi-Fi

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 58

 

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 59

ด้านซ้ายนั้นมีปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่มลดเสียง เเละปุ่ม Restart เครื่อง ส่วนด้านขวานั้นมีพอร์ท USB เเละช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 10

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 11

 

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 15

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 14

อีกมุมหนึ่งของพอร์ทต่างๆ เมื่อยกจอขึ้น จะเห็นว่าพอร์ท USB จะอยู่ด้านขวา เหมือนตั้งใจไว้ให้เสียบเมาส์ใช้งานได้สะดวก

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 6

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 16

กล้องหน้านั้นมีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไม่มี LED Flash เหมือนกับ Asus Eee Pad Transformer ตัวเก่า

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 19

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 17

มาถึงด้านหลังนั้นค่อนข้างต่างกับ Asus Eee Pad Transformer อย่างชัดเจน โดยตัว Slider นี้พื้นหลังจะเรียบทั้งหมดต่างกับตัว Transformer ที่ผิวด้านหลังจะมีการพิมพ์ลายพลาสติกให้รู้สึกจับได้ถนัดมือ ในขณะที่ตัว Slider มาจะเป็นเเบบเรียบทั้งเเผ่น บริเวณส่วนล่างมีขอบเงินตัดกับสีขาวด้านล่างดูหรูหราดี

 

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 68

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 70

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 67

Review Asus Eee Pad Slider by SpecPhone 71

สำหรับตัวทดสอบนั้นเราได้ซองใส่ตัว Asus Eee Pad Slider มาด้วย ซึ่งซองนั้นเป็นกำมะหยี่อย่างดีไว้ปกป้องตัวเครื่องด้วย เเละภายในก็มีสายรัดเอาไว้กันเเท็บเล็ตหลุดออกมาจากซองโดยไม่ได้ตั้งใจครับ

สรุปเเล้วสเปคของตัว Asus Eee Pad Slider ไม่ได้ต่างกับตัว Asus Eee Pad Transformer เท่าไหร่นัก ตัวประมวลผลก็ใช้ NVIDIA Tegra 2 เหมือนกัน กล้องความละเอียดก็เท่ากัน หน้าจอ IPS ขนาด 10.1 นิ้วเท่ากัน เเต่สิ่งที่เเตกต่างน่าจะเป็นรูปทรงเเละน้ำหนักมากกว่า ดีไซน์อาจจะต่างกันเล็กน้อยเเต่ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Asus อยู่คือใช้โทนสีน้ำตาล ส่วนวัสดุด้านหลังดูเเล้วเป็นรอยง่ายกว่า Eee Pad Transformer เพราะเป็นพลาสติกเคลือบสีเเบบเรียบ เเละมีบางส่วนที่เป็นโครเมียมชุบเงิน อาจจะต้องดูเเลรักษากันสักนิดนึงครับ

Slider Honeycomb

สำหรับตัว Honeycomb ของ Asus นั้นเหมือนกับของ Asus Eee Pad Transformer ทุกประการ เเต่ว่าเป็นเวอร์ชัน 3.2 (เวอร์ชันที่ได้มาทดสอบเป็น 3.1) ซึ่งจะมีการปรับปรุงในเรื่องความเร็วที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

P20110922124258

ส่วนคีย์บอร์ดนั้นก็มีภาษาไทยมาให้ด้วย ไม่ชอบก็สามารถโหลดเพิ่มจาก Market ได้ เเต่มีติดไว้ก็ดีสำหรับมือใหม่ครับ

P20110924115137

P20110924115152

เทสเเบตเตอรี่โดยการรันวีดีโอวนลูปจนเเบตหมด ใช้งานได้ 8 ชัวโมง 9 นาที (ตีสองหน้านาที ถึง สิบโมงสิบสี่นาที) ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไปของเเท็บเล็ต Honeycomb ครับ ระยะเวลาใช้งานยาวกว่าเเท็บเล็ต 7 นิ้วอย่าง Acer Iconia Tab A100 ที่อยู่ได้ประมาณ 5 ชั่วโมงเนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่า ก็จุเเบตเตอรี่ได้ดีกว่าด้วย

P20110924114304P20110924114325

ในส่วนของเบนช์มาร์ก เนื่องจากเเท็บเล็ตทุกตัวเป็น NVIDIA Tegra 2 หมดจึงไม่เเตกต่างกันมากนัก รอทุกเจ้าได้ตัวอัพเดท 3.2 ก็จะเร็วเท่ากันหมดครับ

Camera & Video Recording

กล้องของ Asus Eee Pad Slider ก็มีขนาด 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซลเหมือนกับตัว Transformer เเต่ว่าภาพที่ได้ออกมานั้นดีกว่า Transformer ที่จะดูออกฟุ้งๆ ภาพของ Slider นั้นดูคมกว่า ส่วนคอนทราสเเละ Noise ที่มีพอสมควร เเต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เดียวกับกล้องของเเท็บเล็ตทุกเจ้าในขณะนี้

IMG_20110924_111837

IMG_20110928_092157

IMG_20110928_092209

IMG_20110928_092243

IMG_20110928_101322

 

Conclusion

Asus ถือเป็นผู้ผลิตเพียงเจ้าเดียวในตอนนี้ที่เน้นฟอร์มเเฟคเตอร์เเท็บเล็ตพร้อมคีย์บอร์ดเพียงเจ้าเดียว ถึงเเม้ว่าเจ้าอื่นจะมีเป็นอุปกรณ์เสริมเเยก เเต่ต้องบอกเลยว่าความสวยงามไม่สามารถสู้กับทั้งตัว Slider เเละ Transformer ได้เพราะทั้งคู่นั้นถูกออกเเบบมาให้ใช้งานกับคีย์บอร์ดมาตั้งเเต่ต้น

ตัว Asus Eee Pad Slider นั้นถึงเเม้ว่าจะดูไม่สวยงามเท่ากับ Transformer เเต่ก็มีความเบากว่า เเละสามารถใช้งานได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะระหว่างที่ใช้ขณะเดินทางก็สามารถยกขึ้นมาใช้ได้ทันที ทัชเเพดที่อยู่ใน Transformer ก็ถูกตัดทิ้งไปเพราะเราสามารถใช้ทัชกรีนในการใช้งานได้สะดวกเเละเข้ากับธรรมชาติของ Honeycomb มากกว่า ในขณะที่ Transformer จะรู้สึกเทอะทะกว่าเล็กน้อยในการใช้งานระหว่างเดินทาง

มุมองศาการเอียงของหน้าจอเมื่อใช้คีย์บอร์ดก็อยู่ในระดับสายตา ทำให้เมื่อเปิดวีดีโอคอลก็เห็นหน้าได้ชัดเจน ถือเป็นฟอร์มเเฟคเตอร์เเท็บเล็ตคีย์บอร์ดที่เล็กที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้? ข้อเสียส่วนใหญ่เป็นมาจากข้อจำกัดทางด้านดีไซน์เท่านั้น เช่นน้ำหนัก เนื่องจากเเท็บเล็ตนั้นพ่วงกับคีย์บอร์ดมาด้วยจึงมีน้ำหนักสูง ทำให้ถือลำบากถ้าจับขอบเครื่องด้วยมือข้างเดียว เหมาะกับการถือสองมือมากกว่า เเละตัวคีย์บอร์ดไม่มีสกรีนภาษาไทยมาให้ เเต่ยังสามารถพิมพไทยได้ ปัญหานี้อาจจะไม่มีผลสำหรับคนที่พิมพ์สัมผัสได้อยูู่เเล้ว

สำหรับใครที่อยากได้เเท็บเล็ตพร้อมคีย์บอร์ดคงตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะหวยคงลงมาทาง Asus เเน่นอนอยู่เเล้ว เเต่ถ้าถามว่าเล่นตัว Transformer หรือ Slider ดีกว่านั้นค่อนข้างจะตอบได้ยาก Transformer มีความยืดหยุ่นตรงที่ถอดคีย์บอร์ดออกได้ ทำให้น้ำหนักน้อยลงสูสีกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 เเละ iPad 2 ได้ เเต่ข้อเสียคือช่องต่อระหว่างดอคเเละคีย์บอร์ดนั้นไม่เเข็งเเรงเท่ากับ Slider เนื่องจากตัวนั้นเชื่อมมาด้วยกันเเต่เเรกเลย ส่วน Slider นั้นความน่าใช้อยู่ที่ความเเปลกใจในการใช้งานมากกว่าเนื่องจากยังไม่มีคนทำเเท็บเล็ตคีย์บอร์ดกลไกเเบบนี้มาก่อน ทำให้คนที่เห็นตัวนี้ครั้งเเรกค่อนข้างสนใจกับตัวนี้พอสมควร เเละรูปทรงไม่เทอะทะเหมือนกับ Eee Pad Transformer ถือว่าเป็นเเท็บเล็ตพร้อมคีย์บอร์ดที่มีการออกเเบบที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้

The Good

  • ฮาร์ดเเวร์ ส่วนประกอบต่างๆ ทำได้ Asus Eee Pad Transformer ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไปอย่าง Touchpad ออกไป
  • ชิ้นส่วนการเลื่อนขึ้น – ลงมีความเเข็งเเรง
  • เป็นฟอร์มเเฟคเตอร์ที่เล็กที่สุดสำหรับเเท็บเล็ตที่มีคีย์บอร์ดติดมา

The Bad

  • ปุ่มคีย์บอร์ดมีขนาดเล็กลง ความสะดวกในการพิมพ์สู้ Eee Pad Transformer ไม่ได้
  • น้ำหนักยังมากอยู่สำหรับการถือมือเดียว
  • คีย์บอร์ดไม่มีสกรีนภาษาไทย

 

Overall 8/10