Home App Twitter เปิดตัวฟิลเตอร์สำหรับอัพรูปภาพในตัว หลังตัดฟีเจอร์พรีวิวรูปจาก Instagram ทิ้งไป
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวแว่วว่า Twitter จะตัดฟีเจอร์การพรีวิวรูปจาก Instagram ออกไป

Twitter เปิดตัวฟิลเตอร์สำหรับอัพรูปภาพในตัว หลังตัดฟีเจอร์พรีวิวรูปจาก Instagram ทิ้งไป

860

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวแว่วว่า Twitter จะตัดฟีเจอร์การพรีวิวรูปจาก Instagram ออกไป โดยถ้าผู้ใช้งาน Twitter จะดูภาพที่คนอื่นอัพจาก Instagram จำเป็นจะต้องดูจากในรูปแบบหน้าเว็บจากเบราเซอร์ในเครื่อง ไม่สามารถชมภาพพรีวิวจากตัว Twitter เองได้อีกแล้ว เนื่องจาก Instagram ตัดส่วนสนับสนุนออกไปเอง

ล่าสุดดูเหมือนว่าสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายจะยิ่งหนักไปกว่าเดิม เพราะทาง Twitter เองได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอพ Twitter แบบ Official ของตน นั่นคือฟีเจอร์สำหรับการตกแต่งรูปพื้นฐาน เช่นการ crop รูป การใส่ฟิลเตอร์ลงในภาพก่อนแชร์ ตัวอย่างของฟิลเตอร์ก็อย่างเช่น Vignette, Vintage และ Cinematic เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้ได้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการใช้งาน Instagram ในระดับหนึ่ง โดยสามารถลองชมคลิปพรีวิวฟีเจอร์การตกแต่งรูปได้จากในคลิปด้านล่างนี้ครับ

Home App Twitter เปิดตัวฟิลเตอร์สำหรับอัพรูปภาพในตัว หลังตัดฟีเจอร์พรีวิวรูปจาก Instagram ทิ้งไป
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวแว่วว่า Twitter จะตัดฟีเจอร์การพรีวิวรูปจาก Instagram ออกไป

Twitter เปิดตัวฟิลเตอร์สำหรับอัพรูปภาพในตัว หลังตัดฟีเจอร์พรีวิวรูปจาก Instagram ทิ้งไป

860

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวแว่วว่า Twitter จะตัดฟีเจอร์การพรีวิวรูปจาก Instagram ออกไป โดยถ้าผู้ใช้งาน Twitter จะดูภาพที่คนอื่นอัพจาก Instagram จำเป็นจะต้องดูจากในรูปแบบหน้าเว็บจากเบราเซอร์ในเครื่อง ไม่สามารถชมภาพพรีวิวจากตัว Twitter เองได้อีกแล้ว เนื่องจาก Instagram ตัดส่วนสนับสนุนออกไปเอง

ล่าสุดดูเหมือนว่าสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายจะยิ่งหนักไปกว่าเดิม เพราะทาง Twitter เองได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอพ Twitter แบบ Official ของตน นั่นคือฟีเจอร์สำหรับการตกแต่งรูปพื้นฐาน เช่นการ crop รูป การใส่ฟิลเตอร์ลงในภาพก่อนแชร์ ตัวอย่างของฟิลเตอร์ก็อย่างเช่น Vignette, Vintage และ Cinematic เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้ได้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการใช้งาน Instagram ในระดับหนึ่ง โดยสามารถลองชมคลิปพรีวิวฟีเจอร์การตกแต่งรูปได้จากในคลิปด้านล่างนี้ครับ

ทั้งนี้ใครที่ใช้งาน Android อยู่ สามารถกดอัพเดตแอพได้ทันที ส่วนชาว iOS คงต้องรออีกเล็กน้อยครับ

ที่มา : Apple Insider