Home Android Platform Android News รีวิว Xiaomi Mi 8 เมื่อ Xiaomi ขอเป็นนักฆ่าเรือธงบ้างนะ !!

[Review] รีวิว Xiaomi Mi 8 เมื่อ Xiaomi ขอเป็นนักฆ่าเรือธงบ้างนะ !!

2,129

Xiaomi Mi 8 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดของ Xiaomi ที่เปิดตัวพร้อมกับถล่มตลาดอีกครั้ง หลังจากช่วงนี้รุกตลาดเอเชียอย่างหนัก โดย Xiaomi Mi 8 เองมากับดีไซน์ตัวเครื่องที่มี Notch หน้าจอด้านบนขนาดใหญ่และสเปคสุดแรงโดยรีดคะแนนจาก Antutu ได้มากถึง 300,000 คะแนน !! โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,990 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียดสเปค พร้อมกับ รีวิว Xiaomi Mi 8 ได้ที่ด้านล่างได้เลยครับ

รีวิว Xiaomi Mi 8

รายละเอียดสเปค Xiaomi Mi 8 

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2248 พิกเซล อัตราส่วน 18.7 : 9
  • ขนาดตัวเครื่อง 154.9 x 74.8 x 7.6 มม. หนัก 175 กรัม
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 CPU Octa-core (4×2.8 GHz Kryo 385 Gold & 4×1.8 GHz Kryo 385 Silver)
  • แรม 6 GB และ 8 GB
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB และ 128 GB ไม่รองรับ micro SD
  • กล้องหลัง Dual Camera พร้อมกับเทคโนโลยี AI ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเลนส์ Sony IMX363 รูรับแสงกว้างสุด f/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • รองรับ Dual SIM
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,400 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android Oreo 8.1

ราคา

  • ความจุ 64 GB แรม 6 GB ราคา 15,990 บาท
  • ความจุ 128 GB แรม 6 GB ราคา 17,990 บาท

Design

สำหรับการออกแบบตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.21 นิ้วความละเอียด Full HD+ เป็นจอ Super AMOLED ที่มีจุดเด่นสีสันสดใส และสีดำที่มืดสนิท พร้อมรองรับ HDR10 อีกด้วย ครอบด้วยกระจกกันรอยขีดข่วน Corning Gorilla Glass 5 มีรอยบากขนาดใหญ่พอสมควร อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง

บริเวณรอยบากจะประกอบไปด้วยกล้องหน้า และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ พร้อมกับฟีเจอร์สแกนหน้าแบบอินฟาเรด ทำให้รอยบากมีขนาดใหญ่กว่าปกติ

ส่วนพื้นที่ด้านล่างจะมีขอบเครื่องหนาเล็กน้อย โดยปุ่ม Navigation จะอยู่ด้านในของเครื่อง

ส่วนด้านหลังของ Xiaomi Mi 8 ใช้กระจก Gorilla Glass 5 เช่นเดียวกันด้านหน้า ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงาม หรูหรา โค้งด้านข้างที่เข้ารับกับมือ

ตำแหน่งของกล้องจะอยู่บนซ้าย โดยมากับกล้องหลัง Dual Camera แนวตั้งเป็นรูปวงรีพร้อมกับ LED Flash ในกรอบ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสีตามตัวเครื่องที่เล่นขอบโครเมี่ยม

ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C  ลำโพงขับเสียง ไมค์สนทนา ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ใช้ช่องเดียวกันกับที่ชาร์ต แต่มีตัวแปลงเป็น 3.5 มม. มาให้ในกล่อง

ด้านซ้ายจะมีเฉพาะถาดใส่ซิมแบบเข็มจิ้ม ซึ่งรองรับ Dual SIM แต่ไม่สามารถใส่ microSD เพิ่มความจุได้

ด้านขวาตัวเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่ม Power ซึ่ง Xiaomi Mi 8 ใช้โลหะ Aluminum frame (7000 series) ที่แข็งแรงเป็นพิเศษที่ใช้เป็นขอบของตัวเครื่องให้ทั้งความแข็งแรง และความสวยงาม

Software

ในส่วนของซอฟต์แวร์ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 พร้อมกับ MIUI 9.5 พร้อมใช้ชิปประมวลผลระดับท็อป Snapdragon 845 ที่มีประสิทธิภาพแรงที่สุด บวกกับแรมขนาด 6 GB ซึ่งแรมเยอะขนาดนี้ทำให้การใช้งานสลับไปมาทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องโหลดใหม่ ถึงแม้จะเป็นเกมใหญ่ ๆ อย่าง Asphalt 9 หรือ ROV ก็สลับไปมาได้ในทันที

หน้าตา UI เมนูของ Xiaomi Mi 8 ก็เหมือนกับ Xiaomi รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ MIUI 9.5 โดยเน้นการดีไซน์ที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน พื้นหลังเป็นสีขาว

Feature

ฟีเจอร์แสดงเต็มหน้าจอ สามารถเปลี่ยนหน้าเมนูการทำงานให้เป็นแบบ iPhone X ได้เลย โดยปุ่มเมนูด้านล่างสามปุ่มก็จะหายไป อยากกลับสู่หน้า Home ก็เลื่อนขึ้นจากด้านล่างของหน้าจอ จะย้อนกลับก็เลื่อนซ้ายหรือขวาตรงขอบหน้าจอ ส่วน Multitasking ก็เลื่อนขึ้นแล้วค้างไว้

Home Android Platform Android News รีวิว Xiaomi Mi 8 เมื่อ Xiaomi ขอเป็นนักฆ่าเรือธงบ้างนะ !!

[Review] รีวิว Xiaomi Mi 8 เมื่อ Xiaomi ขอเป็นนักฆ่าเรือธงบ้างนะ !!

2,129

Xiaomi Mi 8 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุดของ Xiaomi ที่เปิดตัวพร้อมกับถล่มตลาดอีกครั้ง หลังจากช่วงนี้รุกตลาดเอเชียอย่างหนัก โดย Xiaomi Mi 8 เองมากับดีไซน์ตัวเครื่องที่มี Notch หน้าจอด้านบนขนาดใหญ่และสเปคสุดแรงโดยรีดคะแนนจาก Antutu ได้มากถึง 300,000 คะแนน !! โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,990 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียดสเปค พร้อมกับ รีวิว Xiaomi Mi 8 ได้ที่ด้านล่างได้เลยครับ

รีวิว Xiaomi Mi 8

รายละเอียดสเปค Xiaomi Mi 8 

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2248 พิกเซล อัตราส่วน 18.7 : 9
  • ขนาดตัวเครื่อง 154.9 x 74.8 x 7.6 มม. หนัก 175 กรัม
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 845 CPU Octa-core (4×2.8 GHz Kryo 385 Gold & 4×1.8 GHz Kryo 385 Silver)
  • แรม 6 GB และ 8 GB
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB และ 128 GB ไม่รองรับ micro SD
  • กล้องหลัง Dual Camera พร้อมกับเทคโนโลยี AI ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเลนส์ Sony IMX363 รูรับแสงกว้างสุด f/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • รองรับ Dual SIM
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,400 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android Oreo 8.1

ราคา

  • ความจุ 64 GB แรม 6 GB ราคา 15,990 บาท
  • ความจุ 128 GB แรม 6 GB ราคา 17,990 บาท

Design

สำหรับการออกแบบตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.21 นิ้วความละเอียด Full HD+ เป็นจอ Super AMOLED ที่มีจุดเด่นสีสันสดใส และสีดำที่มืดสนิท พร้อมรองรับ HDR10 อีกด้วย ครอบด้วยกระจกกันรอยขีดข่วน Corning Gorilla Glass 5 มีรอยบากขนาดใหญ่พอสมควร อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง

บริเวณรอยบากจะประกอบไปด้วยกล้องหน้า และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ พร้อมกับฟีเจอร์สแกนหน้าแบบอินฟาเรด ทำให้รอยบากมีขนาดใหญ่กว่าปกติ

ส่วนพื้นที่ด้านล่างจะมีขอบเครื่องหนาเล็กน้อย โดยปุ่ม Navigation จะอยู่ด้านในของเครื่อง

ส่วนด้านหลังของ Xiaomi Mi 8 ใช้กระจก Gorilla Glass 5 เช่นเดียวกันด้านหน้า ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงาม หรูหรา โค้งด้านข้างที่เข้ารับกับมือ

ตำแหน่งของกล้องจะอยู่บนซ้าย โดยมากับกล้องหลัง Dual Camera แนวตั้งเป็นรูปวงรีพร้อมกับ LED Flash ในกรอบ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสีตามตัวเครื่องที่เล่นขอบโครเมี่ยม

ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C  ลำโพงขับเสียง ไมค์สนทนา ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ใช้ช่องเดียวกันกับที่ชาร์ต แต่มีตัวแปลงเป็น 3.5 มม. มาให้ในกล่อง

ด้านซ้ายจะมีเฉพาะถาดใส่ซิมแบบเข็มจิ้ม ซึ่งรองรับ Dual SIM แต่ไม่สามารถใส่ microSD เพิ่มความจุได้

ด้านขวาตัวเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่ม Power ซึ่ง Xiaomi Mi 8 ใช้โลหะ Aluminum frame (7000 series) ที่แข็งแรงเป็นพิเศษที่ใช้เป็นขอบของตัวเครื่องให้ทั้งความแข็งแรง และความสวยงาม

Software

ในส่วนของซอฟต์แวร์ ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 พร้อมกับ MIUI 9.5 พร้อมใช้ชิปประมวลผลระดับท็อป Snapdragon 845 ที่มีประสิทธิภาพแรงที่สุด บวกกับแรมขนาด 6 GB ซึ่งแรมเยอะขนาดนี้ทำให้การใช้งานสลับไปมาทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องโหลดใหม่ ถึงแม้จะเป็นเกมใหญ่ ๆ อย่าง Asphalt 9 หรือ ROV ก็สลับไปมาได้ในทันที

หน้าตา UI เมนูของ Xiaomi Mi 8 ก็เหมือนกับ Xiaomi รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ MIUI 9.5 โดยเน้นการดีไซน์ที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน พื้นหลังเป็นสีขาว

Feature

ฟีเจอร์แสดงเต็มหน้าจอ สามารถเปลี่ยนหน้าเมนูการทำงานให้เป็นแบบ iPhone X ได้เลย โดยปุ่มเมนูด้านล่างสามปุ่มก็จะหายไป อยากกลับสู่หน้า Home ก็เลื่อนขึ้นจากด้านล่างของหน้าจอ จะย้อนกลับก็เลื่อนซ้ายหรือขวาตรงขอบหน้าจอ ส่วน Multitasking ก็เลื่อนขึ้นแล้วค้างไว้

ส่วนใครที่ไม่ชอบติ่งหน้าจอก็สามารถปิดติ่งได้เช่นเดียวกัน โดยกดเลือกตรงที่โหมด ซ่อนรอยบอก หน้าจอก็จะปิดที่บริเวณรอยบากไปในทันที ซึ่งหน้าจอ Super AMOLED นั้นแสดงหน้าจอได้สีดำเนียนสนิทอยู่แล้ว ทำให้ปิดรอยบากได้แบบเนียน ๆ

ส่วนอีกฟีเจอร์คือแอปโคลนที่สามารถเล่นไลน์และ Facebook ได้พร้อมกันสองแอคเคาท์

performance

ในส่วนของประสิทธิภาพนั้น Xiaomi Mi 8 มากับชิปประมวลผล Qualcomm SDM845 Snapdragon 845 CPU Octa-core (4×2.7 GHz Kryo 385 Gold & 4×1.7 GHz Kryo 385 Silver) พร้อมกับชิปประมวลผลกราฟิกสุดแรง Adreno 630 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นท็อปของค่ายที่สามารถเล่นได้ทุกเกมแบบลื่น ๆ และแรมสำหรับรุ่นเริ่มต้นที่ให้มาถึง 6 GB ไว้ใช้งานกันแบบเหลือเฟือ หากใครต้องการความเร็วจัดเต็มก็มีให้เลือกที่ 8 GB ส่วนรอมมีให้เลือก 64 GB และ 128 GB ไว้ใช้กันแบบยาว ๆ ดังนั้นในเรื่อง Performance หายห่วงไปได้เลย แต่จะมีข้อสังเกตเล็กน้อย คือ Xiaomi Mi 8 จะไม่สามารถใส่ microSD เพิ่มได้

 

Camera

ส่วนเรื่องของกล้องนั้นใครที่คิดว่าคงถ่ายได้แบบเดิม ๆ ตามสไตล์ Xiaomi ลืมไปได้เลย เนื่องจาก Xiaomi Mi 8 ได้คะแนนภาพนิ่งจาก DXOMark เว็บไซต์เชี่ยวชาญในเรื่องของกล้องมากถึง 105 คะแนน !! และมีคะแนนรวม(วิดีโอ)อยู่ที่ 99 คะแนน ซึ่งมากกว่า iPhone X และมีคะแนนเท่ากับ Samsung Galaxy S9+ โดยรายละเอียดกล้องของ Xiaomi Mi 8 มากับกล้องหลัง Dual Camera แบบ Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทัั้งสองเลนส์ รูรับแสงกว้างสุด f/1.8 พร้อมกับฟีเจอร์กันสั่น OIS แบบ 4-Axis พร้อมรองรับ Optical Zoom 2x

เมื่อถ่ายรูปหน้า AI ก็จะเปลี่ยนก็จะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม (ไอคอนตรงกลางด้านบน) อย่างเช่นภาพด้านล่าง ที่ถ่ายดอกไม้ โลโก้ก็จะเปลี่ยนเป็นรูปดอกไม้ และเร่งแสงสีให้สวยงามตามโหมดภาพนั้น ๆ

 

ตัวอย่างกล้องหลัง Xiaomi Mi 8

 

ตัวอย่างกล้องหน้า Xiaomi Mi 8

เปรียบเทียบกล้องหลัง Xiaomi Mi 8 VS Samsung Galaxy S9+