เปิดตัวออกมาแล้วสำหรับ vivo X500, X500 Pro และ X500 Pro Max ครบทั้ง 3 รุ่นในตลาด Global เริ่มจากมาเลเซียและบางประเทศในยุโรป และยังเน้นตัวกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS และการถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ มีแบตขนาดใหญ่ พร้อมระบบ OriginOS 7 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ตั้งแต่กล้อง Telephoto ของรุ่นมาตรฐาน ไปจนถึงกล้อง Tele 200MP ในรุ่น Pro Max เลย
ส่วนรุ่นปัจจุบันที่ขายในไทยคือ vivo X300 ราคา 32,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada | vivo X300 Pro ราคา 39,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada และ vivo X300 Ultra ในราคาเริ่มต้น 54,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada โดยรุ่นใหม่อย่าง X500 Series ก็เตรียมจะเข้าไทยด้วยเหมือนกัน เพราะผ่านการรับรองจาก กสทช. ไปแล้ว
สเปค vivo X500 Series
ดีไซน์และหน้าจอ


มาเริ่มกันที่ดีไซน์ของ vivo X500 รุ่นเริ่มต้นกันก่อนเลย ที่รุ่นนี้จะใช้โมดูลกล้องทรงสี่เหลี่ยมแบบ Floating ที่เป็นวงกลมในฐานสี่เหลี่ยม แต่ว่า X500 Pro และ X500 Pro Max จะมีดีไซน์แบบ Tideline ที่เป็นโมดูลกล้องวงหลมขนาดใหญ่ ตัวเครื่องของทั้งสามรุ่นกันน้ำและฝุ่นที่ IP68 และ IP69

หน้าจอของ X500 มีขนาด 6.59 นิ้วเป็นจอ LTPS AMOLED ความละเอียด 1.5K รองรับ HDR10+ และ Refresh Rate 30-144Hz สว่างสูงสุด 4000 นิต ส่วน X500 Pro จะมีหน้าจอขนาด 6.36 นิ้ว ความละเอียด 1.5K และรุ่นท็อปสุด X500 Pro Max มาพร้อมจอแบน ZEISS Master Color ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ใช้จอ 8T LTPO รองรับ Refresh Rate 1-144Hz พร้อมรองรับ HDR10+ และ Dolby Vision สว่างได้สูงสุด 4500 นิต
ประสิทธิภาพชิป
ด้านประสิทธิภาพ vivo X500 ใช้ชิป Dimensity 9600M ขนาด 3 นาโนเมตร พร้อม GPU ARM G1-Ultra ส่วนรุ่น X500 Pro และ X500 Pro Max จะอัปเกรดไปใช้ชิป Dimensity 9600 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร พร้อม GPU Mali-G2-Ultra-NX เพื่อรองรับการประมวลผลที่หนักขึ้น รวมถึงการถ่ายรูปและ AI ด้วย

ทั้งสามรุ่นมี RAM แบบ LPDDR5X Ultra ขนาด 12GB พร้อมตัวเลือกความจุแบบ UFS 4.1 ตั้งแต่ 256GB, 512GB ไปจนถึง 1TB ทำงานบนระบบ Android 17 ครอบทับด้วย OriginOS 7 มาให้ตั้งแต่แกะกล่อง
กล้องและวิดีโอ

จุดเด่นและความต่างของทั้งสามรุ่นก็คือกล้อง ที่ตัวเริ่มต้นอย่าง vivo X500 มีกล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ Sony LYTIA-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อม OIS เสริมด้วยกล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้อง Telephoto Periscope 50MP ด้วยเซ็นเซอร์ Sony LYTIA-610 ที่ทำร่วมกับ ZEISS APO ซูมออปติคัลได้ 3.1 เท่าและถ่ายมาโครด้วยเลนส์เทเลได้ พร้อมชิปประมวลผลภาพ V3+

สำหรับ X500 Pro ใช้กล้องหลัก 50MP พร้อม OIS กล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้อง ZEISS APO Telephoto Periscope 50MP ซูมออปติคัลได้ 3.5 เท่าและถ่ายมาโครได้ด้วย ส่วนรุ่นท็อปอย่าง X500 Pro Max ใช้กล้อง Telephoto Periscope ความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์ Samsung HP0 พร้อมกันสั่น OIS และซูมออปติคัล 3.5 เท่า โดยมีระยะ 85 มม. ใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ที่เพิ่มระยะได้ถึง 400 มม.
กล้องหน้าของทั้งสามรุ่นมีความละเอียด 50MP และมีโหมด Cinematic Portrait ที่เลือกสไตล์แสงและโทนสีได้ ส่วนรุ่น Pro และ Pro Max ใช้ X-Track Engine สำหรับติดตามโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวเพิ่มได้อีก ซึ่งตัว Pro Max รองรับการติดตามออโต้โฟกัสในโหมดภาพนิ่งสูงสุด 60fps และถ่าย Long-Range Motion Snapshot ได้ถึง 30 เท่า ส่วนรุ่น Pro รองรับได้ 20 เท่า
การถ่ายวิดีโอทั้งหมดรองรับ 4K สูงสุด 240fps และพร้อม Cinematic Pro Log ที่เก็บรายละเอียดส่วนสว่างและเงาเพื่อปรับแต่งสีในขั้นตอนหลังถ่าย นอกจากนี้ยังมี Cinematic Portrait Video และ Stage Mode 3.0 สำหรับบันทึกการแสดงหรืออีเวนต์จากหลายมุมมองได้ด้วย
แบตเตอรี่ และการชาร์จ
ทั้งสามรุ่นใช้แบตเตอรี่ BlueVolt ที่รุ่นความจุสูงสุดคือ vivo X500 Pro Max มีความจุ 7,800mAh ส่วน X500 Pro มีแบตเตอรี่ 6,510mAh และ X500 รุ่นมาตรฐานให้มา 7,500mAh ทั้งหมดชาร์จเร็วได้ 90W และชาร์จไร้สาย 40W รวมถึง Reverse Wireless Charging และ Bypass Charging ได้ครบ

AI และการเชื่อมต่อ
ตัวระบบของ OriginOS 7 สามารถทำงานหลายหน้าต่างผ่าน Origin Workbench และทำงานได้ลื่นขึ้น ด้วยตัว AI สำหรับอ่านข้อมูลบนหน้าจอ ถอดเสียง และสรุปการประชุม และเชื่อมต่อข้ามระบบได้ด้วย สามารถส่งไฟล์ให้ Apple ผ่าน Quick Share รวมถึงการจัดการอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Watch และ AirPods และ Mac ผ่าน vivo Office Kit
ราคาและการวางจำหน่าย
สำหรับการวางขาย vivo X500 Series เริ่มวางขายในมาเลเซียและบางประเทศในยุโรป ส่วนของไทยน่าจะตามมาเร็วๆ นี้แต่ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก vivo อีกครั้ง ส่วนราคาที่เปิดตัวออกมาก่อนแล้วมีดังนี้
- vivo X500
- 12GB + 256GB: ราคา 4,699 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 38,700 บาท
- 12GB + 512GB: ราคา 5,299 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 43,700 บาท
- vivo X500 Pro
- 12GB + 256GB: ราคา 5,699 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 47,000 บาท
- vivo X500 Pro Max
- 12GB + 256GB: ราคา 6,399 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 52,700 บาท
- 12GB + 512GB: ราคา 6,999 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 57,700 บาท
- 12GB + 1TB (รวมอุปกรณ์เสริม): ราคา 9,699 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 79,900 บาท
ที่มา: fonearena
