ตามที่เคยมีข่าวลือออกมาจนถึงวันนี้ Nothing ได้เปิดตัวมือถือน้องใหม่ใน b Series อย่างเป็นทางการในประเทศอินเดีย นั่นก็คือ Nothing Phone (4b) ที่จะเป็นรุ่นสเปครองลงมาจากตัวที่เปิดตัวไปก่อนหน้าอย่าง Phone (4a) Series โดยรุ่นนี้เข้ามาแทนไลน์อัปเดิมของ Phone (3a) Lite เพื่อเข้ามาทำตลาดราคาในกลุ่มตลาดระดับกลาง หลังจากที่แบรนด์ได้ประกาศยกเลิก CMF Phone 3 Pro ในปีนี้
ส่วนรุ่นที่วางขายบ้านเราคือ Nothing Phone (4a) ราคาเริ่มต้น 14,999 บาท (Shopee/ Lazada) และรุ่นท็อปสุดราคา 16,999 บาท (Shopee/ Lazada)
สเปค Nothing Phone (4b)

สำหรับ Nothing Phone (4b) ที่เปิดตัวออกมานี้ ก็ยังคงมีเอกลักษณ์เดิมด้วยฝาหลังแบบโปร่งใส แต่ในรุ่นนี้มีการปรับตัวไฟ Glyph Bar ใหม่ให้มีความสว่างและลงตัวมากขึ้น ตัวเครื่องใช้วัสดุโพลีคาร์บอเนตแบบ Unibody ที่ทนทาน และถอดแบบโครงสร้างมาจากรุ่นพี่อย่าง Phone (4a) Pro) มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีขาว (White) และสีใหม่ล่าสุดอย่าง สีน้ำเงิน (Blue) พร้อมกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP64

ในส่วนของหน้าจอ มาพร้อมจอแบนแบบ Super AMOLED ของ Samsung ขนาด 6.77 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2344 พิกเซล) รองรับอัตรารีเฟรชเรทได้ลื่นๆ 120Hz และลดการกระพริบได้ 480Hz PWM Dimming สามารถทำความสว่างสูงสุดได้ 2,000 nits ใช้งานกลางแดดได้สบายๆ พร้อมครอบทับด้วยกระจกกันรอย Dragontail Pro Glass


ตัวเครื่องภายในของ Nothing Phone (4b) ได้เปลี่ยนมาใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4 สถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร กับ GPU Adreno 810 และ RAM ขนาด 8GB แบบ LPDDR4X มีความจุตัวเครื่องให้เลือก 2 ขนาด คือ 128GB และ 256GB แบบ UFS 2.2
นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาดใหญ่ถึง 4,400 mm² ที่มีพื้นที่ระบายความร้อนรวม 20,829 mm² เมื่อทำงานร่วมกับระบบ CPU คัสตอมของ Nothing OS ทำให้ประสิทธิผลของ CPU แรงขึ้น 15%, GPU ดีขึ้น 25% และประมวลผล AI ได้ฉลาดขึ้นถึง 240% เมื่อเทียบกับ Phone (3a) Lite รุ่นเก่า

เรื่องของกล้องหลัง Nothing Phone (4b) มาพร้อมกล้องหลังคู่ ที่มีกล้องหลักความละเอียด 50MP ใช้เซ็นเซอร์ Samsung มีระบบกันสั่นแบบ Dual-axis OIS และ EIS ช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อยได้นิ่งๆ กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP ถ่ายได้กว้าง 119.5 องศา และมีกล้องหน้า 16MP ใช้เซ็นเซอร์ Samsung เช่นกัน
นอกจากนี้ตัวกล้องรุ่นนี้ยังทำงานร่วมกับระบบ TrueLens Engine 4.0 และโหมด Ultra XDR ที่ร่วมพัฒนากับ Google ที่ตัวระบบจะถ่ายภาพ RAW 13 ใบที่มีระดับแสงต่างกัน แล้วนำมาประมวลผลรวมกันเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่มีสีสันสมจริงและสวยที่สุด พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ระดับ 4K@30fps
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือรุ่นที่วางขายในประเทศอินเดียจะได้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh ส่วนรุ่น Global ทั่วไปจะได้ความจุ 5,200 mAh พร้อมกับเทคโนโลยี Safe Cell Technology ที่ทนทานต่อแรงกระแทก และรองรับการชาร์จไวได้ 33W กับการรองรับระบบ Reverse Wired Charge 7.5W ด้วย
ตัวเครื่องแกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 บนพื้นฐาน Android 16 การันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการนานถึง 3 ปี และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ปีเต็ม สำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายในประเทศอินเดียจะไม่มีการติดตั้งชิป NFC มาให้ในตัวเครื่อง ต่างจากรุ่น Global ที่จะมี NFC ก็เลยได้แบตน้อยกว่านั่นเอง
ราคาและการวางจำหน่าย
Nothing Phone (4b) จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Flipkart โดยมีราคาเปิดตัวแยกตามรุ่นความจุดังนี้
- รุ่น RAM 8GB + 128GB: ราคา 34,999 รูปี หรือประมาณ 12,300 บาท
- รุ่น RAM 8GB + 256GB: ราคา 38,999 รูปี หรือประมาณ 13,700 บาท
ที่มา: fonearena
