Close Menu
    Facebook X (Twitter) YouTube TikTok
    SpecPhone
    • ข่าวล่าสุด
    • รีวิว
    • ค้นหามือถือ
    • วิดีโอ
    • บทความ
    • ติดต่อเรา
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)
    SpecPhone
    Home»Phone Review»รีวิว HUAWEI WATCH FIT 3 ดีไซน์บางเฉียบ ระบบจัดการสุขภาพรอบด้าน ใช้งานได้นานสุด 10 วัน กับค่าตัว 3,990 บาท
    Phone Review

    รีวิว HUAWEI WATCH FIT 3 ดีไซน์บางเฉียบ ระบบจัดการสุขภาพรอบด้าน ใช้งานได้นานสุด 10 วัน กับค่าตัว 3,990 บาท

    ACHI-SPBy ACHI-SP28 พฤษภาคม 2024
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email
    HUAWEI WATCH FIT 3

    HUAWEI WATCH FIT 3 สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก HUAWEI ที่มาพร้อมดีไซน์สี่เหลี่ยม พร้อมด้วยความเบาบาง ครอบคลุมทุกฟีเจอร์ด้านสุขภาพแบบจัดเต็ม สามารถใช้งานได้นานสุดถึง 10 วัน และยังรองรับทั้ง Android และ iOS ด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันสุดๆ มาถึงจุดนี้น่าจะสงสัยกันแล้วว่า HUAWEI WATCH FIT 3 นั้นมีดีอะไรบ้าง งั้นเราไปชมกันดีกว่าครับ


    สเปคของ HUAWEI WATCH FIT 3

    • วัสดุ :
      • ตัวเรือน : อะลูมิเนียมอัลลอย
      • สาย​ : หนัง, ไนลอน, ยาง
    • สี : ขาว, เทา, ขาว, เขียว, ชมพู, ดํา
    • ขนาด : 43.2 × 36.3 × 9.9 มิลลิมเตร
    • ความยาวสาย :
      • สีขาว (หนัง)และสีชมพู : 120-190 มม
      • สีเทา, สีเขียว, สีขาว, สีดํา : 130-210 มม
    • น้ำหนัก : 26 กรัม
    • หน้าจอ : AMOLED 1.82″, 480 × 408  พิกเซล, 347PPI, พื้นที่หน้าจอ 77.4%, Refresh Rate 60 Hz, ความสว่าง 1,500 nits
    • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 2.4GHz, Bluetooth 5.0 (LE), NFC (มีเฉพาะปุ่มแดง-บอดี้สีเทา เท่านั้น)
    • ระบบปฏิบัติการที่รองรับ : Android 8.0 หรือใหม่กว่า | iOS 13.0 หรือใหม่กว่า
    • ระบบตรวจจับ :
      • เซนเซอร์ IMU แบบ 9 แกน (เซนเซอร์มาตรความเร่ง, เซนเซอร์ไจโรสโคป, เซนเซอร์ Magnetometer)
      • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล
      • เซนเซอร์แสงโดยรอบ
    • ระดับการกันน้ำ : 5ATM
    • แบตเตอรี่ : สูงสุด 10 วัน,  4 วัน เมื่อเปิด AOD
    • การชาร์จ : พอร์ตการชาร์จแบบแม่เหล็ก
    • ปุ่ม : ปุ่มมงกุฎ, ปุ่มฟังก์ชัน
    • ระบบเสียง : มีลำโพงและไมโครโฟนสามารถคุยสายได้

    อุปกรณ์ภายในกล่อง

    • HUAWEI WATCH FIT 3
    • สายชาร์จ
    • คู่มือผู้ใช้ ข้อมูลความปลอดภัย และใบรับประกัน

    ดีไซน์ของ HUAWEI WATCH FIT 3

    ในเรื่องของดีไซน์นั้น HUAWEI ได้นิยามดีไซน์เอาไว้ว่า Fashion Square ด้วยการดีไซน์ตัวเรือนเป็นสี่เหลี่ยม (ดูคล้ายๆ สักแบรนด์เนอะ) ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนแล้วจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น หน้าจอกว้างขึ้น แต่ก็ยังคงความเบา บาง เอาไว้ได้เช่นกัน โดยในส่วนของวัสดุนั้นตัวเรือนใช้เป็นอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีความแข็งแรงทนทาน ดูแล้วมีความแพงในตัวเอง

    หน้าจอจะเป็นหน้าจอ AMOLED ที่มีขนาดหน้าจอแสดงผล 1.82 นิ้ว ซึ่งกินพื้นที่ไป 77.4% ของพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด แถมยังได้ขอบเป็นขอบโค้ง 2.5D อีกด้วย แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ WATCH FIT 3 นี้มีความสว่างหน้าจอสูงสุดถึง 1,500 nits ซึ่งสามารถสู้แดดเมืองไทยได้อย่างสบายเลยครับ

    สำหรับด้านข้างตัวเรือนนั้นฝั่งซ้านจะมาพร้อมกับลำโพงตัวเครื่อง

    ฝัั่งขวาจะมี Huawei Digital Crown (ขอเรียกสั้นๆ ว่าเม็ดมะยมนะ), ปุ่มฟังก์ชัน และรูไมโครโฟน

    ข้างใต้จะมีเซ็นเซอร์สำหรับใช้วัดค่าต่างๆ และขั้วชาร์จแบบแม่เหล็ก

    ตัวสายนั้นสามารถเปลี่ยนสายได้ง่ายๆ เพียงแค่กดแล้วเปลี่ยนได้เลย ซึ่งทาง HUAWEI เรียกว่า HUAWEI QuickLink Stap Connector ซึ่งตัวสายจะมีให้เลือก 3 แบบคือ สายหนัง, สายไนลอน และสายยางครับ


    การสวมใส่

    ในเรื่องของการสวมใส่นั้นบอกเลยว่าน่าทึ่ง เพราะตัวเรือนที่เบาเพีนยง 26 กรัม ทำให้เวลาใส่แล้วไม่รู้สึกถึงน้ำหนักถ่วงข้อมือเลยสักนิด อีกทั้งถึงแม้หน้าจอจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังอยู่ในขนาดที่ไม่ได้ใหญ่จนเทอะทะ สามารถสวมใส่ได้ทั้งหญิงและชาย เพียงแต่ตัวสายสีขาวและสายสีชมพูนั้นจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีแขนใหญ่เท่าไร แต่ถามว่าใส่ได้ไหม ก็ขอตอบว่าพอใส่ได้ เพียงแต่จะต้องไปใช้ช่องท้ายสุดหรือเกือบท้ายสุดเลย เนื่องจากผู้เขียนเป็นคนตัวใหญ่ ทำให้ตอนใส่สายหนังที่ให้มานั้นต้องใช้ช่องนอกสุดเลย)

    สำหรับตัวหน้าปัดนั้นทาง HUAWEI มีให้เลือกเปลี่ยนมากกว่า 200 แบบ ซึ่งจะมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน แต่ๆ แบบฟรีสวยๆ ก็มีเยอะ แถมตัวหน้าปัดที่เป็นของ HUAWEI เองก็สามารถเปลี่ยนสีหน้าปัดตามที่ชอบได้ด้วย จะเน้นเปลี่ยนตามมูดในแต่ละวันหรือเปลี่ยนให้เข้ากับสีชุดก็ยังได้


    การเชื่อมต่อ

    ในเรื่องการเชื่อมต่อนั้นตัว WATCH FIT 3 เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS โดยมีเงื่อนไขแค่ว่าถ้าเป็น Android ต้องเป็น Android 8.0 ขึ้นไปเท่านั้น (ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ไม่ 12 ก็ 13 กันหมดแล้ว) ส่วนถ้าเป็น iOS ต้องเป็น iOS 13 ขึ้นไปเท่านั้นครับ

    สำหรับการจะใช้งาน HUAWEI WATCH FIT 3 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต้องมีการเชื่อมต่อผ่านแอปฯ HUAWEI Health ด้วยเช่นกัน โดยหลังจากที่เข้าแอปฯ ไปแล้วให้เข้าไปที่หน้าอุปกณ์เพื่อทำการเชื่อมต่อตัวสมาร์ทวอทช์เข้ากับสมาร์ทโฟน (จะให้แอปฯ สแกนหาเองหรือจะใช้วิธีสแกน QR Code ก็ได้) ซึ่งเมื่อทำการเชื่อมต่อและอัปเดตต่างๆ เรียบร้อยแล้วเราจะสามารถตั้งค่าต่างๆ และใช้งาน WATCH FIT 3 ได้ทุกฟีเจอร์เลยครับ


    การใช้งาน

    ในด้านการใช้งานนั้นความน่าสนใจของสมาร์ทวอทช์ HUAWEI ที่มีปุ่มเม็ดมะยมก็คือเมื่อกดเข้าไปจะเป็นการเรียกหน้ารวมฟีเจอรืต่างๆ ทั้งหมดขึ้นมา แล้วเราสามารถหมุนเม็นมะยมเพื่อย่อหรือขยายไอคอนแอปฯ ได้ด้วย เป็นอะไรที่สมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นๆ ให้ไม่ได้

    สำหรับการรับการแจ้งเตือนต่างๆ นั้น WATCH FIT 3 รองรับการแจ้งเตือนด้วยภาษาไทย ซึ่งด้วยหน้าจอขนดา 1.82 นิ้วนี้ ทำให้สามารถมองเห็นข้อความได้อย่างชัดเจน แถมยังสามารถตอบกลับด้วยข้อความด่วนที่ตั้งไว้ล่วงหน้าก็ได้ หรือจะตอบกลับเป็นอีโมจิก็ได้ด้วยเช่นกัน

    หนึ่งในสิ่งที่ HUAWEI WATCH FIT 3 ทำได้และเรียกได้ว่าช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นก็คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถคุยโทรศัทพ์ผ่าน WATCH FIT 3 ได้เลย ไม่ต้องยกสมาร์ทโฟนขึ้นมา เนื่องจากบนตัว WATCH FIT 3 นั้นมีทั้งไมโครโฟนและลำโพงนั่นเอง โดยเราสามารถรับสาย, ปฎิเสธสาย หรือจะตอบกลับเป็นข้อความก็ทำได้เช่นกัน

    สำหรับฟีเจอร์ด้านการฟังเพลงนั้นบอกเลยว่าช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นเยอะเช่นกัน เพราะนอกจากจะสามารถควบคุมการเล่นผ่านสมาร์ทวอทช์ได้แล้วยังสามารถปรับระดับเสียงได้ง่ายๆ ด้วยการหมุนเม็ดมะยมไปมา ซึ่งหากเป็นแบรนด์อื่นๆ หรือรุ่นอื่นๆ ที่ไม่มีเม็ดมะยมนี้เวลาปรับระดับเสียงต้องไปสัมผัสที่หน้าจอแทน

    นอกจากนี้สำหรับคนที่ใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันหรือใส่ออกกำลังกายก็ไม่ต้องกลัวว่าโดนน้ำแล้วจะพังเพราะ WATCH FIT 3 สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 5ATM ทำให้สามารถใส่ลุยน้ำได้สบายเลย


    ฟีเจอร์ด้านสุขภาพ

    หนึ่งในสิ่งที่เป็นจุดเด่นของ WATCH FIT 3 ก็คือฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ให้มาแบบจัดเต็มทั้งในแบบของผู้หญิงและผู้ชายเลย สามารถช่วยดูแลทั้งการออกกำลังกาย, การใช้ชีวิตประจำวัน และการนอนหลับได้เป็นอย่างดี แถมที่พิเศษกว่าใครเลยก็คือสามารถติดตามรอบเดือนและบันทึกตัวบ่งชี้ทางกายภาพต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบผ่านมุมมองปฏิทินรายเดือนที่ใช้งานง่ายอีกด้วย

    ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดระดับความเครียดและระดับออกซิเจนเองก็มีเหมือนเดิม แต่คราวนี้มาเป็น TruSeen 2.5 ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมีความเที่ยงตรงแม่นย่ำกว่าเดิม

    เรื่องการนอนเองก็ไม่ธรรมดาด้วย TruSleep 4.0 เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งสามารถติดตามอัตราการหายใจระหว่างนอนหลับได้ พร้อมใทั้งยังสามารถประเมินระดับการนอนได้ดีไหมอีกด้วย ซึ่งนี้สามารถช่วยให้เราควบคุมการนอนให้มีคุณภาพขึ้นได้

    หนึ่งในสิ่งที่ผู้เขียนค่อนข้างชอบเลยก็คือฟีเจอร์ Stay Fit ที่จะช่วยคำนวนและติดตามแคลอรีและวิเคราะห์โภชนาการของเรา พร้อมทั้งยังสามารถให้แนะนำที่เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนักได้ด้วยว่าต้องกินเท่าไร หรือต้องออกกำลังกายประมาณไหน เพื่อให้สามารถลดน้ำหนักได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

    ฟีเจอร์ออกกำลังกายที่ครอบคลุมกว่า 100 แบบ ซึ่ง WATCH FIT 3 นั้นสามารถช่วยแนะนำการออกกำลังกายให้เราได้เสมือนกับมีเทรนเนอร์ประจำตัวมาอยู่ข้างกาย นอกจากนี้ตัว WATCH FIT 3 ยังมีการติดตั้ง GPS ความแม่นยำสูงเอาไว้ในตัวด้วย ทำให้ช่วยตรวจจับ, กำหนดเส้นทางการวิ่ง รวมถึงปรับเทียบระยะทางในการวิ่งในแต่ละรอบด้วย

    และสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะออกกำลังกายอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ทาง HUAWEI ก็ยังมีคอร์สออกกำลังกายฟรีกว่า 200 รายการ ซึ่งจะมีตั้งแต่ขั้นตอนวอร์มอัพร่างกายไปจนถึงการฝึกระดับแอดวานซ์เลยทีเดียว อีกทั้งยังมี Activity 3-ring 2.0 มาเป็นเป้าหมายประจำวันอีกด้วย โดยหากทำได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ก็จะได้หรียญรางวัลมาสะสมด้วยครับ ซึ่งจะได้ทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์เลย


    แบตเตอรี่

    สำหรับตัวแบตเตอรี่นั้นทาง HUAWEI ไม่ได้มีการระบุเอาไว้ว่ามีปริมาณแบตเตอรี่อยู่เท่าไร แต่บอกเอาไว้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 วัน แต่ถ้ามีการเปิด Always On Display เอาไว้ก็จะสามารถใช้งานได้ 4 วัน ซึ่งจากที่ได้ลองมาบอกเลยว่าตรงเดะ HUAWEI บอกไว้เท่าไร ก็ใช้งานได้เท่านั้นจริงๆ แถมยังใช้เวลาไม่นานในการชาร์จไฟกลับอีกด้วย


    สรุปการรีวิว HUAWEI WATCH FIT 3

    หลังจากที่ได้สัมผัสและลองใช้มาบอกเลยว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เนื่องจากขนาดตัวนั้นใหญ่กว่า WATCH FIT รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีการยัดฟีเจอร์มาแบบจัดเต็มจนแทนจะไม่ต่างจากสมาร์ทวอทช์ที่มีราคาแพงกว่านี้เลย ใครที่กำลังหาสมาร์ทวอทช์ฟีเจอร์เยอะๆ ดูหรูหราแต่ราคาไม่แพง HUAWEI WATCH FIT 3 เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ

    สำหรับผู้ที่สนใจ HUAWEI WATCH FIT 3 นั้นจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,990 บาท สำหรับรุ่นปกติ และ 4,990 บาทสำหรับรุ่นที่มี NFC โดยจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน รับฟรี!! HUAWEI FreeBuds SE 2 มูลค่า 1,499 บาทไปด้วยเลย

    Huawei HUAWEI WATCH FIT 3 Review Smart Watch
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    ACHI-SP

    Related Posts

    เปิด 3 เหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด กับการเป็นเจ้าของ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro นิยามใหม่ของเราเตอร์แห่งอนาคต เพื่อการเชื่อมต่อ Wi-Fi ระดับไฮเอนด์

    4 กุมภาพันธ์ 2026

    หัวเว่ยจัดโปรแรงบน Shopee เปิดประสบการณ์ “ที่สุดของหูฟัง Open-ear” กับ HUAWEI FreeClip 2 เริ่มต้นเพียง 4,990 บาท พร้อมรับคูปองส่วนลดสูงสุด 25%

    2 กุมภาพันธ์ 2026

    วางจำหน่ายแล้ววันนี้ HUAWEI FreeClip 2 เปิดมิติใหม่ของที่สุดแห่งหูฟัง Open-ear สู่แฟชันไอเทมคู่ใจ สวมใส่สบายตลอดวัน พร้อมสะท้อนประสบการณ์เสียงและสไตล์ไอคอนิค ผ่าน ‘เจฟ ซาเตอร์’!

    31 มกราคม 2026

    Comments are closed.

    หัวข้อทั้งหมด

    หลุดสเปคเต็ม vivo X300 Ultra พร้อมกล้องหลัก 200MP ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 และแบต 7,000mAh

    5 กุมภาพันธ์ 2026

    พบข้อมูล vivo X300e และ vivo X Fold 6 บนฐานข้อมูล IMEI ของ GSMA และอาจเปิดตัวเร็วๆ นี้

    4 กุมภาพันธ์ 2026

    เปิด 3 เหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด กับการเป็นเจ้าของ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro นิยามใหม่ของเราเตอร์แห่งอนาคต เพื่อการเชื่อมต่อ Wi-Fi ระดับไฮเอนด์

    4 กุมภาพันธ์ 2026

    ยังไปต่อ! พบ Sony Xperia 1 VIII และ Xperia 10 VIII บน IMEI คาดวางขายทั่วโลกเหมือนเดิม

    4 กุมภาพันธ์ 2026

    มือถือรุ่นยอดนิยม

    Honor X7

    Honor X7

    6,299 บาท
    Honor X8

    Honor X8

    7,999 บาท
    Honor X9

    Honor X9

    9,299 บาท
    HTC Desire 22 Pro

    HTC Desire 22 Pro

    0 บาท
    Huawei Nova 10 Pro

    Huawei Nova 10 Pro

    24,990 บาท
    ดูมือถือทั้งหมด
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    ยอมรับ
    X