ในช่วงหลังมานี้จะเห็นได้ว่า Samsung เริ่มใช้ชิปประมวลผลตัวเรือธงจากค่าย MediaTek มาใช้งานบนแท็บเล็ตรุ่น Galaxy Tab S มากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าทิศทางนี้ยังคงมีต่อไปอีก จากรายงานล่าสุดที่เผยว่า แท็บเล็ตเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ อาจได้ใช้งานชิปเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย MediaTek ในปัจจุบัน ทำให้การใช้งานหลายแอป รวมถึงการเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอน
Samsung Galaxy Tab S11 ราคา 24,900 บาทในรุ่น WiFi (Shopee/ Lazada) และราคา 29,900 บาทในรุ่น 5G (Shopee/ Lazada) | Samsung Galaxy Tab S11 Ultra ราคา 42,900 บาท (Shopee/ Lazada)
Samsung Galaxy Tab S12+ และ Samsung Galaxy Tab S12 Ultra เตรียมใช้ชิป Dimensity 9500

ก่อนหน้านี้เคยมีสเปคหลุดตามข่างวลือออกมาก่อนแล้ว แต่ล่าสุดที่ทาง Android Authority ไปเจอซอร์สโค้ดภายในแอป AI Core ของทาง Samsung ถึงได้เจอกับตัวรหัสโมเดล MT6993 ที่เป็นรหัสของชิป MediaTek Dimensity 9500 ตัวใหม่ล่าสุด ที่อาจจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าใส่อยู่ใน Galaxy Tab S12+ หรือ Tab S12 Ultra แต่ถ้าดูจากประวัติการเลือกใช้ชิปของ Samsung ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่ซีรีส์นี้จะได้เหมือนกับรุ่นที่ผ่านๆ มา และต้องเป็นชิป Dimensity 9500 แน่นอน
สำหรับสเปคของชิป Dimensity 9500 ก็ทำออกมาสมกับเป็นชิปเรือธง เพราะสร้างบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรของ TSMC ขับเคลื่อนด้วย CPU แบบ 8 แกน (Octa-core) ที่ประกอบไปด้วยคอร์หลัก C1-Ultra ความเร็วสูงสุด 4.21GHz จำนวน 1 คอร์, คอร์ประมวลผลประสิทธิภาพสูง C1-Premium ความเร็ว 3.5GHz จำนวน 3 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน C1-Pro ความเร็ว 2.7GHz อีก 4 คอร์

ในส่วนของ GPU นั้นมาพร้อมกับ Arm Mali-G1 Ultra MC12 ที่มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกระดับสูงของแท็บเล็ตฝั่ง Android เลยทีเดียว ชิปรุ่นนี้ยังรองรับการแสดงผลภาพแบบ HDR และรองรับการเล่นเกมที่มีอัตรารีเฟรชเรตสูงๆ ได้อย่างลื่นไหล และเมื่อนำความแรงระดับนี้มารวมกับหน้าจอแบบ OLED และระบบลำโพง 4 ตัว ก็รับรองได้ว่า Galaxy Tab S12 Series นี้เป็นทั้งแท็บเล็ตสายเกมมิ่ง สายบันเทิง และสำหรับใช้งานมัลติทาสกิ้งได้ดีงามแน่นอน

นอกจากเรื่องของชิปแล้ว สเปคด้านอื่นๆ ของ Samsung Galaxy Tab S12+ และ Samsung Galaxy Tab S12 Ultra ทั้งสองรุ่นนี้ก็คาดว่าจะมาพร้อมกับกล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 12MP, รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen, ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 17 ครอบทับด้วย One UI 9.0 ตัวใหม่
รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6.0, มีพอร์ต USB Type-C ที่ถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วระดับ 5Gbps, ตัวเครื่องได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และรองรับการชาร์จไวผ่านสายที่กำลังไฟ 45W หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ใครที่ยังไม่รีบ และมองหาแท็บเล็ตระดับพรีเมียมที่สเปคจัดเต็ม ก็รอติดตามข่าวการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้กันได้เลย
ที่มา: sammobile
