เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Samsung ได้เพิ่มการรองรับเทคโนโลยี AirDrop เข้าไปในฟีเจอร์ Quick Share บน Samsung Galaxy S26 Series เป็นรุ่นแรก ช่วยให้เราสามารถส่งไฟล์ข้ามไปยังอุปกรณ์ฝั่ง Apple ได้ง่ายขึ้น แต่ว่า Samsung ไม่ใช่แบรนด์แรกที่ทำได้ เพราะทาง Google ได้เริ่มนำ AirDrop เข้ามาใน Android ก่อนแล้ว โดยเริ่มใช้กับมือถือซีรีส์ Pixel 10 เป็นรุ่นแรก และล่าสุดทาง Google ก็ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อมือถือ Galaxy รุ่นอื่นๆ ที่เตรียมจะได้รับการอัปเดตให้รองรับฟีเจอร์นี้ในเร็วๆ นี้ได้แล้ว
Samsung Galaxy S26 ราคาเริ่มต้น 33,900 บาท (Shopee/ Lazada) รุ่น S26+ ราคา 40,900 บาท (Shopee) และรุ่น S26 Ultra เริ่มต้นที่ 46,900 บาท (Shopee/ Lazada)
รายชื่อมือถือ Samsung Galaxy ที่เตรียมรองรับฟีเจอร์ AirDrop ได้แล้ว

จากข้อมูลในงานสัมมนา The Android Show | I/O Edition ประจำปี 2026 ที่ผ่านมาทาง Alanna Veiga ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากทีม Android ของ Google ได้ออกมาระบุว่า การรองรับ AirDrop จะขยายไปยังมือถือ Android รุ่นอื่นๆ เพิ่มเติม รวมถึงอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์หลายรุ่นจากทางค่าย Samsung ด้วย โดยอุปกรณ์บางรุ่นก็เริ่มได้รับการอัปเดตฟีเจอร์นี้ไปแล้วผ่านระบบ One UI 8.5 เวอร์ชั่นเต็ม และรายชื่อมือถือ Samsung Galaxy ที่ได้รับการยืนยันว่าจะรองรับในเร็วๆ นี้ได้แก่

- Samsung Galaxy S24
- Samsung Galaxy S24+
- Samsung Galaxy S24 Ultra
- Samsung Galaxy S25
- Samsung Galaxy S25+
- Samsung Galaxy S25 Ultra
- Samsung Galaxy Z Flip 6
- Samsung Galaxy Z Flip 7
- Samsung Galaxy Z Fold 6
- Samsung Galaxy Z Fold 7
- Samsung Galaxy Z TriFold
จากในรายชื่อประกาศอย่างเป็นทางการรอบนี้ จะเห็นได้ว่ารุ่นเรือธงเก่าๆ ที่ยังไม่มีรายชื่ออย่าง Galaxy S23 Series, Galaxy Z Flip 5 และ Galaxy Z Fold 5 รวมถึงมือถือระดับกลางและรุ่นประหยัดใน Galaxy A Series, Galaxy F Series, Galaxy M Series และแท็บเล็ตอย่าง Galaxy Tab A Series หรือ Tab S Series นั้นยังไม่มีการยืนยันออกมาเลยแม้แต่รุ่นเดียว

แต่ก็อย่าพึ่งหมดหวังสำหรับคนที่ใช้งานเรือธงรุ่นเก่ากว่านี้ในรุ่นอื่นๆ เพราะยังมีความเป็นไปได้ว่าจะได้ใช้งานด้วย แต่ฟีเจอร์นี้อาจจะยังคงจำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะบนมือถือรุ่นระดับไฮเอนด์เท่านั้น สาเหตุหลักเป็นเพราะความเข้ากันได้กับระบบ AirDrop บน Android นั้น ไม่ได้ใช้แค่การอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการการรองรับในระดับฮาร์ดแวร์ของชิป และการปรับแต่งเครือข่ายเพื่อจำลองเทคโนโลยี AWDL (Apple Wireless Direct Link) ของฝั่ง Apple ให้สมบูรณ์ที่สุดด้วย
ซึ่งตัวเทคโนโลยี AWDL ที่ว่านี้ มีหลักการทำงานคล้ายกับ Wi-Fi Direct แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ของ Apple โดยเฉพาะ ซึ่งการที่ Google สามารถทำ Reverse-engineered เทคโนโลยีนี้ได้สำเร็จผ่านภาษาโปรแกรม Rust ทำให้ฟีเจอร์ Quick Share บน Android สามารถสื่อสารและส่งไฟล์หากันโดยตรงกับอุปกรณ์ Apple ผ่านการเชื่อมต่อแบบ Peer-to-peer ได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ภายนอก หรือแอปบุคคลที่สามอย่าง LINE ก็เป็นการทำลายข้อจำกัดระหว่างสองระบบปฏิบัติการที่ผู้ใช้รอคอยมานาน
และด้วยเหตุผลทางเทคนิคอันซับซ้อนนี้เอง จึงทำให้มือถือรุ่นเก่า หรือรุ่นราคาประหยัดที่มีข้อจำกัดด้านสเปคชิป อาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะรองรับการทำงานของฟีเจอร์นี้ได้อย่างเสถียรนั่นเอง
ที่มา: sammobile
