เปิดตัวออกมาเรียบร้อยแล้วในประเทศจีน สำหรับมือถือสเปคเรือธงพร้อมชูด้านกล้องมาให้เป็นพิเศษอย่าง vivo X300 Ultra ที่เน้นการถ่ายภาพระดับโปร มาพร้อมกับการอัปเกรดสเปคภายในอย่างชิป ความลื่นไหลของจอ แบะรายละเอียดอื่นๆ ที่เหนือกว่ารุ่นปกติแน่นอน แต่รุ่นนี้จะเข้ามาเปิดตัวในไทยหรือไม่ก็ต้องมาลุ้นกันหน่อย เพราะข่าวจากฝั่ง Global ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีรายละเอียดอะไรออกมานะ
ส่วนรุ่นที่ขายตอนนี้ก็คือ vivo X300 ราคา 29,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada | vivo X300 Pro ราคา 38,799 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
สเปคเปิดตัว vivo X300 Ultra


เริ่มกันด้วยดีไซน์ของ vivo X300 Ultra ที่ใช้ดีไซน์ DECO โดยมีโมดูลกล้องหลังวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลาง ตัวเครื่องมีหน้าจอแบน 2.5D และมีลวดลายของตัวเครื่องที่ต่างกันไปตามแต่ละสี ทางด้านหน้าจอเป็นแบบ AMOLED LTPO ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 2K และรองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz
นอกจากนี้ตัวเครื่อง vivo X300 Ultraยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้จอ มีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR Blaster) ลำโพงคู่สเตอริโอที่รองรับระบบเสียง Hi-Fi ผ่านพอร์ต USB Type-C และทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นถึง IP68 และ IP69 โดยตัวเครื่องสีดำจะมีความบางอยู่ที่ 8.19 มิลลิเมตรและหนัก 232 กรัม ในขณะที่ตัวเลือกสีเขียวและสีเงินจะมีความหนา 8.49 มิลลิเมตรและน้ำหนัก 237 กรัม


ส่วนชิปที่ใช้จะเป็นตัวเรือธงตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบบ Octa-Core ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 840 และมี RAM แบบ LPDDR5X Ultra Pro ที่เป็น Quad-Channel มีให้เลือกทั้ง 12GB และ 16GB กับความจุตัวเครื่องแบบ UFS 4.1 ความจุตั้งแต่ 256GB ไปจนถึง 1TB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ที่ครอบทับด้วย Origin OS 6 เวอร์ชันล่าสุด และรองรับการใช้งานซิมคู่แบบ Nano SIM และมีแบตความจุ 6600mAh ชาร์จไวได้ 90W


จุดสำคัญก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกล้องที่ vivo X300 Ultra รุ่นนี้มาพร้อมชุดเลนส์กล้อง Zeiss Master Lens Array ที่จัดเต็มด้วยสเปคระดับโปรและเคลือบเลนส์ด้วย Zeiss T* ทั้งระบบ คือกล้องหลักระยะ 35 มิลลิเมตร ความละเอียด 200MP ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว รูรับแสง f/1.85 พร้อมโครงสร้างเลนส์แบบ 1G+6P ที่ช่วยลดการสะท้อนของแสงได้สูงสุดถึง 30% และยังรองรับเทคโนโลยี DCG HDR อีกด้วย

กล้องที่เหลือคือกล้อง Telephoto Periscope ระยะ 85 มิลลิเมตร ความละเอียด 200MP ที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung HP0 ที่ถือเป็นครั้งแรกที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ร่วมกับระบบกันสั่นแบบ Gimbal-level ระดับ 3 องศา (มาตรฐาน CIPA 7.0) ทำให้จับโฟกัสได้รวดเร็วถึง 60 ครั้งต่อวินาที ปิดท้ายด้วยกล้อง Ultrawide ระยะ 14 มิลลิเมตร ความละเอียด 50MP ที่ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYTIA 818 ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมกันสั่น OIS และเทคโนโลยีรับแสงแบบใหม่ที่ช่วยให้รับแสงได้มากขึ้นถึง 100%

นอกจากนี้ระบบกล้องทั้งหมดยังรองรับการถ่ายภาพที่ความละเอียด 25MP ได้โดยตรงในทุกระยะโฟกัสอีกด้วย ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่มีความละเอียดที่ 50MP พร้อมรูรับแสง f/2.0
สรุปสเปค vivo X300 Ultra
- ขนาดและน้ำหนัก: 162.98 × 76.81 × 8.19-8.49 มม./ 232-237กรัม
- หน้าจอ: AMOLED LTPO ขนาด 6.82 นิ้ว 2K (3168 × 1440 พิกเซล)
- Refresh Rate 144Hz
- ชิปประมวลผล: Snapdragon 8 Elite Gen 5 | GPU: Adreno 840
- RAM: 12GB/ 16GB (LPDDR5X Ultra Pro Quad-Channel) | ROM: 256GB/ 512GB/ 1TB (UFS 4.1)
- กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด
- เลนส์หลัก 200MP (𝑓/1.85)/ OIS/ Sony LYTIA
- เลนส์อัลตร้าไวด์ 50MP (𝑓/2.0)/ 120˚
- เลนส์เทเลโฟโต้ เพริสโคป 200MP (𝑓/2.67)/ Samsung HP0/ ซูมออปติคอล 3.7x
- กล้องหน้าความละเอียด: 50MP (𝑓/2.0)
- การเชื่อมต่อ: 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, USB-C 3.2 Gen 1, OTG, NFC
- รองรับ 2 nano SIMs
- เซ็นเซอร์: สแกนลายนิ้วมือ, IR
- กันน้ำกันฝุ่น: IP68/ IP69
- ระบบปฏิบัติการ: Origin OS 6 พื้นฐาน Android 16
- แบตเตอรี่ความจุ: 6600mAh/ มีสาย 90W/ ไร้สาย 40W/ ชาร์จย้อนกลับ
ราคาและการวางจำหน่าย vivo X300 Ultra

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายของ vivo X300 Ultra รุ่นนี้เปิดตัวมาแล้วในประเทศจีน มีตัวเลือกสีทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีเขียว Film Green สีใหม่ที่ทำคล้ายๆ กล้องวินเทจ, สีเงิน Silver ที่มีลวดลายภูเขาหิมะบนกระจกด้านหลัง และสีดำ Black สีดำคลาสสิก ส่วนราคาแต่ละรุ่นมีดังนี้
- RAM 12GB+256GB: ราคา 6,999 หยวน หรือประมาณ 33,300 บาท
- RAM 12GB+512GB: ราคา 7,499 หยวน หรือประมาณ 35,700 บาท
- RAM 16GB+512GB: ราคา 7,999 หยวน หรือประมาณ 38,100 บาท
- รุ่นพิเศษที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม (Satellite Edition) RAM 16GB+1TB: ราคา 8,999 หยวน หรือประมาณ 42,800 บาท
- รุ่นท็อปสุดที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับการถ่ายภาพ (Photographer Kit): ราคา 11,999 หยวน หรือประมาณ 57,100 บาท
ที่มา: fonearena
