กลับมาแล้ว !!  กับการรายงาน เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แบบ Real-time สำหรับคนที่ไม่สะดวกดูถ่ายทอดสด หรือฟังไม่ทัน เราสรุปไว้ให้ในกระทู้นี้ โดยอัปเดตกันแบบสด ๆ ไปด้วยกัน ซึ่งจากข่าวลือจะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่สามรุ่น คือ iPhone Xs , iPhone Xc และ iPhone Xs Max พร้อมกับ Apple Watch Series 4 และ iPad 2018 จะมีอะไรเซอร์ไพรส์บ้าง เปิดหน้านี้ทิ้งไว้แล้วเตรียมดูไปพร้อมกันเลยจ้า หรือไปดู รวมข่าวลือ iPhone X รุ่นใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงาน Apple Event 2018 !!

เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

F5 Refresh หน้านี้กันรัว ๆ ได้เลยจ้า งานเริ่มแล้ว

Tim Cook ขึ้นมาทักทายผู้ร่วมงานเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับภาพพรีเซ็นต์ที่ Apple ใช้โปรโมทงานในวันนี้

พูดทักทายได้ไม่นาน เปิดตัวตัวกันเลยสำหรับผลิตภัณฑ์แรกในวันนี้ก็คือ Apple Watch Series 4 นั่นเอง ภาพตัวเครื่องตรงกับข่าวลือเป๊ะ ๆ สวยโครต ๆ

มากับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น จากรุ่นเดิม พร้อมกับดีไซน์หน้าจอโค้งมน ชิดขอบ ที่สวยมาก ๆ

จากที่รุ่นเดิมหน้าจอตัดเหลี่ยม รุ่นใหม่ตตัดขอบโค้งมนดูลงตัว

ด้านข้างตัวเครื่องทำจากเซรามิก และด้านหลังจะเป็นกระจกแซฟไฟร์

มากับชิปประมวลผลตัวใหม่ Apple S4 ที่มีประสิทธิภาพแรงกว่ารุ่นเดิม 2 เท่า !!

พรัอมกับเซ็นเซอร์ Gyroscope ตัวใหม่ ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งข้อดีของมันก็คือ สามารถตรวจจับท่าทางได้ละเอียดมาก ถึงขนาดที่ตรวจจับได้เมื่อเราเกิดอุบัติเหตุ หรือหกล้ม

ก็จะขึ้นหน้าเมนู SOS เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที เหมาะกับผู้สูงอายุมาก ๆ

ส่วนเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้น ก็พัฒนาขึ้นให้ตรวจจับได้อย่างแม่นยำ

พร้อมกับตรวจเช็ค และให้คำแนะนำทันที ซึ่งสามารถตรวจสอบคลื่นของหัวใจเป็นกราฟใกล้เคียงกับเครื่องมือแพทย์เลยทีเดียว

Apple ก็ได้เชิญแพทย์จากสถาบัน FDA (องค์การอาหารและยาของ USA) มาพูดถึงการใช้งานฟีเจอร์นี้

ซึ่ง Apple Watch Series 4 ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัยจากโลก

เปิดดีไซน์ให้เห็นกันอีกแล้ว แบบสวย ๆ น่าวิ่งไปซื้อกันวันพรุ่งนี้จริง ๆ

มากับเซรามิกสีทองอย่างสวย

ด้านหลังก็ออกแบบใหม่ โค้งมนน้อยกว่ารุ่นเดิม

มาพร้อมกับสายทักตามสีตัวเครื่อง สีทอง และสีดำ

Apple Watch Series 4 รุ่น GPS ราคาเริ่มต้น 399$ ราคาเท่ากับรุ่นเดิมตอนเปิดตัวเลยทีเดียว

Apple Watch Series 4 รุ่น Cellular ราคาเริ่มต้น 499$ 

ส่วนรุ่น Series 3 ก็ลดไปตามธรรมเนียม เหลือ 279$ เท่านั้น

สำหรับประเทศที่เปิดตัวเทียร์แรกนั้น ไม่มีไทยเหมือนเดิม (ไม่เขียนต่อละ งอล) ล้อเล่น

เปิด Order วันที่ 14 กันยายนนี้เลย

และวางขาย 21 กันยายน

มาพร้อมกับ WatchOS 5

ไม่รอช้า ไม่พูดเยอะเจ็บคอ (รีบมาก พิมพ์ไม่ทัน) เปิดตัว iPhone Xs ต่อทันที

ตามภาพหลุดเป๊ะ ๆ ทั้งสี และภาพพื้นหลัง

รูปทรงดีไซน์คล้ายกับ iPhone X นั่นแหละ

และติ่งที่หลายคนไม่ชอบ ยังอยู่

สีใหม่ก็คือสีทองในรุ่น iPhone Xs

ขยับมาตรฐานกันน้ำเป็น IP68 (ซักที) กันน้ำได้ลึกสุด 2 เมตร นาน 30 นาที

หน้าจอ OLED ขนาดเท่าเดิม 5.8 นิ้ว Super Retina

ภาพตัวเครื่องเทียบกับ iPhone 8 Plus เล็กกว่าในหน้าจอที่ใหญ่กว่า

หน้าจอรองรับ HDR อีกด้วย

และรุ่นใหญ่ก็มาตามขาด เพิ่มหน้าจอเป็น 6.5 นิ้วตามข่าวลือ

รุ่นหน้าจอใหญ่มาในชื่อ iPhone Xs Max (ไม่ชินเลย)

มาพร้อมกับ Wider Stereo Sound เสียงรองด้านมีมิติมากกว่าเดิม

ส่วนเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็อยู่คีบในตำแหน่งเดิม

มีชิปสำหรับ Neural Networks ช่วยในการประมวลผลโดยเฉพาะ

มากับชิปประมวลผลตัวใหม่ A12 Bionic ตามคาด

เป็นชิปตัวแรกของ Apple ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร

ตัวประมวลผลในชิปมีมากถึง 6.9 พันล้านตัว !!

และขนาดสูงสุดของ iPhone ในปีนี้คือ 512 GB 

ซึ่งชิปอันชาญฉลาด Apple A12 Bionic สนับสนุนการทำงานกับฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ยังคงพัฒนา AR ใน iOS ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ชิปใหม่นอกจากจะเร็วขึ้น ยังมาพร้อมกับชิปประมวลผลกราฟิกที่แรงกว่าเดิม พูดไปจะว่าคุย เล่นเกมให้ดูกันเลย

ตัวเกมชื่อว่า Blade จากค่าย BETHESDA Game Studios ซึ่งภาพตัวเกมสวยมาก แต่ก็เล่นได้แบบเล่น ๆ ได้แบบ ลื่น ๆ สไตล์ iPhone (ภาพสวยแอบคล้าย PS4 เบา ๆ)

ดูเหมือนจะเน้นเล่นเกมเป็นพิเศษ ซึ่งเกมนี้จะให้เราเป็นตัวละครในเกม iPhone จะจับภาพเราและวิเคราะห์ค่าต่าง ๆ พร้อมกับสรุปให้ด้วย

AR จะตรวจจับเราทุกข้อต่อของร่างกายเพื่อนำไปวิเคราะห์

สรุปให้ด้วยชูตตรงไหนลงห่วงเยอะสุด

ยังเล่นอวดไม่พอ ขอต่ออีกเกม คราวนี้เป็นเกมที่เอาไว้เล่นกันหลาย ๆ คน

ใช้ AR ในการเล่น เปรียบเสมือนเครื่อง iPhone เราเป็นยาน และช่วยกันยิงวัตถุ ก็สนุกไปอีกแบบ

มาถึงเรื่องกล้องกันบ้าง ขิงมาก่อนเลย กล้องที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก

อวดภาพต่อ ไม่รอละนะ

ภาพที่ถ่ายจาก iPhone X ถูกนำไปลงนิตยสารมากมาย รวมถึงนิตยสาร TIME ด้วย

สเปคกล้องนั้นมากับความละเอียดเท่าเดิม และ True Tone Flash เหมือนเดิม

ส่วนกล้องหน้าก็มีรายละเอียดเหมือนเดิม

เพิ่มเติมคือการประมวลผลภาพถูกพัฒนาให้ดีขึ้น มี Neural Networks เข้ามาช่วยในการประมวลผลภาพ ทำให้ภาพดูสวยงามลงตัวมากกว่าเดิม

Smart HDR ที่ทดแทนแสงได้ดีขึ้น

อวดความคมของเส้นผม ที่เป็นผลดีจากซอฟต์แวร์กล้องตัวใหม่ ดึงเส้นผมออกมาคมชัดมาก

ถ่ายย้อนแสงให้ดูกันเลย

และเป็นภาพทั้งหมดที่ถ่ายจาก iPhone Xs

ที่สำคัญเพิ่มฟีเจอร์ ถ่ายก่อน เบลอทีหลัง เลือกปรับค่า f หลังจากการถ่ายได้แล้ว (ซักที)

รองรับการบันทึกเสียงแบบ Stereo Sound รองด้านครบทุกมิติ

ด้วยพลังของ Neural Networks ทำให้แยกแยะส่วนประกอบของภาพในขณะถ่ายวิดีโอ

และในที่สุดสิ่งที่หลายคนรอคอยกัน iPhone รองรับ Dual SIM แล้ว (ร้องไห้แปป)

เป็นการรองรับแบบ Dual SIM Standby

แต่ต้องรอดูว่าจะสามารถใช้งานที่เครือข่ายในไทยได้มั้ย (ต้องได้แหละนะ)

รองรับ eSIM ด้วยทั่วโลก

และในที่สุด iPhone XR ว่าที่ iPhone ที่ราคาถูกสุดในปีนี้ ก็ถือกำเนิดขึ้น (ไม่ใช่ Xc ตามข่าวลือแหะ โป๊ะเลย)

ส่วนดีไซน์ ตัวเครื่องก็ตามภาพหลุดเลย ด้านหน้าเหมือน iPhone X ด้านหลังคล้ายกับ iPhone 8

มาแบบหลากหลายสีมาก สีใหม่ทั้งหมดใน iPhone ทั้งสีน้ำเงิน สีส้ม สีเหลือง สีแดง โอ้วโหววว

มาพร้อมกับติ่งรูปแบบเดิมคล้ายกับรุ่นพี่

มากับจอ Liquid Retina เป็นจอ LCD ไม่ใช่ OLED

ขนาดตัวเครื่องเล็กกว่า iPhone 8 Plus แต่หน้าจอใหญ่กว่าเยอะเลย

มีฟีเจอร์ปลุกหน้าจอด้วยการแตะ

ตำแหน่งเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ก็คล้ายกับรุ่น Xs

มาพร้อมกับ Machine Learning แบบ Real-time

ส่วนกล้องหลังนั้นความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงกว้างสุด f/1.8 พร้อมกับเซ็นเซอร์ตัวใหม่ มีกันสั่น OIS ด้วย

และก็แสดงภาพถ่ายจากกล้องของ iPhone XR

มีฟีเจอร์ TrueDepth Camera แม้มีแค่กล้องเดียว

ที่สำคัญยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่อึดกว่า iPhone 8 Plus ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือว่าอึดมาก

สรุปสเปคของ iPhone XR จะเห็นได้ว่ามันมากับชิป Apple A12 Bionic ที่อยู่ใน iPhone Xs เลยทีเดียว !!

และนี่คือ iPhone รุ่นใหม่ในปี 2018

iPhone XR จะมาพร้อมกับความจุ 64 GB , 128 GB และ 256 GB ซึ่งดีกว่าเดิม เพราะ iPhone ปีที่แล้วมีให้เลือกแค่ 64 GB และ 256 GB

และราคาก็มาแล้ว เริ่มต้นที่ 749$ !! หรือประมาณ 25,500 บาท ซึ่งในไทยจะแพงกว่านิดนึง

ส่วน iPhone Xs ก็มี 3 ความจุเช่นเดียวกันคือ 64 GB , 256 GB และ 512 GB

ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 999$ หรือประมาณ 32,700 บาท

และ iPhone Xs Max ก็มี 3 ความจุเช่นเดียวกันคือ 64 GB , 256 GB และ 512 GB

ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 1099$ หรือประมาณ 36,000 บาท

และในเทียร์แรกก็ไม่มีไทยเหมือนเดิม สงสัยรอ Apple Store เสร็จก่อน

สรุปราคา iPhone ทั้งหมดในตอนนี้

จบงานแล้วจ้าาาาา 

รอดูบทความและวิดีโอสรุปเปิดตัว พร้อมจุดเด่นทั้งหมดตอนเช้าได้เลยครับ