ความเปลี่ยนแปลงเมื่อ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 ได้อัพเดตเป็น Android 4.4 Kitkat

ความเปลี่ยนแปลงเมื่อ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 ได้อัพเดตเป็น Android 4.4 Kitkat

ถ้าถามชาว Zenfone ที่ใช้งาน Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 อยู่ว่าตอนนี้อยากได้อะไรจาก Zenfone อีก เชื่อว่าหลายคำตอบคงหนีไม่พ้นการอัพเดตเป็น Kitkat หรือ Android 4.4 นั่นเองครับ เพราะหลายคนมีความเชื่อว่าถ้าเจ้า Zenfone ได้กิน Kitkat แล้วหล่ะก็ มันจะต้องทำงานได้ดีกว่าเดิมแน่นอน ว่าแต่ Zenfone เมื่ออัพเดตเป็น Android 4.4 Kitkat แล้วเนี่ย จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างนะ แล้วจะลื่นขึ้นแค่ไหน

หมายเหตุ บทความนี้ผมได้ใช้ซอฟท์แวร์ในตัวเจ้า Asus Zenfone 4.5 เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์นะครับ (มันเป็น Android 4.4 Kitkat) คาดว่าซอฟท์แวร์อัพเดตตัวจริงคงไม่แตกต่างกันมาก ยังไงก็ยังเป็นมือถือตระกูลเดียวกัน

อินเทอร์เฟส UI – ความเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 5%

Screenshot_2014-08-06-11-41-59-horz

ซ้าย: Zenfone 4 Android 4.3 ขวา: Zenfone 4.5 Android 4.4

ถึงแม้ว่าจะเป็น Android 4.4 Kitkat แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังครอบด้วย ZenUI ของทาง Asus เหมือนเดิมครับ เพราะฉะนั้นหน้าตาอินเทอร์เฟส UI ของ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 ก็เลยไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก ถ้าใครใช้งาน Zenfone คล่องแล้วก็ไม่ต้องปรับตัวมากครับ

UI แอพฯ กล้องถ่ายรูป – ความเปลี่ยนแปลง 0%

Screenshot_2014-08-06-12-47-59-horz

ซ้าย: Zenfone 4 Android 4.3 ขวา: Zenfone 5 Android 4.4

?สำหรับกล้องถ่ายรูปนี่ยิ่งแล้วเลยครับ ไม่ว่าจะเทียบในมุมไหนก็เหมือนเดิมเด๊ะ โหมดต่างๆ ที่มีให้ก็ยังคงเหมือนกับใน Android 4.3 ครับ รวมถึงการปรับตั้งค่าในกล้องด้วย ส่วนการจับโฟกัส, คุณภาพรูปถ่ายขอไม่พูดถึงก็แล้วกันนะครับ เพราะไม่มีเครื่องให้ทดสอบความแตกต่างจริงๆ

การจัดการแอพฯ ที่ทำงานเบื้องหลัง / การจัดการ Ram – ดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

Screenshot_2014-08-06-11-39-40-horz

ซ้าย: Zenfone 4 Android 4.3 ขวา: Zenfone 4.5 Android 4.4

จะบอกว่าเป็นความเจ๋งของตัว Android 4.4 Kitkat ที่เมื่อ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 อัพเดตแล้วได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ โดยตัวแอนดรอย 4.4 คิทแคทเนี่ยมีความต้องการ Ram ขั้นต่ำแค่ 512 MB เท่านั้น เพราะมันถูกออกแบบมาให้จัดการแรมได้ดีกว่าเวอร์ชันก่อนๆ และ Zenfone แต่ละรุ่นโดยปกติก็จะมีแรมให้มาต่ำสุดที่ 1 GB ซึ่งเกินความต้องการขั้นต่ำของระบบไปแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้า Zenfone ได้รับการอัพเดตแล้วจะมีแรมเหลือให้ใช้เยอะขึ้น และจัดการแอพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังได้ดียิ่งขึ้นครับ โดยในภาพตัวอย่างจะเป็นการเทียบระหว่าง Android 4.3 บน Zenfone 4 และ Android 4.4 บน Zenfone 4.5 ครับ ซึ่งเป็นภาพหลังจากที่ได้ทำการเคลียร์แรมเรียบร้อยแล้ว จะเห็นเลยว่าฝั่ง Zenfone 4.5 เวลาที่เคลียร์ App ก็เป็นการ Freeze ไว้จริงๆ ไม่เหมือนอย่างแอนดรอย 4.3 ที่เผลอแปบเดียว Facebook และ Facebook Messenger ก็ทำงานอีกแล้ว

ความลื่นไหลในการใช้งาน – ดีขึ้นกว่าเดิม 5%

อันที่จริงต้องบอกว่าหาความแตกต่างยากมากครับ เพราะตัว ZenUI บน Android 4.3 ก็จัดว่าลื่นและมีอาการหน่วงให้เห็นน้อยอยู่แล้ว พออัพเดตมาเป็น Android 4.4 Kitkat ก็เลยไม่ค่อยเห็นผลมากมายนัก แต่ถ้าวัดการกดเข้าแอพ ก็จะรู้สึกได้ว่า Android 4.4 Kitkat จะเร็วกว่านิดหน่อยครับ

แบตเตอรี่ – แทบไม่รู้สึกแตกต่าง

มาถึงการจัดการพลังงานกันบ้าง Asus ยังคงใช้แอพพลิเคชันในการจัดการพลังงานของ Zenfone เป็นตัวเดียวกับ Android 4.3 อยู่ครับ และจากการรีวิว Asus Zenfone 4.5 ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแบตเตอรี่มันอึดกว่าเดิมเท่าไหร่เลย ตรงนี้คงเป็นปัญหาของ CPU และแบตเตอรี่ที่มีความจุน้อยแล้วหละครับ ยังไงก็คงต้องพก Powerbank เหมือนเดิมเนอะ

การใช้งาน USB OTG – ใช้ได้แน่นอน

นับว่าเป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่อัพเดตซอฟท์แวร์ตอน Android 4.3 แล้วครับ คือตอนแรกตามสเปคของ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 เนี่ย จะรองรับการใช้งาน USB OTG ทุกรุ่น แต่ไม่รู้อัพเดตกันอีท่าไหน ตอนนี้เห็นว่าจะมีแค่ Asus Zenfone 4 ที่ใช้งาน USB OTG ได้ ส่วน Zenfone 5 เนี่ยบอกลา USB OTG ไปแล้วครับ แต่ไม่ต้องกังวลไป เมื่อ Zenfone 4, Zenfone 5 และ Zenfone 6 ได้รับการอัพเดตเป็น Android 4.4 Kitkat รับรองว่าใช้งาน USB OTG จากตัวเฟิร์มแวร์เองได้แน่นอนครับ

 

สรุป?

ภาพรวมของการอัพเดต Android 4.4 Kitkat ของ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 ก็ทำให้การใช้งานโดยรวมลื่นไหลมากยิ่งขึ้นจริง อันนี้มาจากอานิสงส์ของตัว Android 4.4 Kitkat เอง แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงจากใน Android 4.3 Jellybean เยอะหรือไม่นั่น ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดที่ว่าต้องปรับตัวใหม่ครับ การใช้งานโดยรวม, ตัว UI ยังคงเหมือนเดิม ส่วนการอัพเดตเป็น Android 4.4 Kitkat ของ Asus Zenfone 4, Asus Zenfone 5 และ Asus Zenfone 6 นั้นจะหวังว่าจะได้รับการอัพเดตกันในเร็วๆ นี้แหละครับ เพราะทาง Asus เองก็ได้ปล่อยข่าว PR มาแล้วรอบนึงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

11 Comments

  1.   Dec 14 - 13:26 ตอบกลับ

    Zenfone อัพไม่ได้เลยครับ เป็นแอนดรอยนอนกลิ้งตลอดขอความช่วยเหลือครับ

    Guest
  2.   Nov 4 - 18:37 ตอบกลับ

    อัพแล้วเล่น 3g ของ i mobile 3GX ไม่ได้


    Guest
  3.   Sep 13 - 16:01 ตอบกลับ

    Zenfone5? ผม ยังใช้ USB OTG ได้อยู่?เลย ไม่?มี?ปัญหา?ครับ ปล.ยัง?ไม่ได้?รูท?เครื่อง

    Guest
  4.   Aug 9 - 21:54 ตอบกลับ

    asus fonepad 7 dual sim ได้อัปเดต 4.4 นานแล้ว ชอบมากครับ เล่นเกมดีกว่า แอนดรอย 4.3 อย่างเห็นได้ชัด แต่ UI ก็หน่วงๆ บ้าง ตามไตล์เขาล่ะ ถ้าอยากได้ลื่นๆก็หามาลงใหม่

    เกมส์ชีวิต ไม่แข่งยิ่งแพ้\'
  5.   Aug 9 - 08:01 ตอบกลับ

    zenpone6  can not use usb ogt with win.8.1   

    Guest
    •   Aug 13 - 17:55 ตอบกลับ

      วิธีใช้ USB OTG กับ Asus Zenfone 5

      ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ OTG เสียก่อน

      USB OTG (on the go) คือ สายเคเบิล หรือหัวอแดปเตอร์สำหรับเสียบที่พอร์ตชาร์จ microUSB ของสมาร์ทโฟนเพื่อให้สามารถใช้อุปกรณ์เสริม USB อื่นๆได้ เช่น USB Hub, FlashDrive, USB Mouse, USB Keyborad, AIR Card, Joy Stick ฯลฯ ทั้งนี้จะใช้ OTG ได้ สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นๆจะต้องรองรับฟังก์ชัน OTG หรือ USB Host ด้วย

      แต่เนื่องจาก USB ของ Zenfone 5 นั่นจ่ายกระไฟออกมาไม่พอเสียงไฟให้ usb device เลยจำเป็นจะต้องใช้ usb otg แบบสาย Y เพื่อจ่ายการแสไฟเพิ่มให้ usb devie ด้วย และ Zenfone 5 จะต้องรูทก่อนเพื่อลงแอพเสริมให้มองเห็น usbstick

      สิ่งที่ต้องมี

      Zenfone 5 ที่ Rooted แล้ว (อันนี้สำคัญ) สาย USB OTG แบบสาย Y หาได้จาก http://bit.ly/1tQwmvZ ปลั๊กอแดปเตอร์ หรือ Powerbank USB Device จะที่ใช้เล่น Flashdrive, mouse ฯลฯ แอพเสริม [root] StickMount https://play.google.com/store/apps/details?id=eu.chainfire.stickmount

      ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก

      ติดตั้งแอพ [root] StickMount แล้วก็รันแอพ จะมีบ็อกขึ้นมาให้ยอมรับขอสิทธิเช้าถึงรูท ก็กด Grant ไป แอพจะถามว่าเราจะให้รันแอพ StickMount เมื่อมีการเสียบ USB Device ไหมก็ตอบ Yes ไป เสร็จแล้วแอพจะให้ดาวน์โหลดไฟล์ 2 ตัว ก็กด OK ดาวน์โหลดไป แนะนำเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ด้วย เมื่อเสร็จหมดแล้วก็เข้าหน้าแอพกด home ออกได้เลย เสียบสาย OTG เสียบปลั๊กไฟหรือเพาเวอร์แบ็คจ่ายไฟให้ Flashdrive 1แล้วก็ทำการเสียบ Flashdrive เครื่องจะสามารถอ่านแฟรชไดรฟ์ได้แล้ว สังเกตไฟที่แฟรชไดรฟ์ (ถ้ามี) จะมีการกระพริบ หมายถึงมีการอ่านข้อมูลจากแฟรชไดรฟ์อยู่ เปิดแอพ File Manager เข้าไปที่ /sdcard/usbStorage/sda1 ไฟล์ในแฟรชไดรฟ์อยู่ที่นี่ ใช้งานได้ตามสะดวก เวลาจะถอดแฟรชไดรฟ์ ก็ไปที่แอพ StickMount แล้วเลือก Unmount แล้วจึงถอดแฟรชไดรฟ์ออก

      Jettoman Gx
  6.   Aug 8 - 20:32 ตอบกลับ

    Thank you.

    Att Por Soulstealer
  7.   Aug 8 - 20:31 ตอบกลับ

    Thank you.

    Guest
  8.   Aug 8 - 15:00 ตอบกลับ

    ขอบคุณมากครับ ที่นำข้อมูลมาฝาก  เยี่ยมไปเลย

    Banks Shiki Wong
  9.   Aug 7 - 19:10 ตอบกลับ

    แล้ว ART ล่ะครับ เป็นอย่างไหร่บ้าน ได้ทดลองใช้งานมั้ยครับ??

    Guest
    •   Aug 7 - 22:19 ตอบกลับ

      ใช้งาน ART ไม่ได้ครับ อ้างจากรีวิว Zenfone 4.5 คาดว่าซีพียูของอินเทลคงไม่รองรับครับผม

      Guest

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..