อัพเดต!! ค่าซ่อม iPhone เปลี่ยนจอ เปลี่ยนแบต ทั้งที่มี Apple Care+ และไม่มี (ต.ค. 2020)

iPhone ที่เป็นมือถือระดับพรีเมี่ยมของ Apple นั้นมีค่าซ่อม iPhone ที่แพงเอาการหากไม่อยู่ในประกัน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ปกติเนื่องจากนโยบายของ Apple ที่จะไม่มีการแกะเครื่องซ่อม แต่จะเป็นการเปลี่ยนเครื่องให้ใหม่เลย ซึ่งหากยังอยู่ในประกันและอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันก็จะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากอยู่นอกเหนือการรับประกันในทุกกรณีแล้วก็จำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อเปลี่ยนเครื่อง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุในการเปลี่ยนเครื่อง และวันนี้เราก็จะมาอัพเดตราคาค่าซ่อม iPhone ในปัจจุบันกับว่าแต่ละอาการต้องเสียเงินเท่าไร

ค่าซ่อม iPhone : เปลี่ยนแบตเตอรี่

ในการจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone นั้น Apple จะมีกำหนดสุขภาพแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยนอยู่ โดยใน iPhone รุ่นใหม่สามารถดูได้ในหน้าตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ความจุแบตเตอรี่ ซึ่งหากตัวเลขนี้มีค่าต่ำกว่า 80% เมื่อไร ทางศูนย์ Apple ถึงจะยอมให้ทำเรื่องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งวิธีดูนี้จะดูได้แค่ใน iPhone ที่ใช้ iOS 11.3 ขึ้นไปเท่านั้น (iPhone 6 ขึ้นไป)

สำหรับราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ไม่อยู่ภายใต้การรับประกัน Apple Care+ นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ราคาดังนี้

ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ 2,300 บาทสำหรับ iPhone รุ่นดังต่อไปนี้

  • iPhone 11 / 11 Pro / 11 Pro Max
  • iPhone XR / XS / XS Max
  • iPhone X

ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1,600 บาท สำหรับ iPhone รุ่นดังต่อไปนี้

  • iPhone SE / SE รุ่นที่ 2
  • iPhone 8 / 8 Plus
  • iPhone 7 / 7 Plus
  • iPhone 6s / 6s Plus
  • iPhone 6 / 6 Plus

*ราคานี้ใช้สำหรับการซ่อมแบตเตอรี่ที่ดำเนินการโดย Apple เท่านั้น ราคาที่ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple เสนออาจแตกต่างกัน ราคาทั้งหมดเป็นสกุลเงินบาทไทยและรวม VAT แล้ว

ค่าซ่อม iPhone : เปลี่ยนหน้าจอ

ในการทำหน้าจอ iPhone แตกไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามจะถือว่าอยู่นอกเหนือเงื่อนไขการรับประกันซึ่งส่งผลให้จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเปลี่ยน เว้นแต่จะอยู่ในเงื่อนไขประกันอุบัติเหตุของ Apple Care+ ที่มีการจำกัดจำนวนครั้งในการเคลม โดยหากอยู่ในโควต้าจะต้องเสียค่าเคลม 1,000 บาท นอกเหนือจากนั้นจะมีราคาดังนี้

iPhone 11 ซีรี่ส์

  • iPhone 11 Pro Max : 10,900 บาท
  • iPhone 11 Pro : 9,200 บาท
  • iPhone 11 : 6,600 บาท

iPhone X ซีรี่ส์

  • iPhone XS Max : 10,900 บาท
  • iPhone XS : 9,200 บาท
  • iPhone X : 9,200 บาท
  • iPhone XR : 6,600 บาท

iPhone 8 ซีรี่ส์

  • iPhone 8 Plus : 5,600 บาท
  • iPhone 8 : 4,900 บาท

iPhone 7 ซีรี่ส์

  • iPhone 7 Plus : 5,600 บาท
  • iPhone 7 : 4,900 บาท

iPhone 6 ซีรี่ส์

  • iPhone 6s Plus : 5,600 บาท
  • iPhone 6s : 4,900 บาท
  • iPhone 6 Plus : 4,900 บาท
  • iPhone 6 : 4,300 บาท

iPhone SE ซีรี่ส์

  • iPhone SE (รุ่นที่ 2) : 4,300 บาท
  • iPhone SE : 4,300 บาท

*ค่าธรรมเนียมทั้งหมดเป็นสกุลเงินบาทไทยและรวม VAT แล้ว

**ความเสียหายจากอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้การรับประกันของ Apple หากหน้าจอของคุณขัดข้องเนื่องจากข้อบกพร่องจากการผลิต ปัญหานี้จะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามการรับประกันของ Apple หรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

ค่าซ่อม iPhone : ความเสียหายอื่นๆ

สำหรับการทำให้ iPhone เกิดความเสียหายอื่น ๆ นอกเหนือจากการทำหน้าจอแตกหรือแบตเตอรี่เสื่อมหากมี Apple Care+ แล้วจะต้องเสียเงินเพียงแค่ 3,300 บาทก็จะได้เครื่องใหม่กลับไปเลย แต่หากไม่อยู่ในการรับประกันแล้วราคาค่าซ่อมก็นับว่าโหดแสนโหดเลยทีเดียว ซึ่งราคาจะมีดังนี้

iPhone 11 ซีรี่ส์

  • iPhone 11 Pro Max : 19,900 บาท
  • iPhone 11 Pro : 18,300 บาท
  • iPhone 11 : 13,200 บาท

iPhone X ซีรี่ส์

  • iPhone XS Max : 19,900 บาท
  • iPhone XS : 18,300 บาท
  • iPhone X : 18,300 บาท
  • iPhone XR : 13,200 บาท

iPhone 8 ซีรี่ส์

  • iPhone 8 Plus : 13,200 บาท
  • iPhone 8 : 11,600 บาท

iPhone 7 ซีรี่ส์

  • iPhone 7 Plus : 11,600 บาท
  • iPhone 7 : 9,180 บาท

iPhone 6 ซีรี่ส์

  • iPhone 6s Plus : 10,900 บาท
  • iPhone 6s : 9,150 บาท
  • iPhone 6 Plus : 10,900 บาท
  • iPhone 6 : 9,150 บาท

iPhone SE ซีรี่ส์

  • iPhone SE (รุ่นที่ 2) : 9,100 บาท
  • iPhone SE : 9,100 บาท

*ค่าธรรมเนียมทั้งหมดเป็นสกุลเงินบาทไทยและรวม VAT แล้ว

ซึ่งจากราคาสำหรับเปลี่ยนเครื่องนั้นนับได้ว่าโหดมาก สำหรับ iPhone 11 ซีรี่ส์นั้นราคาถือว่าไม่ได้โหดจนเกินไป แต่สำหรับรุ่นเก่ากว่านั้น ราคาค่าซ่อมแพงระดับที่สามารถไปหาซื้อเครื่องใหม่มาแทนได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iPhone 8 ลงมา ราคาระดับไปหาซื้อมือสองหรือเครื่อง Refurbished ได้เลย (เครื่อง Refurbished นั้นราคาจะถูกกว่าพวกมือสอง แต่อยากให้พึงระลึกเอาไว้ว่าอะไหล่บางชิ้นอาจไม่ใช่ของแท้ 100%)


แต่ถึงอย่างไรการที่ไม่มีเหตุให้ต้องเอาเครื่องมาเคลมหรือเอามาซ่อมจะเป็นการดีที่สุด เรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้หากใช้งานนาน ๆ แต่ค่าซ่อมอื่น ๆ สามารถหลีกเลี่ยงได้หากเราใช้มือถือย่างระมัดระวัง หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ