Kirin 9000 ชิปเซ็ทรุ่นท๊อปจะกินพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม

Kirin 9000 ชิปเซ็ทระดับท๊อปรุ่นล่าสุดของทาง Huawei ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนซีรีส์ Mate 40 นั้นดูเหมือนจะเจอปัญหาไม่จบไม่สิ้นจริงๆ โดยก่อนหน้านี้นั้นก็มีข่าวลือออกมาว่าการผลิตชิปเซ็ท Kirin 9000 นั้นจะไม่มากพอที่จะเอามาใช้งานกับ Mate 40 ซีรีส์ทั้งหมดจนทำให้ทาง Huawei เองต้องลดจำนวนการผลิตสมาร์ทโฟนในซีรีส์ Mate 40 ให้น้อยลงจากเดิม ล่าสุดนั้นมีข้อมูลหลุดออกมาเพิ่มว่าชิปกราฟิกสุดแรงอย่าง ARM Mali-G78 ที่อยู่ในชิปเซ็ท Kirin 9000 นั้นจะใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าชิปกราฟิกรุ่นเดิมที่ผ่านมาด้วย

Mali G78
Kirin 9000 with ARM Mali-G78

Kirin 9000 with ARM Mali-G78

ในช่วงที่ผ่านมานั้นจากข้อมูลหลุดผลการทดสอบชิปเซ็ทรุ่นท๊อปอย่าง Kirin 9000 ของทาง Huawei รวมทั้ง Exynos 1080 ของทาง Samsung ของแอปพลิเคชันทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังอย่าง AnTuTu จะเห็นได้ว่าคะแนนในส่วนของชิปกราฟิกของชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนั้นมีคะแนนสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นเป็นเพราะชิปเซ็ทรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนั้นจะมาพร้อมกับชิปกราฟิกระดับท๊อปของทาง ARM อย่าง Mali-G78 MP24(โดยตามทฤษฎีแล้วนั้นพบว่า ARM Mali-G78 นั้นมีความแรงเหนือกว่า Qualcomm Adreno 660 พอสมควรเลยทีเดียว)

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นความแรงที่เพิ่มขึ้นก็ดูเหมือนกับว่าจะมาพร้อมกับปัญหาใหญ่ที่ทั้งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและผู้ใช้งานอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องมานั่งปวดหัวกันด้วยซึ่งนั่นก็คือเรื่องของอัตราการใช้พลังงานของชิปกราฟิก ARM Mali-G78 ที่สูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจากข้อมูลล่าสุดที่นักปล่อยข่าวชื่อดังอย่าง Ice Universe ได้ทวิทออกมานั้นพบว่าชิปกราฟิก ARM Mali-G78 จะมีอัตราการใช้พลังงานขณะทำงานเต็มที่สูงมากถึง 14W และมีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยุ่ที่ราวๆ 9W เลยทีเดียว

ทางคุณ Ice Universe ได้ให้เหตุผลที่ชิปกราฟิก ARM Mali-G78 มีอัตราการใช้พลังงานมากขนาดนี้นั้นจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้เนื่องจากว่าชิปกราฟิก ARM Mali-G78 นั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลมากถึง 24 แกน ซึ่งด้วยจำนวนแกนการประมวลผลที่มากขนาดนี้นั้นถือว่าเยอะเป็นอย่างมากหากพิจารณาว่าเป็นชิปเซ็ทสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต(รวมทั้งอุปกรณ์เคลื่อนที่)

ทีนี้ถามว่าปัญหาที่ตามมาในกรณีที่ชิปเซ็ทระดับท๊อปทั้ง 2 ที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก ARM Mali-G78 ซึ่งมีอัตราการใช้พลังงานสูงนั้นคืออะไรก็ต้องตอบตามตรงเลยว่าในการใช้งานจริงๆ นั้นมันจะส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่จะลดลงเร็วมากกว่าเดิมเป็นอย่างมาก(โดยเฉพาะเมื่อมีการประมวลผลทางด้านกราฟิกเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมรวมไปถึงการใช้งานด้านการเล่นสื่อวีดีโอต่างๆ)

อีกปัญหาหนึ่งที่จะตามมาด้วยนั้นก็คือเรื่องของความร้อนที่จะเกิดขึ้นบนตัวเครื่องที่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าจะมีความร้อนสะสมบนตัวเครื่องมากกว่าปกติอย่างแน่นอน(แต่ก็ขึ้นกับว่าทางผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจะออกแบบตัวเครื่องให้ระบายความร้อนได้ดีมากแค่ไหนด้วยหรือไม่)

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นอย่าพึ่งตกใจไปว่าผลกระทบทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริงเพราะปัญหาดังกล่าวนี้นั้นทางผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป้น Huawei หรือ Samsung เองจะต้องรับรู้อยู่แล้ว และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะเป็นผลคะแนนการทดสอบรวมทั้งอัตราการใช้พลังงานที่หลุดออกมานั้นต่างก็เป็นผลที่หลุดมาจากตัวเครื่องทดสอบทั้งสิ้น ซึ่งตัวเครื่องทดสอบนั้นโดยปกติทั่วไปแล้วจะยังไม่ผ่านการปรับแต่งมาอย่างสมบูรณ์จากทางผู้ผลิตดังนั้นแล้วก็คงต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเป็นเช่นไร

ที่มา : notebookcheck