แม้ Samsung Galaxy S4 จะเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่น่าจะเป็นรุ่นท็อปที่ขายดีที่สุดในปีนี้ เนื่องด้วยหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสเปคเครื่องที่ทันสมัย แรงทันใจ การโฆษณาที่เข้าถึงตลาดได้ง่าย การหาซื้อเครื่องที่ทำได้ง่ายและมีเพียงพอต่อความต้องการ แต่ถ้าจับมาเทียบกับ Galaxy S III ที่เป็นรุ่นก่อนหน้า จะพบว่าที่จริงแล้วกระแสของ Galaxy S4 นั้นค่อนข้างเงียบกว่า S III ไม่ว่าจะเรื่องยอดขาย หรือเรื่องการได้รับการพูดถึงที่น้อยกว่า โดยประเด็นหลักก็คือเรื่องดีไซน์ที่ไม่ต่างจากรุ่นเก่ามาก ซึ่งก็มีคนรวบรวมเหตุผลเอาไว้ 5 ข้อครับ ที่อาจจะทำให้คุณไม่ชอบ Samsung Galaxy S4 มาดูกันไปทีละข้อเลยแล้วกัน เผื่อจะมีข้อไหนตรงใจบางท่านกันบ้าง

1. หน้าตามันก็ไม่ได้ต่างไปจาก Galaxy S III เท่าไร

ข้อนี้นับว่าเป็นกระแสมาตั้งแต่ช่วงหลังงานเปิดตัว Galaxy S4 แล้วครับ นั่นคือหน้าตาเครื่องที่ดูไม่เปลี่ยนไปจาก S III มากนัก เรียกว่าถ้าไม่สังเกตและทราบรายละเอียดจริงๆ ก็คงแยกความแตกต่างระหว่าง S4 และ S III ได้ยากแน่ๆ โดยจุดที่สามารถใช้แยกได้และชัดเจนที่สุดก็คือจุดสีดำที่เป็นตำแหน่งของพวกเซ็นเซอร์และกล้องหน้าที่อยู่เหนือจอ โดย S4 จะมี 4 จุด ส่วน S3 จะมี 3 จุดครับ ส่วนถ้ามองจากด้านหลัง ก็ให้สังเกตตำแหน่งและรูปร่างหน้าตาของกล้องหลัง ลำโพงและแฟลช LED เพราะมันจะต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แถมเรื่องวัสดุนั้นยังคงใช้เป็นพลาสติกอีก ทั้งที่สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปหลายรุ่นในตลาดต่างก็ใช้อะลูมิเนียมหรือกระจกกันหมดแล้ว

แต่นอกเหนือจากปัญหาเรื่องดีไซน์ที่กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่อาจทำให้คนที่เคยเยาะเย้ย iPhone เจ็บใจอีก นั่นคือจากที่เคยเยาะเย้ย iPhone 5 ว่าดีไซน์ก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่เลย มีแต่จอที่ยาวขึ้นแค่นั้นเอง ที่เหลือก็ดูเหมือนๆ เดิม ……..ของเข้าตัวเลยทีนี้

2. อินเตอร์เฟส TouchWIZ ดูแล้วไม่น่าใช้งาน

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สมาร์ทโฟน Android ของแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกัน ก็คือเรื่องของอินเตอร์เฟสการใช้งาน หรือที่เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือตัวลันเชอร์ครับ เนื่องด้วยผู้ผลิตแต่ละรายก็พยายามที่จะออกแบบอินเตอร์เฟสในสไตล์ของตนเอง ที่เข้าใจและคาดเดาว่าผู้ใช้จะใช้งานได้ง่ายที่สุด ซึ่งหลักๆ ก็คือจะมีการปรับเปลี่ยนไอคอน เปลี่ยนการจัดเรียงเมนูใหม่ ทำให้เวลาจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนแต่ละที ก็ต้องมาเรียนรู้อินเตอร์เฟสใหม่ แถมอินเตอร์เฟสบางตัวก็มาพร้อมอนิเมชันเอฟเฟคท์การเลื่อนหน้าจอ ผลค้างเคียงที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความหน่วงและกระตุกระหว่างใช้งาน โดยเฉพาะกับเครื่องที่สเปคไม่สูงมาก ซึ่งทางแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือการเปลี่ยนไปใช้ลันเชอร์ตัวอื่นที่ไม่กินสเปคเครื่องนัก ที่ผู้ใช้ต้องไปดาวน์โหลดเองจากใน Play Store

เช่นเดียวกับ Samsung ที่มีอินเตอร์เฟสของตนเองในชื่อว่า TouchWIZ UI ที่ตัวผู้เขียนบทความยกไปเปรียบเทียบกับอินเตอร์เฟสแบบมาตรฐานของ Android ที่อยู่ใน Nexus 4 พบว่า TouchWIZ บน S4 นั้นมีอาการหน่วง ไม่ลื่นเท่ากับบน Nexus 4 ที่ทำงานได้เร็ว ตอบสนองได้ดีกว่า ทั้งยังมีหน้าตาที่ดูสะอาด ดูดี ทันสมัย น่าใช้งานกว่ามาก แถมหน้าตาของบางแอพยังดูเชย ตัวอย่างเช่นแอพ S Calendar ที่ยังคงใช้สีหลักเป็นสีน้ำตาลและสีเบจอยู่

3. ฟีเจอร์เป็นตัน แต่ใช้งานจริงไม่ถึงครึ่ง

ในงานเปิดตัว Samsung Galaxy S4 เป็นงานที่เรียกได้ว่าโชว์ฟีเจอร์ซะมากกว่าโชว์ตัวเครื่อง เนื่องด้วยมีการจับฟีเจอร์มากมายมาไว้ในเครื่อง จนจำกันแทบไม่หมดว่ามีอะไรบ้าง ทั้งที่เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าของ Samsung เองอยู่แล้ว หรือบางอันที่เป็นฟีเจอร์ใหม่เอื่ยมที่เพิ่งจะบรรจุเข้ามา แต่เชื่อได้ว่าในการใช้งานจริง แต่ละท่านคงได้ใช้งานกันไม่ถึงครึ่งของที่ใส่มาแน่ๆ

ยกตัวอย่างฟีเจอร์ที่มีใน Samsung Galaxy S4 แต่หลายคนคงไม่ได้ใช้นะครับ

Air View

เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานสามารถเอานิ้วไปวางไว้เหนือจอเพื่อพรีวิวข้อมูลคร่าวๆ ของอีเมลหรือตารางนัดหมายในปฏิทินได้โดยไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปดูเนื้อหาเต็มๆ ซึ่งก็ดูเหมือนจะสะดวก แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันสามารถทำงานได้กับแค่บางแอพเท่านั้น เช่นแอพอีเมลของ Samsung, แอพ S Calendar ของ Samsung ไม่สามารถใช้งานบนแอพ Gmail และ Calendar ของตัว Android ได้ แถมรูปแบบการใช้งาน Air View มันก็ไม่ได้จะสะดวกเท่าไรนัก เพราะการเอานิ้วไปวางไว้เหนือจอ มันก็มีระยะที่ค่อนข้างจะใกล้จอมาก สู้เอานิ้วจิ้มปุ่มบนจอไปซะเลยยังจะง่ายกว่า ไม่เมื่อยนิ้วด้วย

Air Gesture

ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถปาดมือเหนือจอเพื่อสั่งงานระบบได้ เช่นสั่งเปลี่ยนรูปที่เปิดใน Gallery เป็นต้น ซึ่งในการใช้งานจริง พบว่ามันค่อนข้างไวต่อการจับการเคลื่อนไหวพอสมควร และบางครั้งมันก็จัดการเปลี่ยนรูปให้โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจก็มี

Smart Scroll

เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนหน้าเว็บเพจขึ้นลงได้ด้วยการกลอกสายตา (หรือจับตัวเครื่องเลื่อนขึ้นลงก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เช่นกัน) ซึ่งตามหลักการแล้ว ถ้ามันสามารถทำได้ดี การใช้งานโดยรวมก็น่าจะสะดวกขึ้น แต่กลับเป็นว่ามันทำงานได้ไม่ตรงกับที่ควรจะเป็นเท่าไรนัก

ซึ่งตัวอย่างฟีเจอร์ที่ยกมานี้ เชื่อว่าหลายท่านคงปิดการใช้งานกันแน่ๆ

4. การจัดเรียงเมนูและไอคอนที่ซับซ้อน ดูแล้วสับสน

หนึ่งในข้อความที่มีคนบ่นหลังจากลองใช้งาน Samsung Galaxy S4 ก็คือ มันมีไอคอนเยอะแยะเต็มไปหมด อีกทั้งเมนูการตั้งค่าต่างๆ ก็ดูแปลกๆ เพราะ TouchWIZ จะทำการจัดหมวดหมู่เมนูให้ดูเหมือนจะเข้าใจง่าย ดังรูปด้านล่าง

ซึ่งดูผิวเผินแล้ว เหมือนว่าจะเป็นการจัดระเบียบเมนูให้ง่ายขึ้นด้วยการจัดแท็บก็จริง แต่สำหรับใครที่เคยใช้งาน Android มาก่อน รับรองว่ามีสับสนแน่นอน และอีกอย่างก็คือส่วนของ Quick Settings ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด/ปิดการทำงานของฟังก์ชันต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น WiFi, 3G, GPS เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วจัดว่าเป็นส่วนดี เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้ ……แต่บางทีมันก็เยอะเกินไปครับ เยอะจนลายตากันเลยทีเดียว ดังภาพด้านล่าง

รับรองว่าเห็นครั้งแรก แต่ละคนคงมีอาการตกใจกันไม่มากก็น้อย และยิ่งถ้าเป็นผู้เริ่มใช้งานหรือยังไม่ชินกับ Android เชื่อว่าอาจจะมีหลายคนสับสนแน่ๆ ว่าทำไมมันมีให้เลือกเยอะขนาดนี้

5. สเปคก็แรง แต่ทำไมใช้งานแล้วแอพเด้ง แถมเครื่องยังรีสตาร์ทบ่อยๆ ด้วย

Samsung Galaxy S4 มาพร้อมกับสเปคสุดแรง ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผลแบบ 8 คอร์ (แยกเป็น 4 คอร์ + 4 คอร์) แรม 2 GB หน้าจอ Full HD สุดสวย กล้องถ่ายรูปที่มีฟีเจอร์มากมายแทบจะใช้ไม่หมด ไม่รวมถึงบรรดาเซ็นเซอร์รับข้อมูลที่มีในตัวมากมายเหนือสมาร์ทโฟนทุกเครื่องในตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้ ดูแล้วน่าจะทำให้ Samsung Galaxy S4 คือสมาร์ทโฟนที่แรงสุด ดีสุด เหนือคู่แข่งทุกรายได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่ถ้าใครใช้งานจริงจะพบว่ามันมีปัญหาประปรายมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการใช้งานที่มีบั๊ก เครื่องกระตุก อย่างที่เห็นได้ชัดก็เช่น การปัดหน้าโฮมหรือหน้าแอพที่มีอาการกระตุกและหน่วงอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงปัญหาใหญ่อย่างการรีสตาร์ทเครื่องเองหลังเปิดใช้งานกล้องถ่ายรูป ซึ่งเรื่องการใช้งานนี้จัดเป็นจุดที่ส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อผลิตภัณฑ์มากๆ ยังไม่รวมปัญหาในช่วงแรกๆ ที่รอมกินพื้นที่หน่วยความจำภายในร่วมครึ่งของที่มี ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดภาพลบกับ Samsung Galaxy S4 มากพอสมควร ว่าทำไมสเปคตั้งแรง แต่รอมกลับทำมาไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น (ปัจจุบันก็มีการอัพเดตแก้ไขปัญหาไปหลายๆ ส่วนแล้ว นับว่าเป็นเรื่องดีครับ)

 

ก็หมดแล้วนะครับสำหรับเหตุผลทั้ง 5 ข้อ ใครอ่านแล้วมีความคิดเห็นว่าอย่างไรกับตัว Samsung Galaxy S4 ลองมาคุยกันครับ

ที่มาของเนื้อหา : PCWorld