เปิดตัว nubia NaviX Ultra อย่างเป็นทางการในจีน โดยรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ 2 ของไลน์อัป Beanbag ที่รุ่นแรกคือ nubia M153 และมีจุดเด่นหลักๆ ก็คือเรื่องของการเป็นมือถือ AI ที่มีระบบ AI Agent ทำงานทั้งระบบ สามารถรับคำสั่งหลายขั้นตอน และดำเนินการข้ามแอปต่างๆ ได้อัตโนมัติ เรียกได้ว่าเป็นมือถือ AI เต็มตัวรุ่นแรกๆ เลยก็ว่าได้
สเปค nubia NaviX Ultra


สำหรับ nubia NaviX Ultra จะใช้ชิปเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบบ 3nm พร้อม GPU Adreno 840 และมีระบบระบายความร้อน Galaxy Cooling System ที่ใช้ Vapor Chamber แบบสามมิติขนาด 7,100 ตารางมิลลิเมตร รองรับ RAM แบบ LPDDR5X สูงสุด 16GB และความจุแบบ UFS 4.1 สูงสุด 1TB
ทางด้านหน้าจอเป็น OLED LTPO 2.0 ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2800 x 1260 พิกเซล) รองรับรีเฟรชเรตแบบปรับได้ตั้งแต่ 1-144Hz พร้อมสี 10-bit ครอบคลุม DCI-P3 100% และทำความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 4,500 nits โดยใช้วัสดุจอเป็นแบบ Q10+ รองรับทั้ง DC Dimming และ PWM Dimming ความถี่สูง 2,160Hz ที่ช่วยลดการกะพริบของหน้าจอได้ด้วย


อีกจุดเด่นคือแบตเตอรี่ที่ให้มา 7,100mAh รองรับชาร์จไวได้ 90W และชาร์จไร้สาย 50W บนตัวเครื่องที่บางเพียง 7.62 มม. และมีน้ำหนัก 208 กรัมเท่านั้น รองรับการเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC, Dual SIM และ USB C 3.2 Gen 1 พร้อมลำโพงคู่ DTS Ultra มีไมโครโฟน 3 ตัว และมอเตอร์สั่น X-axis คู่ พร้อมทำงานบนระบบ Android 16 ครอบด้วย Nebula AIOS 2
ตัวกล้องของ nubia NaviX Ultra มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 200MP พร้อม OIS กล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้อง Telephoto Periscope 64MP ที่รองรับการถ่าย Macro ผ่านเลนส์ Telephoto ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32MP ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ AI Image Master และระบบแนะนำการถ่ายภาพด้วยเสียง
การทำงานของ nubia NaviX Ultra จะทำงานร่วมกับ Doubao Mobile Assistant เข้ากับระบบของเครื่อง โดย AI สามารถแยกคำสั่งที่ซับซ้อนออกเป็นขั้นตอน วางแผนการทำงาน และดำเนินการต่อเนื่องโดยไม่ต้องให้เรากดสั่งทีละขั้นตอน จุดนี้ทำให้ nubia เน้นให้รุ่น NaviX Ultra แตกต่างจากมือถือที่มีเพียงผู้ช่วยเสียงทั่วไป


นอกจากนี้ nubia ยังใส่ ปุ่ม AI ให้ที่ด้านข้างตัวเครื่อง รวมเข้ากับระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Capacitive และทำงานร่วมกับโมเดลเสียงแบบ Full-Duplex ของ Seed ทำให้สามารถถามคำสั่งใหม่ได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้ง โดยระบบการจำเสียงของ NaviX Ultra นั้นรับเสียงได้ดี และมีความแม่นยำในการจดจำได้ดีเยี่ยม
ระบบ AI ของรุ่นนี้ก็มีทั้งวิเคราะห์และวางแผนงานหลายขั้นตอน, ปรับใช้ความรู้ข้ามแอป, แก้ไขเส้นทางการทำงานด้วยตัวเอง และรักษาบริบทของคำสั่งในงานระยะยาว ทำงานร่วมกับแอปนอกอย่าง Cao Cao Mobility, แผนที่, แอปเพลง และ Lark ได้ รวมถึงประมวลผลคำสั่งหลายงานในเบื้องหลังพร้อมกันได้ด้วย


ในด้านการใช้งานจริง NaviX Ultra ยังมี Screen Q&A สำหรับอ่านข้อมูลบนหน้าจอแล้วดำเนินการต่อทันที ระบบค้นหาสินค้าจากสิ่งที่กล้องมองเห็นแล้วพาไปยังช่องทางช้อปปิ้ง ฟีเจอร์ Smart Call สำหรับจัดการสายเรียกเข้าอัตโนมัติ และ Priority Notifications ที่ช่วยจัดลำดับการแจ้งเตือนสำคัญ นอกจากนี้ระบบบันทึกเสียงยังสามารถถอดเสียง สรุปเนื้อหา และค้นหาข้อมูลในไฟล์เสียงผ่าน Lark Notes ได้
nubia NaviX Ultra เป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการสำหรับการใช้งาน Intelligent Agent Large Model โดยมี SAEP Security Protocol, การกำหนดสิทธิ์เข้าถึงจากหน้าจอล็อกแบบละเอียด และการรับรองด้านความเป็นส่วนตัวในระดับสากล และยังมีแผนเปิด API ของ AI Agent ระดับระบบให้นักพัฒนาภายนอกนำไปต่อยอดในอนาคต
ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับ nubia NaviX Ultra รุ่นนี้พร้อมวางขายแล้วในประเทศจีน มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Fantasy, Blue, Black และ White โดยมีราคาฝั่งจีนตามแต่ละรุ่นเริ่มต้นที่ 5,999 หยวน หรือประมาณ 29,900 บาทสำหรับรุ่น RAM 12GB + 512GB / รุ่น RAM 16GB + 512GB ราคา 6,499 หยวน หรือประมาณ 32,400 บาท และรุ่นท็อปสุด RAM 16GB + 1TB ราคา 7,499 หยวน หรือประมาณ 37,300 บาท
