Pixel 3a เป็นมือถือ Pure Android จาก Google ที่เรียกได้ว่าเป็นร่างจำแลงของ Pixel 3 ในราคาถูกลงเกือบครึ่ง โดยการลด cpu และเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ผลิตตัวเครื่อง ส่วนสเปคอื่น ๆ นั้นแทบไม่ต่างจาก Pixel 3 เลย โดยเฉพาะกล้องที่เขาร่ำลือกันว่าเทพไม่แพ้รุ่นใหญ่ การที่ Google ทำแบบนี้เพื่อให้ Pixel เข้าถึงผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับสมาร์ทโฟนระดับกลางไปโดยปริยาย

ในด้านสเปคของ Pixel 3a นั้นจะมีดังนี้ครับ

  • ชิปประมวลผล Snapdragon 670
  • แรม 4 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 64GB
  • หน้าจอ OLED ขนาด 5.6 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียด Full HD+
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9
  • กล้องหลัก 12MP F1.8 Dual-Pixel พร้อม OIS 
  • กล้องหน้า 8MP F2.0
  • เซนเซอร์บีบเครื่อง Active Edge
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 3000mAh
  • USB C รองรับ Fast Chaging 18W
  • ราคา
    • Pixel 3a 399 USD (12,265 บาท)
    • Pixel 3a XL 479 USD (14,724 บาท)

หากดูจากสเปค แล้วโฟกัสไปในส่วนของกล้องแทบจะเป็นตัวเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Pixel 3 โดยกล้องหลังมีความละเอียดที่ 12.2MP ขนาดรูรับแสงที่ f/1.8 อีกทั้งยังสามารถถ่ายวีดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 8MP และรูรับแสงที่ f/2 แต่สิ่งที่ Pixel 3a ต่างจากตัว Pixel 3 ก็คือการที่ใส่รูหูฟัง 3.5 mm. มาให้ด้วย ส่วนการเพิ่มความจุด้วย microSD ก็ยังทำไม่ได้เหมือนเดิม

 

Design หน้าตาของ Pixel 3a

ภายในตัวกล่องของ Pixel 3a นั้นนอกจากตัวเครื่องแล้ว อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องด้วยก็จะมี สายชาร์จ Type-C to C, adaptor PD 18W, คู่มือการใช้งาน, เข็มจิ้มถาดซิม และ USB OTG 

ดีไซน์ตัวเครื่องจะเป็นแบบย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน มีขอบรอบเครื่องค่อนข้างหนา หน้าจอมีอัตราส่วน 18:9 โดยจอแสดงผลเป็น OLED ที่ให้สีสันสวยงามและคมชัด รองรับ Always-On Display กล้องหน้า 8MP มุมซ้ายบน 

ในด้านข้างของตัวเครืองนั้น ฝั่งขวาจะมีปุ่ม power และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายจะไม่มีปุ่มใด ๆ อยู่เลยครับ

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องจะมี ช่อง USB-C ช่องรับเสียงไมค์สนทนา และช่องลำโพงของเครื่อง โดยตัวลำโพงเครื่องจะมี 2 จุดคือใต้เครื่องและลำโพงสนทนา

ในส่วนด้านหลังของตัวเครื่อง วัสดุฝาหลังเป็น Polycarbonate ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นผิวด้าน + ผิวเงา จะมีกล้องหลักความละเอียด 12.2MP พร้อมแฟลชอยู่มุมซ้ายบน ที่สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางเครื่อง และปิดท้ายด้วยสัญลักษณ์ Google อยู่ส่วนล่างของฝาหลัง

 

Software ระบบปฏิบัติการ

เช่นเดียวกับ Pixel 3 ที่มาพร้อม Android 9.0 ครอบด้วย Pixel Launcher หรือก็คือ Pure Android ที่มาพร้อมฟีเจอร์เสริมจาก Google ที่มีความลื่นไหล รองรับ Google Service สั่งการด้วยเสียง และอัพเดท Android เวอร์ชั่นใหม่อย่างน้อย 1-2 รุ่น

ฟีเจอร์เสริมน่าสนใจ เช่น Active Edge (เปิด Google Assistant ด้วยการบีบเครื่อง), Jump to Camera (กด Power 2 ครั้งเพื่อเปิดกล้อง), Flip to Shhh (คว่ำเครื่องเพื่อเงียบ) 

 

ประสิทธิภาพของ Pixel 3a

Pixel 3a นั้นเลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 670 ซึ่งความแรงอาจจะเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Pixel 3 ที่ใช้ Snapdragon 845 ไม่ได้แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังแรงพอที่จะเล่นเกมยอดฮิตได้ทุกเกมอีกด้วยครับ 

ส่วนผล Antutu ก็สูงพอควรเลยครับ

ในการทดสอบเกม จะทดสอบด้วย PUBG Mobile, ROV และ Speed Drifter ซึ่งก็สามารถปรับภาพระดับ HD โหมดเฟรมเรทสูง ได้ทุกเกม ไม่มีอาการเฟรมเรทตกแต่อย่างใด

PUBG Mobile

ROV

Speed Drifter

Camera – กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังของ Pixel 3a นั้นมีความละเอียด 12MP F1.8 OIS ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 ซึ่งเหมือนกับ Pixel 3 ทุกอย่าง พร้อมทั้ง AI ขั้นเทพที่ทำให้ได้รูปออกมาคมชัดอย่างมาก ทั้งยังถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียด 4K ที่ 30Fps อีกด้วย

หน้าตาโหมดกล้องก็เรียบง่าย สลับโหมดกล้องด้วยการปัดซ้าย-ขวา น การโฟกัสต่างๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แถมยังมีโหมด HDR+, Night Sight, Portrait

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง

กล้องหน้าความละเอียด 8MP F2.0 มีให้ปรับระดับความเนียนของใบหน้า โดยใช้ AI เข้ามาช่วยในการปรับแต่งให้ใบหน้าออกมาสวยเนียนสมจริงมากขึ้น อีกทั้งยังมีโหมด HDR+ ให้ใช้ด้วยครับ

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า

 

สรุป

Pixel 3a นั้นเป็นเป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นกลางที่สเปคเกินราคาไปพอสมควร ทั้งจอสวย กล้องเทพ ชิปประสิทธิภาพสูงแรม 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 64GB ทั้งยังเป็น Pure Android ที่ใช้งานได้ไหลลื่นและไม่กินพื้นที่มาก อีกทั้งยังได้พื้นที่เก็บรูปภาพบน Google Photo แบบไม่จำกัดอีก 

แต่จะมีจุดที่ต้องสังเกตอยู่ 2 จุดหลักๆ คือ การที่ให้หน่วยความจำขนาด 64GB มาแล้วไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ ซึ่งในปัจจุบันแอปหลายๆตัวก็ใช้พื้นที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อาจไม่พอได้หากมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเช่นไฟล์เพลง, หนัง เป็นต้น อีกจุดคือการที่ไม่มีใครนำเข้ามาขายในไทยอย่างเป็นทางการ ต้องไปหาซื้อจากร้านที่ไปหิ้วเข้ามาเท่านั้น 

โดยรวมแล้วหากมองข้ามข้อสังเกตทั้ง 2 ข้อไปก็ถือเป็นเครื่องราคาหมื่นกลางที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนกล้องเทพ จอสวยในราคาไม่สูงมากอย่างแน่นอนครับ