ก้าวไปอีกขั้นสำหรับวงการชิป จากข่าวล่าสุดที่รายงานว่า Samsung ได้เริ่มเดินหน้าทดสอบชิปประมวลผล Exynos รุ่นต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตรแล้ว โดยข้อมูลเบื้องต้นเผยให้เห็นถึงการอัปเกรดใหม่ ทั้งในเรื่องของความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock speed) ที่สูงขึ้น และการใส่หน่วยความจำแคชระดับระบบ (System Level Cache หรือ SLC) ที่ใหญ่ถึง 96MB
Samsung ทดสอบชิป Exynos สถาปัตยกรรม 1.4 นาโนเมตร
ในปัจจุบัน Samsung ยังคงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความเสถียร และอัตราการผลิตของชิปสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตรแบบ GAA (Gate-All-Around) เป็นหลัก ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นชิป 2 นาโนเมตรถูกใช้งานและพัฒนาไปอีกสักระยะก่อนที่เทคโนโลยี 1.4 นาโนเมตรจะเข้าสู่กระบวนการผลิตแบบ Mass production ก็หมายความว่าชิป 1.4 นาโนเมตรที่กำลังทดสอบอยู่นี้ ไม่น่าจะใช่ชิป Exynos 2700 ที่มีคิวจะเปิดตัวในอนาคตอย่างแน่นอน ทั้งนี้รายละเอียดเบื้องต้นที่ถูกเปิดเผยโดยแหล่งข่าวอย่าง @SPYGO19726 ก็ถือว่ามีความน่าสนใจมาก


จากข้อมูลระบุว่า ชิปประมวลผลรุ่นนี้จะมาพร้อมกับโครงสร้าง CPU แบบ 10 คอร์ โดยแบ่งการทำงานเป็นแบบ 2+4+4 ประกอบไปด้วยคอร์ประมวลผลหลัก (Prime cores) จำนวน 2 คอร์ ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 4.50GHz ที่มากขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับชิปเรือธงรุ่นปัจจุบันอย่าง Exynos 2600 ที่ทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 3.8GHz ส่วนคอร์ที่เหลือจะเป็นคอร์ประสิทธิภาพ (Performance cores) จำนวน 4 คอร์ที่วิ่งด้วยความเร็ว 3.80GHz และคอร์ประหยัดพลังงานอีก 4 คอร์ที่ความเร็ว 2.00GHz
ที่น่าสนใจของการพัฒนาชิป Exynos รุ่นนี้คือการผสานรวมแคช SLC ขนาดใหญ่ถึง 96MB ที่แหล่งข่าวระบุว่าจะมีการใช้ Bus width ที่กว้างเป็นพิเศษเพื่อลดความหน่วงในการส่งข้อมูลระหว่าง CPU และ GPU ให้เหลือน้อยที่สุด ข้อดีของการมีแคช SLC ขนาดใหญ่คือ ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลที่ต้องถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ไว้ได้มากขึ้น ช่วยลดความหน่วงของหน่วยความจำและเพิ่มแบนด์วิดท์โดยรวม ซึ่งจะส่งผลให้ชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CPU, GPU, NPU หรือ ISP ไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะมากๆ

ทั้งนี้การใส่แคช SLC ขนาดใหญ่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน นั่นก็คือต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากแคชจะกินพื้นที่บนแผ่นเวเฟอร์ซิลิกอนค่อนข้างเยอะ และยิ่งแผ่นซิลิกอนมีขนาดใหญ่ ต้นทุนก็ยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย ที่น่าสนใจคือปัจจุบันชิปที่มีแคช SLC สูงที่สุดในตลาดคือ Dimensity 9500 ที่มีเพียง 10MB เท่านั้น
การขยับขึ้นไปถึง 96MB อาจทำให้ขนาดของชิปใหญ่กว่ารูปแบบ และข้อจำกัดของพื้นที่ภายในมือถือทั่วไปได้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าชิปสุดแรงรุ่นนี้อาจถูกนำไปใช้งานในอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีพื้นที่ระบายความร้อนกว้างกว่าแทน เช่น แท็บเล็ตระดับโปร หรือแล็ปท็อปรุ่นใหม่
เป้าหมายของ Samsung ในการเข้าสู่กระบวนการผลิตชิป 1.4 นาโนเมตรเชิงพาณิชย์นั้นถูกวางไว้ไกลถึงช่วงปี 2029 ก็หมายความว่าทางวิศวกรยังมีเวลาอีกหลายปีในการวิจัย และปรับแต่งโครงสร้าง ดังนั้นรายละเอียดสเปคเหล่านี้จึงถือเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นในช่วงแรกของการพัฒนา และอาจมีการปรับเปลี่ยนสเปคให้เหมาะสมยิ่งขึ้นได้เสมอในอนาคต
ที่มา: gizmochina
