รุ่นแรกในโลกที่ใช้ Snapdragon 6 Gen 4 พร้อมระบบชาร์จไว 45W ที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ ติดแบตเตอรี่ Titan Graphite 6000mAh มอบประสบการณเร็วแรงทันใจ โดนใจสายเกมทั่วโลก!
กรุงเทพฯ 27 มีนาคม 2568 – realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดของ Number series ที่แฟน ๆ เรียลมีทั่วโลกต่างรอคอยกับ “realme 14 5G” สมาร์ตโฟนรุ่นแรกในโลกที่ติดตั้งหน่วยประมวลผลตัวแรงอย่าง Snapdragon 6 Gen 4 มอบประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด จนได้รับฉายา “Performance Dominator” แห่งปี พร้อมบอดี้แบบ Mecha Design ที่มีแรงบันดาลใจจากหุ่นยนต์รบ จนเป็นที่จับตามองของเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลก ผลิตด้วยเทคโนโลยีลิโธกราฟีนาโนขั้นสูง (Advanced Nano-lithography Technology) พร้อมโมดุลแฟลชแบบ “Victory Halo” ที่จะเรืองแสงแบบไดนามิกเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการใช้สมาร์ตโฟนของคุณ นอกจากนี้ ยังเปิดตัวรุ่น “realme 14 Pro 5G” ซึ่งใช้ซีพียู Dimensity 7300 และยังเป็นสมาร์ตโฟนที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิได้รุ่นแรกของโลก ตอบโจทย์ทั้งความเร็วแรงเต็มขั้นและการใช้งานแนวไลฟ์สไตล์ที่สวยโดดเด่นในทุกมุมมอง ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมแบตเตอรี่ Titan Graphite 6000mAh และระบบชาร์จเร็วสุดในเซกเมนต์ที่ 45 วัตต์ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงทั้งจอแสดงผล AMOLED 120Hz และฟีเจอร์ AI อีกมากมาย พร้อมเปิดมิติใหม่ของประสบการณ์สมาร์ตโฟนแห่งอนาคตที่แท้จริง
realme 14 5G – ครองแชมป์ Performance Dominator แห่งปี
realme 14 5G ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพที่เหนือขั้น ติดตั้งขุมพลังซีพียู Snapdragon 6 Gen 4 ที่มีคะแนน AnTuTu สูงถึง 810,000 ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬาอีสปอร์ตระดับมืออาชีพและเกมเมอร์มือสมัครเล่น โดยเป็นหน่วยประมวลผลที่ผลิตบนโครงสร้างระดับ 4nm จึงประหยัดพลังงาน โดยที่ยังมอบประสิทธิภาพขั้นสูง สามารถทำงานเร็วขึ้นกว่าซีพียูรุ่นก่อนถึง 15%

นอกจากนี้ realme 14 5G ยังมากับแบตเตอรี่ Titan Graphite ขนาดความจุ 6000mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่กราไฟต์ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงที่สุดในอุตสาหกรรม และหนาแน่นขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ที่ 45W เพื่อให้เหล่าเกมเมอร์สามารถใช้ดวลฝีมือในเกมการแข่งขันได้ตลอดทั้งวัน พร้อมการรับประกันสุขภาพแบตเตอรี่นานสูงสุด 4 ปี โดยที่สามารถรักษาความจุได้มากกว่า 80% หลังจากการใช้งาน 1400 รอบการชาร์จ เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่า

realme 14 5G ใช้จอแสดงผลแบบ AMOLED 120Hz ที่ให้มอบสีสันสดใส ตอบโจทย์สายอีสปอร์ตด้วยภาพที่คมชัดสบายตา ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ผสานการทำงานด้วย AI Performance Engine อัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันและการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อย่างราบรื่น

สำหรับหัวใจสำคัญของเกมมิ่งสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งอย่างคือค่า FPS ซึ่งหากค่า FPS สูงนั่นหมายถึงภาพที่แสดงจะมีความลื่นไหลมากขึ้นเช่นกัน โดย ณ ปัจจุบันสมาร์ตโฟนระดับกลางสามารถปรับค่า FPS ได้เพียงแค่ 60 FPS แต่ realme 14 5G ถือเป็นสมาร์ตโฟนที่ปรับเฟรมเรตได้สูงสุดถึง 90Hz แบบลื่นไหล ไม่มีหน่วง (สำหรับเกม Free Fire) เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอที่รวดเร็วแม่นยำและการทำงานที่เสถียรต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับความเป็นสมาร์ตโฟนที่เกมเมอร์เลือกใช้ เรียลมีมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อให้สมาร์ตโฟนสามารถปรับค่า FPS ได้สูงถึง 120FPS ในเกมยอดนิยมบางเกมอีกด้วยเช่นกัน

หน้าจอที่ลื่นไหลต้องมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม realme 14 5G มาพร้อมกับ Bionic Cooling System ด้วยพื้นที่ในระบบระบายความร้อนขนาด 6,050 ตารางมิลลิเมตรซึ่งใหญ่ที่สุดในกลุ่ม และ HyperTherm Graphite ที่ครอบคลุมพื้นที่ความร้อนหลัก จะช่วยลดอุณหภูมิของ CPU ลงได้ถึง 20 องศาเซลเซียส ช่วยให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพที่เสถียรอย่างมาก มั่นใจในการเล่นเกมที่ราบรื่นแม้ในเกมที่มีกราฟิกหนัก
realme 14 Pro 5G –ทลายขีดจำกัดสมาร์ตโฟน Mid-rage สู่สเปกระดับเรือธง
สัมผัสสมาร์ตโฟนเปลี่ยนสีได้เป็นรุ่นแรกของโลก โดย realme 14 Pro 5G คือหนึ่งในตัวแทนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญทั้งในด้านการออกแบบ การถ่ายภาพ และประสิทธิภาพการทำงานทุกมิติ
realme ร่วมมือกับ Valeur Designers นำเสนอการออกแบบ “Unique Pearl Design” ใน 14 Pro 5G โดยใช้เม็ดสีเทอร์โมโครมิกขั้นสูงทำให้ฝาหลังเปลี่ยนสีจากสีขาวมุกเป็นสีฟ้าสดใสในระดับอุณหภูมิต่ำ ซึ่งชวนให้นึกถึงสัตว์น้ำในท้องทะเลลึก โดยยังนำเสนอสี Suede Grey ที่สวยหรูหราด้วยวัสดุหนังวีแกน

ในด้านประสิทธิภาพ realme 14 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วย MediaTek Dimensity 7300 ใช้แบตเตอรี่ Titan Graphite 6,000mAh ชาร์ตไว 45 วัตต์ สามารถเล่นเกมได้นานถึง 10 ชั่วโมงและเล่นวิดีโอ 17 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว ระบบระบายความร้อน 3D VC Cooling System ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม

realme 14 Pro 5G ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีกล้องรุ่นใหม่ที่ใช้เลนส์เพอริสโคปในการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ มาพร้อมฟีเจอร์ AI Ultra Clarity 2.0 ซึ่งขับเคลื่อนด้วย NEXT AI มอบคุณภาพภาพถ่ายที่สวยสดใสสไตล์ AI Super-resolution ระดับเรือธง บริเวณโมดูลกล้องยังติดตั้ง MagicGlow Triple Flash ตัวแรกของโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงาม โดยเปลี่ยนไฟแฟลชให้กลายเป็นการจัดไฟระดับมืออาชีพ

realme 14 Pro 5G ยังมอบคุณสมบัติความทนทานเป็นเยี่ยม โดยผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV Rheinland Rugged Smartphone ด้วยระดับ IP69/IP68 สามารถกันน้ำกันฝุ่น ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้อย่างมั่นใจ
ราคาและการจำหน่าย
- realme 14 5G – นำเสนอโทนสี Mecha Silver, Storm Titanium และ Warrior Pink
o รุ่นความจุ 12+256GB ราคา 11,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน และสามารถเป็นเจ้าของได้พร้อมกันในวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย BaNANA, BKK, Kingkong, IT City, CSC, TG, Jaymart, Maxlink, Stamp และ Advice, ช่องทางโอเปอร์เรเตอร์ AIS, True และ Dtac, ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop และ realme BrandShop ทั่วประเทศ
o รุ่นความจุ 12+512GB ในราคา 13,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน พิเศษ! ในช่วง Pre-Order สามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทาง Shopee เท่านั้น และสามารถเป็นเจ้าของได้พร้อมกันในวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย BaNANA, BKK, Kingkong, IT City, CSC, TG, Jaymart, Maxlink, Stamp และ Advice, ช่องทางโอเปอร์เรเตอร์ AIS, True และ Dtac , ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop (สำหรับช่องทาง Lazada และ Tiktok Shop จำหน่ายวันแรกในวันที่ 12 เมษายน) และ realme BrandShop ทั่วประเทศ
o ช่องทางการสั่งซื้อผ่านทาง Shopee : https://bit.ly/43Z6QgO - realme 14 Pro 5G – นำเสนอโทนสี Pearl White และ Suede Grey ในรุ่นความจุ 12+512GB ในราคา 14,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมถึง 3 เมษายนและเป็นเจ้าของได้พร้อมกันวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องตัวแทนจำหน่าย COM7 และ realme Brand Shop ทั่วประเทศ
เปิดศักราชใหม่แห่งวงการเกม สู่การเป็นเกมมิ่งสมาร์ตโฟนชั้นนำ
ในปี 2568 นี้ realme มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนชั้นนำ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ การออกแบบที่โดดเด่น และการเข้าใจในคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น โดยมีแผนความร่วมมือกับนักกีฬาอีสปอร์ตชื่อดังและบริษัทเกมชั้นนำหลายแห่งเพื่อร่วมบุกเบิกการเล่นเกมยุคใหม่ ทั้งนี้ realme จึงจับมือกับทีมอีสปอร์ตชื่อดัง Bacon Time ในการขึ้นแท่นเป็น realme Official Gaming Ambassador อย่างเป็นทางการและยังเป็นตัวแทนเกมเมอร์รุ่นใหม่ที่สอดรับกับกลยุทธ์ล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่า realme 14 Series 5G จะเป็นสมาร์ตโฟนที่เหล่าเกมเมอร์เลือกใช้อย่างแท้จริง

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ เรียลมียังประกาศการจับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับเกมชั้นนำระดับโลกอย่าง Free Fire โดยการจับมือครั้งนี้จะส่งมอบประสบการณ์เกมมิ่งที่ดีที่สุดผ่านสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “realme 14 Series 5G” ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมไปอีกขั้น นับว่า “Free Fire” ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ realme 14 Series 5G กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับมืออาชีพ พร้อมทั้งมอบประสบการณ์เกมมิ่งที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ การดีไซน์ และฟีเจอร์ที่ทันสมัย

เปิดสมรภูมิเดือด! เหล่าเกมเมอร์เตรียมตัวลุยใน realme 14 Series 5G realme CUP 2025
เรียลมีเปิดสมรภูมิเดือด จัดแข่ง realme 14 Series 5G realme CUP 2025 เปิดพื้นที่ให้เหล่าเกมเมอร์ได้ประลองฝีมือการเล่นเกม Free Fire กันทั่วประเทศ โดยเปิดสนามแรกในวันที่ 19 เมษายน ณ realme Brandshop เซนทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ , วันที่ 26 เมษายน ณ realme Brandshop เซนทรัลขอนแก่น, วันที่ 3 พฤษภาคม ณ realme Brandshop เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแคและวันที่ 10 พฤษภาคม ณ realme Brandshop เซนทรัล หาดใหญ่ โดยผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับเงินรางวัลและ realme 14 5G 1 เครื่อง โดยการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อตอกย้ำถึงกลยุทธ์กับการบุกตลาดเกมอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเดินหน้าตามสโลแกน Make it real มอบโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าแสดงออกถึงฝีมือการเล่นเกม และทำตามความฝันสู่การเป็นเกมเมอร์ตัวจริงผ่าน realme 14 5G
realme Buds T200 Lite – มอบ Al Deep ANC รุ่นใหม่พร้อมใช้ได้นานสูงสุด 48 ชั่วโมง
realme Buds T200 Lite ชุดหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนการโทรด้วยไมโครโฟนคู่ Al Deep รุ่นใหม่ ทำงานด้วยอัลกอริธึม DNN AI ช่วยแยกเสียงมนุษย์ออกจากเสียงรบกวน พร้อมเทคโนโลยี Beamforming ช่วยกรองเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม โดยติดตั้งไมโครโฟน 2 ตัวให้ทำงานพร้อมกัน ช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์การโทรที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ แม้ในสถานีที่พลุกพล่านหรือในออฟฟิศที่มีเสียงดังรบกวนสูง
ในส่วนของคุณภาพเสียง realme Buds T200 Lite ใช้ไดรเวอร์เบสไดนามิกขนาดใหญ่ 12.4 มม. มอบแรงขับเสียงที่ทรงพลังถึง 102dB ช่วยให้เสียงเบสที่ชัดเจนและทุ้มลึกมากขึ้น เพิ่มความดื่มด่ำทั้งในการฟังเพลงหรือเล่นเกมโปรดยิ่งกว่าเดิม โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.4 จึงมอบความเสถียรในการเชื่อมต่อ โดยมีความหน่วงสัญญาณต่ำมากเพียง 88 มิลลิวินาที ผู้ใช้จึงแทบไม่รู้สึกถึงความล่าช้าระหว่างเสียงและภาพ ช่วยให้มั่นใจได้ในการใช้งานแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะความแม่นยำในการเล่นเกม
realme Buds T200 Lite ให้แบตเตอรี่ที่ทนทานที่สุดในกลุ่ม โดยตัวหูฟังเมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะสามารถคุยโทรศัพท์ได้ 4.5 ชั่วโมง หรือเล่นเพลงได้ 7 ชั่วโมงติดต่อกัน และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จก็จะใช้งานได้ยาวนานรวมถึง 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังคงรักษาระดับความจุได้ดีแม้จะผ่านรอบการชาร์จถึง 500 รอบ

realme Buds T200 Lite นำเสนอในสี Aurora Purple, Storm Grey และ Volt Black ในราคาเพียง 999 บาท ช่องทางตัวแทนจำหน่าย Com7, IT City, Jaymart, TG, Stamp, Maxlink และ Advice ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop และ realme BrandShop ทั่วประเทศ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านสื่อของ realme Thailand ในทุกช่องทาง:
- Facebook: (https://www.facebook.com/realmeTH)
- Instagram: (https://www.instagram.com/realme_thailand)
- Tiktok: (https://www.tiktok.com/@realme_thailand)
- Twitter: (https://twitter.com/realmeTH)
- Youtube: (https://www.youtube.com/@realmeThailandTH)
















