Xiaomi Mi Max 3 เป็นสมาร์ทโฟนแบบ Phablet ในรุ่นที่ 3 ของ Xiaomi โดยสมาร์ทโฟนดังกล่าวเปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อไม่นานมานี้ (แต่ขายในจีนสักพักใหญ่ ๆ แล้ว) ราคาค่าตัวในไทยอยู่ที่ 9,990 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64 GB/ Ram 4 GB

ความพิเศษของ Mi Max 3 อยู่ที่ขนาดหน้าจอที่ใหญ่มหึมาตามสไตล์ของ Mi Max Series แต่ด้วยความที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมกับหน้าจออัตราส่วน 18:9 หรืออัตราส่วน 19:9 และมีขนาดหน้าจอเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 นิ้ว เลยทำให้สมาร์ทโฟนประเภท Phablet เริ่มค่อย ๆ หายไปจากท้องตลาด

เมื่อหน้าจอของสมาร์ทโฟนปกติทั่วไปเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น แน่นอนว่า Mi Max 3 เลยอัพเกรดหน้าจอตัวเองให้ใหญ่ขึ้นอีก เป็นหน้าจอขนาด 6.99 นิ้ว หรือถ้าเป็นเมื่อก่อนมันคือ Tablet ดี ๆ นี่เองครับ

สเปค Xiaomi Mi Max 3

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.99 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 18:9 ความละเอียด Full HD+
  • ขนาดตัวเครื่อง 176.2 x 87.4 x 8 มม. หนัก 221 กรัม
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 CPU Octa-core 1.8 GHz Kryo 260 พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 509
  • RAM 4 GB
  • ความจุ 64 GB รองรับ microSD สูงสุด 256 GB
  • กล้องหลัง Dual Camera แบบ Dual Pixel ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/1.9
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • รองรับ Dual SIM แบบ Hybrid Slot
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5500 mAh พร้อมกับฟีเจอร์ Quick Charge 3.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อัตราส่วนหน้าจอเปลี่ยนจาก 16:9 มาเป็น 18:9 ส่งผลให้หน้าจอ 6.99 นิ้ว ของ Mi Max 3 ไม่ได้ใหญ่เทอะทะเกินใช้งาน สามารถถือด้วยมือเดียว และพอจะใช้งานมือเดียวได้

ตัวเครื่องใช้วัสดุแบบเดียวกับใน Redmi Note 5 คือเป็นอลูมิเนียมแบบ Unibody รวมถึงดีไซน์ที่เหมือนเอา Redmi Note 5 มาขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น

อุปกรณ์ในกล่อง Mi Max 3 ให้มาครบครันในแบบของ Xiaomi ประกอบไปด้วย สายชาร์จแบบ USB-C to USB-A และอะแดปเตอร์ Quick Charge จ่ายไฟได้สูงสุด 12V: 1.5A เพราะถ้าให้อะแดปเตอร์ปกติมา เชื่อว่าต้องชาร์จไฟกันข้ามวันข้ามคืนแน่นอน

แบตเตอรี่ของ Xiaomi Mi Max 3 ตามสเปคคือมีความจุสูงถึง 5,500 mAh ใช้งานกันยาว ๆ แต่ตัวเครื่องก็ไม่ได้หนาเทอะทะ รวมถึงน้ำหนักเครื่องก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

รายละเอียดต่าง ๆ ของ Mi Max 3 เริ่มจากด้านหน้า ประกอบไปด้วยหน้าจอ IPS ขนาด 6.99 นิ้ว Full HD+ ด้านบนมีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล, แฟลช LED และลำโพงสนทนา

ด้านล่างหน้าจอไม่มีรายละเอียดอะไร ตัวเครื่องมีขอบหน้าจอเพียงเล็กน้อย และ MIUI 9 ก็มีโหมดที่รองรับการใช้งานแบบเต็มจอ ที่จะตัด Navigation Bar ทิ้งไป

ด้านข้างขวาของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วยปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot โดยช่องใส่ซิม 1 จะแชร์กับ Micro SD Card ส่วนซิม 2 จะอยู่เดี่ยว ๆ รองรับซิมแบบ Nano Sim เท่านั้น

ด้านบนประกอบไปด้วยพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และเซ็นเซอร์อินฟาเรด

ด้านล่างมีเพียงพอร์ต USB-C และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านหลังตัวเครื่องมีกล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล f/1.9 พร้อมแฟลช Dual LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้

Mi Max 3 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MIUI 9 มีพื้นฐานบน Android 8.1 Oreo เฟิร์มแวร์ที่อยู่ในเครื่อง เป็นแพทช์อัพเดตความปลอดภัยเดือนกรกฎาคม 2018

จากการทดสอบคร่าว ๆ ผมว่าจุดเด่นของรุ่นนี้อีกอย่างคือ การทำ Split Screen ที่เข้าใกล้คำว่า Perfect มาก ๆ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ แบ่งจอออกมาก็ใช้งานได้พอดี อีกทั้งยังสามารถโคลน App ได้อีก

อย่างคนที่เล่นเกม Pokemon Go รุ่นนี้ตอบโจทย์ทีเดียวครับ ได้จอใหญ่ แบตอึด เปิด 2 ไอดีได้พร้อมกัน จะติดก็ตรงที่ Snapdragon 636 อาจมีอาการหน่วงบ้าง

สำหรับบทความรีวิว Mi Max 3 รวมถึงตัวอย่างภาพถ่าย และฟีเจอร์อื่น ๆ รอติดตามได้ในรีวิวฉบับเต็มครับ ระหว่างนี้หากสงสัยอะไร สามารถคอมเม้นข้างใต้บทความได้เลย