รีวิว OPPO Reno4 ถ่ายรูปสวยชัด ฟีเจอร์กล้องจัดเต็ม ดีไซน์บางเฉียบ ในราคา 11,990 บาท

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของทาง OPPO ในรุ่น OPPO Reno4 กับสโลแกน “Cleary the best you” เป็นอีกรุ่นที่น่าจับตามองในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูป เนื่องจากรุ่นนี้มาพร้อมกับนวัตกรรมเด็ด ๆ เพื่อการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายกลางคืน รวมถึงภาพพอร์ตเทรตหรือการถ่ายภาพบุคคล ว่าแต่จะเด็ดอย่างไรนั้น เลื่อนลงไปอ่านรีวิว OPPO Reno4 ได้เลยครับ

รีวิว OPPO Reno4

เปค OPPO Reno4

  • หน้าจอ Dual Punch-Hole AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 720G
  • RAM 8GB (LPDDR4x)
  • ROM 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลัก 48MP IMX586 f/1.7
    • Ultra Wide-angle 8MP f/2.2
    • Macro 2MP f/2.4
    • Mono 2MP
  • กล้อง 32MP IMX616 + AI- enhanced Smart Sensor
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Hidden Fingerprint Unlock 3.0
  • แบตเตอรี่ 4,015 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว 30W VOOC 4.0
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.2 บนพื้นฐาน Android 10
  • ราคาเปิดตัว 11,990 บาท
  • สเปคเต็ม ๆ OPPO Reno4

รีวิว OPPO Reno4 – ดีไซน์ การออกแบบตัวเครื่อง

เครื่องรีวิว OPPO Reno4 ที่ทีมงาน SpecPhone.com ได้รับมานั้น เป็นสี Galactic Blue ที่มาพร้อมกับฝาหลังดีไซน์แบบ Reno Glow ให้สัมผัสที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งยังทำให้ตัวเครื่องจับถือสะดวก เนื่องจากเป็นพื้นผิวแบบด้าน เมื่อรวมกับการออกแบบตัวเครื่องที่มีความบาง และเบา ยิ่งทำให้การใช้งานสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00022

ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 165 กรัม เมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนหลายรุ่นในท้องตลาด ถือว่ามีความเบากว่ามากพอสมควร ต่อให้ใส่เคสด้วยก็ยังถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่มีน้ำหนักเบาอยู่ดีครับ ส่วนเรื่องความบางนั้นอยู่ที่ 7.7 มิลลิเมตร เมื่อรวมกับเข้าหน้าจอแบบ Dual Punch-hole ขนาด 6.4 นิ้ว ที่จอเต็มพื้นที่ด้านหน้า จึงส่งผลให้ขนาดตัวเครื่องโดยรวมไม่ใหญ่จนเกินไป

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00034

สำหรับหน้าจอ AMOLED มีความละเอียดที่ระดับ Full HD+ และด้วยความที่เป็นหน้าจอประเภท AMOLED จึงแสดงสีสันได้สดกว่าหน้าจอปกติทั่วไป ยังไม่รวมถึงโหมดปรับแต่งสีหน้าจอที่มีให้เลือกทั้งปกติ และโหมดสีสด ที่ทำให้การรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วยสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ได้อรรถรสเพิ่มขึ้นไปอีก

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00028

สัดส่วนของหน้าจอสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ เมื่อเทียบกับพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด คิดเป็น 90.7% เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีพื้นที่อื่น ๆ เลยนอกจากหน้าจอ บรรดาเซ็นเซอร์ด้านหน้าถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ส่วนกล้องหน้าเป็นแบบ Dual Punch-Hole ที่ฝังกล้องความละเอียด 32MP กับ AI -enhanced Smart Sensor ที่ออกแบบมาเพื่อการควบคุมแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00019

Camera – กล้องถ่ายรูป OPPO Reno4

กล้องถ่ายรูปถือเป็นไฮไลต์เด็ดของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ครับ เริ่มจากการใส่ฮาร์ดแวร์คุณภาพสูงในกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบไปด้วย

  • กล้องหลัก 48MP IMX586 เซ็นเซอร์ขนาด 1/2 นิ้ว f/1.7
  • กล้องมุมกว้าง Ultra wide-angle 8MP
  • Macro Camera 2MP
  • Mono Camera 2MP
Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00008

เซ็นเซอร์หลัก 48MP ในรุ่นนี้เลือกใช้เป็น IMX586 เซ็นเซอร์ที่เมื่อก่อนถูกใช้ในสมาร์ตโฟนเรือธงหลายรุ่น หนึ่งในนั้นก็คือ OPPO Find X2 ที่ใช้เซ็นเซอร์ตัวนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของคุณภาพของรูปถ่ายถือว่าไว้ใจได้เลยครับ ฮาร์ดแวร์มาดีแล้ว แต่ส่วนตัวผมมองว่าทีเด็ดของรุ่นนี้อยู่ที่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ในการถ่ายภาพ ที่มีให้เลือกใช้มากมาย

OPPO Reno4 Rear Camera Filter
ฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ ที่มีให้เลือกใช้

AI Color Portrait

โหมดแรกที่น่าสนใจในเรื่องการถ่ายภาพด้วย OPPO Reno4 ได้แก่ AI Color Portrait (ฟิลเตอร์ลำดับที่ 8) เมื่อกดใช้จะเป็นการไฮไลต์เฉพาะตัวบุคคลทันที ด้วยการเฟดสีพื้นหลังให้เป็นขาวดำ สามารถแสดงผลได้ทันทีขณะที่เล็งกล้อง รองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ แนะนำให้ใช้โหมดนี้กับการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสด ๆ หน่อย จะทำให้ตัวแบบเด่นขึ้นมากทีเดียวครับ

OPPO Reno4 AI Color Portrait Rear Camera 0001
AI Color Portrait ด้วยกล้องหลัง
OPPO Reno4 AI Color Portrait Rear Camera
AI Color Portrait ด้วยกล้องหลัง
OPPO Reno4 AI Color Portrait Rear Camera 0002
AI Color Portrait ด้วยกล้องหลัง
OPPO Reno4 AI Color Portrait Selfie 001
AI Color Portrait ด้วยกล้องหน้า

วิธีการใช้งาน AI Color Portrait ให้เข้าไปที่เมนูกล้องถ่ายภาพ > Portrait Mode (รูปคน) > Filter > AI Color Portrait (ฟิลเตอร์ลำดับที่ 8)

Night Flare Portrait

สมาร์ตโฟนในปัจจุบัน หลายรุ่นมาพร้อมกับโหมดกลางคืน แต่ข้อจำกัดหนึ่งของโหมดกลางคืนก็คือ ถ่ายคนออกมาค่อนข้างแย่ แต่ไม่ใช่กับ Night Flare Portrait ที่อยู่ใน OPPO Reno4 ที่เป็นการรวม Portrait Mode เข้ากับ Low Light HDR และอัลกอริทึม Bokeh เห็นกระบวนการเยอะแยะแบบนี้ ในการใช้งานจริง ผู้ใช้แค่เลื่อนไปที่ฟิลเตอร์ลำดับที่ 9 ในโหมด Portrait เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย

OPPO Reno4 Flare Mode Rear Camera 0001
ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Night Flare Portrait

ในการถ่ายภาพด้วย Night Flare Portrait กล้องของ OPPO Reno4 จะเริ่มจากการปรับพื้นหลังให้มีความโปร่งแสง และเบลอดวงไฟต่าง ๆ ให้เป็นโบเก้อย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นทำการเพิ่มสีสันของภาพให้มีความสดมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้ภาพถ่ายบุคคลในที่แสงน้อยมีความคมชัด สว่าง เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลกับแสงไฟบนท้องถนน หรือบริเวณที่มีการจัดไฟเยอะ ๆ

OPPO Reno4 Night Flare Compare Rear Camera 0001
เปรียบเทียบระหว่างโหมด Auto และ Night Flare Portrait

วิธีการใช้งาน Night Flare Portrait ให้เข้าไปที่เมนูกล้องถ่ายภาพ > Portrait Mode (รูปคน) > Filter > Night Flare Portrait (ฟิลเตอร์ลำดับที่ 9)

Ultra Night Selfie Mode

โหมดถ่ายกลางคืนในกล้องหน้า 32MP โดยในโหมดดังกล่าวจะช่วยให้ภาพถ่ายมีความสว่าง และคมชัดมากยิ่งขึ้นทั้งตัวบุคคล รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ มีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลภาพถ่าย เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยมาก ๆ หรือการเซลฟี่กับแสงไฟนีออน

OPPO Reno4 Ultra Night Selfie Front Camera 0001
ตัวอย่างภาพเซลฟี่กลางคืนด้วยกล้องหน้า

ข้อสังเกตของโหมดดังกล่าวคือ หากไม่ใช้สภาพแวดล้อมที่แสงน้อยมากจริง ๆ การใช้ Ultra Night Selfie Mode จะทำให้ภาพสว่างจนเกินไปครับ แนะนำว่าให้ใช้แค่โหมดรูปคน หรือโหมดปกติก็ถ่ายออกมาได้สว่างเพียงพอแล้ว เนื่องจากกล้องหน้า OPPO Reno4 ใช้เซ็นเซอร์ IMX616 ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ถึง 1/2.74 นิ้ว

นอกจากโหมดถ่ายกลางคืนด้วยกล้องหน้า Ultra Night Selfie Mode ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ อย่างฟิลเตอร์ที่มีให้เลือกใช้อีกมากมาย รวมถึง Portrait Mode ด้วยกล้องหน้า ที่ปรับใบหน้าให้สวยงาม และทำฉากหลังให้เป็นโบเก้

OPPO Reno4 Selfie Filter
ฟิลเตอร์ที่มีให้เลือกใช้ในกล้องหน้า

การถ่ายภาพกลางคืน

การถ่ายภาพในที่แสงน้อย นอกเหนือจากโหมดกลางคืนแล้ว หากเป็นบริเวณที่แสงน้อยมากจริง ๆ (ความสว่างน้อยกว่า 1 lux) Ultra Dark Mode จะทำงานโดยอัตโนมัติ โหมดนี้จะเป็นการเพิ่มความคมชัด และความสว่างของรูปภาพจากที่ตามองไม่เห็น ให้เห็นรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน แต่ก็ต้องแลกมากับปริมาณ Noise ที่สูงกว่าโหมดกลางคืนครับ

เปรียบเทียบระหว่างปิด – เปิด Ultra Dark Mode

OPPO Reno4 Dark Mode

Ultra Clear 108MP Image

ถึงแม้เซ็นเซอร์หลักจะมีความละเอียดที่ 48MP แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ๆ เพื่อมาใช้งานต่อ ก็สามารถเลือกใช้โหมด Ultra Clear 108MP Image ที่จะทำให้ได้ภาพถ่ายที่ความคมชัดสูงสุดถึง 108MP ด้วยการใช้อัลกอริทึมแบบพิเศษ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในรูปภาพได้มากกว่าโหมดปกติทั่วไป แต่ก็จะมีขนาดไฟล์ที่ค่อนข้างใหญ่ และใช้เวลาในการถ่ายนานพอสมควร

960fps AI Slow-motion

OPPO Reno4 สามารถถ่ายวิดีโอแบบ Slow-motion ได้สูงสุดที่ 960fps ด้วยอัลกอริทึมตรวจจับการเคลื่อนไหวอัจฉริยะ ที่รับรู้ได้ว่ามีวัตถุกำลังเคลื่อนไหว และเลือกทำ Slow-motion ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นที่ 480fps @1080p, 240fps @720p และ 120fps @1080p ในกล้องหลัง ส่วนกล้องหน้าจะรองรับการถ่ายวิดีโอเซลฟี่แบบสโลโมชั่นที่ 240fps @720p และ 120fps @1080p อีกด้วย

AI Color Portrait Video + Monochrome Video

สำหรับ AI Color Portrait Video จะทำงานแบบเดียวกับการถ่ายภาพนิ่ง ก็คือทำการเฟดฉากหลังให้เป็นสีขาวดำ และเน้นไฮไลต์ที่ตัวบุคคลโดยเฉพาะ ในการใช้งานถือว่าแยกสีตัวแบบกับฉากหลังได้เนียนทีเดียวครับ แต่แนะนำว่าให้ตัวแบบพยายามมองกล้องไว้ตลอดการถ่ายวิดีโอ จะช่วยให้การเฟดสีออกมาเนียนมากยิ่งขึ้น

ส่วน Monochrome Video จะคล้าย ๆ กับ AI Color Portrait Video แต่จะแยกเป็นฟิลเตอร์วิดีโอ 3 สี และจะทำการไฮไลต์เฉพาะวัตถุที่มีสีตามฟิลเตอร์ที่เลือก

  • Crimson – ไฮไลต์เฉพาะวัตถุสีแดง และผิวของบุคคล
  • Forest Green – ไฮไลต์เฉพาะวัตถุสีเขียว
  • Sky Blue – ไ​ฮไลต์เฉพาะวัตถุสีฟ้า
Screenshot OPPO Reno4 AI Color Video
ตัวอย่าง Monochrome Video ฟิลเตอร์ Forest Green และ Crimson

ตัวอย่างการใช้งาน Monochrome Video เช่น ตัวแบบใส่กางเกงสีน้ำเงิน ผูกโบว์สีน้ำเงิน ถ่ายวิดีโอริมทะเลด้วยฟิลเตอร์ Sky Blue หรือถ่ายวิดีโอท่ามกลางต้นไม้ด้วยฟิลเตอร์ Forest Green เป็นต้น

Ultra Steady Video 3.0

โหมดกันสั่นวิดีโอใน OPPO Reno4 มีด้วยกันถึง 3 โหมด ได้แก่ Front Steady Video ที่ใช้ระบบกันสั่นแบบ EIS ในกล้องหน้า ทำให้สามารถถ่าย VLOG ได้สบาย ๆ รองรับการทำงานร่วมกับฟิลเตอร์, วิดีโอ Bokeh, AI Beauty และรองรับวิดีโอกล้องหน้าที่ความละเอียดสูงสุด 30fps @1080p

Ultra Steady Video โหมดกันสั่นที่ใช้งานบนเซ็นเซอร์หลัก ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งโดยที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง หรือการต่อสมาร์ตโฟนเข้ากับกิมบอล เหมาะกับการเดินถ่ายวิดีโอปกติทั่วไป ที่ผู้ถ่ายไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเร็วมาก ๆ

Ultra Steady Video Pro เป็นโหมดกันสั่นวิดีโอที่ทำงานโดยใช้กล้องมุมกว้าง Ultra wide-angle นอกจากจะได้มุมมองที่กว้างกว่าโหมดปกติแล้ว ยังให้ความนิ่งที่มากกว่า เหมาะกับการถ่ายวิดีโอที่ผู้ถ่ายต้องการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น การวิ่ง หรือการเล่นกีฬา แต่จะมีข้อสังเกตในเรื่องคุณภาพของวิดีโอยังไม่เท่าโหมด Ultra Steady Video ที่ถ่ายด้วยเซ็นเซอร์หลัก

SoLoop – แอปตัดต่อวิดีโออัจฉริยะ

ไม่เพียงแค่ถ่ายวิดีโอได้เป็นอย่างดี และมีลูกเล่นแพรวพราวในการถ่ายวิดีโอ แต่ใน ColorOS 7.2 ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชั่นสำหรับการตัดต่อวิดีโอ SoLoop ที่ช่วยให้การตัดต่อวิดีโอ หรือรูปภาพสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว มีเอฟเฟ็กต์วิดีโอ รวมถึงสามารถตัดต่อวิดีโอตามทำนองเพลง และมี Template ให้เลือกใช้มากมาย

Screenshot OPPO Reno4 SoLoop

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยโหมด Auto


AON – AI-enhanced Smart Sensor

กล้องหน้าอีกตัวจะเป็นเซ็นเซอร์ AON (AI-enhanced Smart Sensor) ที่ช่วยในเรื่องการใช้งานให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเซ็นเซอร์ดังกล่าวมีหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00016

Smart Spying Prevention เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวร่วมกับการสแกนใบหน้า หากสมาร์ตโฟนตรวจจับว่ามีคนอื่นแอบมองขณะใช้งาน จะซ่อนการแจ้งเตือน, ข้อความ รวมถึงการแจ้งเตือนแบบแบนเนอร์ทันที ทำให้คนอื่นไม่สามารถแอบดูแชทได้

Screenshot OPPO Reno4 Smart Spy
Facebook จะไม่แสดงเนื้อหาการแจ้งเตือน หากไม่ตรวจพบใบหน้าที่ลงทะเบียนไว้

การเปิดใช้งาน​: Settings > Notifications & status bar > Manage notifications > Anti-peeping

Smart AirControl เป็นการสั่งการสมาร์ตโฟนโดยที่ไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ ผ่านท่าทางต่าง ๆ ในการโบกมือ สามารถรับสาย หรือเลื่อนหน้าจอแอปพลิเคชั่นที่รองรับอย่าง Youtube, Facebook, Instagram และ Tiktok

Screenshot OPPO Reno4 AirControl

วิธีเปิดใช้งาน: Settings > Convenient Tools > Gestures & Motions > Air Gestures > Air answer/Air scroll

Smart Rotation เคยเจอปัญหาเวลานอนเล่นมือถือ แล้วหน้าจอหมุนไปเรื่อยไหมครับ ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะเฟีเจอร์ Smart Rotation ที่ใช้ AI-enhanced Smart Sensor และ อัลกอริทึมจดจำท่าทาง โทรศัพท์จะทำการวิเคราะห์ตำแหน่งใบหน้าผู้ใช้กับการวางตัวเครื่อง เพื่อพิจารณาว่าจะทำการหมุนหน้าจอหรือไม่

Smart Always-on หน้าจอจะไม่เข้าสู่โหมดพักหน้าจอในขณะที่ตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังใช้งานโทรศัพท์ เช่น เปิดดูรูป หรืออ่านเว็บไซต์ เป็นต้น


รีวิว OPPO Reno4 – ประสิทธิภาพและการจัดการพลังงาน

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่ให้ประสิทธิภาพสูงอย่าง Snapdragon 720G ที่เทคโนโลยีการผลิต 8 นาโนเมตร ให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 46% ในส่วนของการประมวลผล Single Core และประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 26% ในส่วนของ Multi-core มาพร้อมกับ RAM 8GB LPDDR4x และความจุในตัวเครื่อง 128GB UFS 2.1

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00017

สำหรับการเล่นเกม จากที่ได้ทดสอบกับหลาย ๆ เกมที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Garena Free Fire, ROV, PUBG Mobile หรือจะเป็นเกมออฟไลน์กินสเปคอย่าง Asphalt 9 ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล แม้จะปรับตั้งค่าในระดับสูงก็ตาม

ด้านแบตเตอรี่และการจัดการพลังงาน สมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,015 mAh แม้ตัวเครื่องจะมีความบาง และเบามากกว่าสมาร์ตโฟนหลายรุ่นในท้องตลาดก็ตาม สามารถใช้งานได้นานตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรอง นอกจากนี้ยังมีโหมดประหยัดพลังงาน Super Power Saving ที่ทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานมากขึ้น และยังมีโหมด Super Nighttime Standby ที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานตอนนอน แบตเตอรี่จะลดไปเพียง 2% ภายในเวลา 8 ชั่วโมง

ส่วนเรื่องการชาร์จไฟ รุ่นนี้มาพร้อมระบบชาร์จ 30W VOOC 4.0 ที่จ่ายไฟได้แรงสุด 5V/ 6A ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ภายในเวลา 57 นาที และชาร์จไฟได้ 50% ภายในเวลาเพียง 20 นาที


ระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.2

OPPO Reno4 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย ColorOS 7.2 มีการปรับแต่งให้สมาร์ตโฟนทำงานได้อย่างลื่นไหลขึ้น ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วย AI App Preloading ที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ใช้จะเลือกเปิดแอปพลิเคชั่นอะไร และทำการเรียกใช้งานล่วงหน้า ส่งผลให้การเรียกแอปทำได้รวดเร็วมากขึ้น หรืออย่าง Anti-Fragmentation Engine ที่ทำให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างลื่นไหลแม้จะใช้งานมาเป็นเวลานาน

Screenshot OPPO Reno4 ColorOS 7

ด้านความบันเทิง รุ่นนี้รองรับการสตรีมภาพยนตร์ NetFlix แบบ 1080p และยังมาพร้อมเอฟเฟ็กต์เสียง Dolby Atmos ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมภาพยนตร์ การฟังเพลง หรือการเล่นเกม และยังมีฟีเจอร์ OSIE Ultra Clear Visual Effect ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลในวิดีโอสั้น เช่น Instagram, Tiktok ให้มีสีสันที่สดมากขึ้น ลด Noise และเพิ่มความอิ่มตัวของวิดีโอ


สรุปภาพรวม รีวิว OPPO Reno4

สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ผมบอกเลยว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอนครับ ในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ (OPPO Reno4 ราคา 11,990 บาท) ส่วนตัวผมมองว่ารุ่นนี้ถ่ายรูปสนุกมาก ทั้งฮาร์ดแวร์กล้องคุณภาพสูง รวมถึงซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ใส่มาให้มากมาย โดยเฉพาะการถ่ายภาพคน หรือภาพบุคคลนี่มีลูกเล่นใหม่ ๆ เพียบ

Preview OPPO Reno4 SpecPhone 00013

ส่วนเรื่องสเปค ด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 720G + RAM 8GB LPDDR4x และความจุ 128GB แบบ UFS 2.1 ทำให้การใช้งานลื่นไหล เล่นเกมได้สบาย ๆ แม้จะปรับตั้งค่าระดับสูง รวมถึงการจัดการพลังงานที่อยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว อีกทั้งยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 30W VOOC 4.0 ที่ชาร์จไฟเต็ม 100% ภายใน 57 นาที