ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2026 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปนที่ผ่านมา หนึ่งในแบรนด์มือถือที่กำลังมาแรงอย่าง Infinix ได้ประกาศเปิดตัวรุ่นระดับเรือธงรุ่นล่าสุดคือ Infinix Note 60 Ultra อย่างเป็นทางการ พร้อมสานต่อรุ่นรองลงมา หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวรุ่น Note 60 Pro ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยในรุ่น Ultra นี้ทางแบรนด์ได้จัดเต็มทั้งเรื่องของดีไซน์สุดหรู ประสิทธิภาพ และสเปคที่อัปเกรดขึ้นกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วย
ส่วนรุ่นที่วางขายอยู่คือ Infinix NOTE 50S 5G ราคา 8,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada และ Infinix NOTE 50 Pro+ 5G ราคา 14,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
สเปคเปิดตัว Infinix Note 60 Ultra

จุดเด่นแรกของ Infinix Note 60 Ultra ก็คือการจับมือกับบริษัทออกแบบรถยนต์ระดับโลกจากอิตาลีอย่าง Pininfarina พร้อมแรงบันดาลใจจากความโฉบเฉี่ยวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ตัวเครื่องจะมีดีไซน์แบบ Aluminum Unibody และทำออกมาแบบ Uni-Chassis Cam Module โดยใช้กระจก Corning Gorilla Glass Victus แผ่นเดียวขึ้นรูปครอบคลุมทั้งฝาหลังแบบไร้รอยต่อ ทำให้โมดูลกล้องจะเรียบไปกับตัวเครื่องเลย ไม่ได้นูนหรือเป็นลอยๆ ขึ้นมา

นอกจากนี้ตัวฝาหลังยังมีฟีเจอร์ไฟแสดงสถานะ Floating Taillight ที่จะสว่างขึ้นเมื่อเปิดเครื่อง พร้อมฝังหน้าจอ Active Matrix ใต้ฝาหลังคล้ายๆ รุ่นโปร สำหรับแสดงการแจ้งเตือน ไอคอนสถานะ หรือผู้ช่วยคำสั่งเสียง (GlowSpace) โดยมีสีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Torino Black, สีแดง Monza Red, สีฟ้า Amalfi Blue และสีเงิน Roma Silver สามารถกันน้ำกันฝุ่นที่ IP64 และมีระบบเสียงจาก Sound By JBL
Infinix Note 60 Ultra มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ที่รองรับเทคโนโลยี Ultra HDR ให้สีสันสดใสสมจริง และมีอัตรารีเฟรช 144Hz กับ Touch Sampling Rate สูงถึง 360Hz สามารถทำความสว่างสูงสุดถึง 4,500 nits ทำให้การใช้งาน ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม รวมถึงใช้งานกลางแจ้งด้วย

ด้านประสิทธิภาพ Infinix Note 60 Ultra รุ่นนี้จะใช้ชิป MediaTek Dimensity 8400 Ultimate ที่มี RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่ความจุที่ให้มา 256GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ XOS 16 พื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง และสามารถอัปเกรดระบบได้ 3 เวอร์ชั่น ความปลอดภัยอีก 5 ปี
ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้นำแบตแบบ Silicon-Carbon มาใช้งาน ทำให้สามารถจุแบตได้ถึง 7,000mAh ในตัวเครื่องที่ยังคงความบาง และรองรับชาร์จไวผ่านสาย 100W กับชาร์จไร้สาย 30W และชาร์จย้อนกลับได้ด้วย พร้อมกับฟีเจอร์การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม (Satellite Connectivity) ที่ช่วยให้สามารถส่งข้อความขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือเลยก็ตาม

สเปคกล้องเองก็ดีงามไม่แพ้กัน เพราะมีกล้องหลังมาให้ 3 ตัว ที่ตัวหลักความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HPE ที่มีกันสั่น OIS กล้อง Telephoto Periscope เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 ความละเอียด 50MP ซูมแบบออปติคอล 3.5 เท่า และซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า และอีกตัวคือกล้องอัลตร้าไวด์ถ่ายได้กว้าง 112 องศา ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32MP โดยทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับ XDR Image Engine ตัวประมวลผลของ Infinix ที่ช่วยทั้งการถ่ายและปรับปรุง Dynamic Range ให้ภาพถ่ายออกมาสวยทุกสภาพแสง
ราคาและการวางขาย

Infinix NOTE 60 Ultra เตรียมวางขายแล้วในรุ่นความจุ RAM 12GB และความจุตัวเครื่อง 256GB พร้อมการใช้งาน eSIM ในตัว ด้วยราคา 3000 MYR ในมาเลเซีย หรือประมาณ 24,000 บาท ซึ่งราคาวางขายต่างประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยตอนนี้ยังไม่ได้เผยออกมาเลย ทั้งนี้ในกล่องที่ให้มาจะมีทั้งขาตั้งโชว์ดีไซน์หรู อุปกรณ์เสริมอย่างฐานชาร์จแม่เหล็ก MagCharge Base, แผ่นรองแม่เหล็ก MagPad ลายเคฟลาร์, เคสแม่เหล็ก MagCase ทำจากเคฟลาร์แบบพิเศษ และเข็มถอดซิมการ์ดรุ่น Track-Edition
ที่มา: fonearena
