iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X หน้าจอแตก ส่งเคลมได้หรือไม่ เสียค่าซ่อมเท่าไหร่?

BY Jerminalz | POSTED ON 25, 12, 2017 12:12pm | VIEWS
iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X หน้าจอแตก ส่งเคลมได้หรือไม่ เสียค่าซ่อมเท่าไหร่?

ช่วงหลังมานี้ Apple ได้เปลี่ยนเงื่อนไขในการซ่อมแซม iPhone จากเดิมที่ไม่ว่าตัวเครื่องเมื่ออยู่ในประกัน จะเสียด้วยอาการอะไรก็ตาม ถ้าไม่ได้อยู่นอกเงื่อนไขการรับประกัน จะทำการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที ไม่มีการแกะซ่อมเหมือนสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ

ข้อดีของการซ่อมในลักษณะของการเปลี่ยนเครื่องก็คือผู้ใช้ได้เครื่องใหม่ (เป็นเครื่อง Refurbished ที่ผ่านมาตรฐาน Apple แล้ว) แต่ข้อเสียของเงื่อนไขการซ่อมในแบบดังกล่าวก็มีเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ iPhone เกิดความเสียหายนอกเหนือเงื่อนไขการรับประกัน เช่น ทำหล่นแล้วจอแตก พอนำไปส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของทาง Apple ก็จะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนเครื่องแบบมีค่าใช้จ่าย ต่อให้กระจกหน้าจอแตกเพียงอย่างเดียว สามารถทัชสกรีนได้ตามปกติ Apple ก็จะทำการเปลี่ยนเครื่อง และแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่อง iPhone ตามเงื่อนไขเดิมก็กินราคาประมาณ 50% ของราคาเครื่องมือหนึ่ง ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยก็ประมาณ 10,000 – 15,000 บาทเลยทีเดียว

Review-iPhone-X-SpecPhone-0017

ส่วนเงื่อนไขการซ่อมเครื่องแบบใหม่ที่ Apple ใช้กับประเทศไทย จะเป็นการเปลี่ยนอะไหล่เป็นชิ้น ๆ ตามอาการที่มีปัญหา แบบเดียวกับการซ่อม Macbook ทำให้ซ่อมที่นอกเหนือระยะประกัน หรือนอกเงื่อนไขการรับประกันมีราคาถูกลงมาพอสมควร (แต่ก็ยังแพงอยู่ดี เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น) เช่น หน้าจอแตก ก็เปลี่ยนแค่หน้าจอ, แบตเตอรี่เสื่อม ก็เปลี่ยนแค่แบตเตอรี่ หรือถาดซิมบวม ก็เปลี่ยนเฉพาะถาดซิม ไม่มีการยุ่งกับอะไหล่ชิ้นอื่น อย่างไรก็ตาม ในเคสที่อาการหนัก เช่น กระจกหลังแตก, บอร์ดพังก็ยังคงเป็นการซ่อมแบบเปลี่ยนเครื่อง (Refurbished) เหมือนเดิม แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเปลี่ยนอะไหล่เป็นชิ้น ๆ ตามอาการ

โดยการส่งซ่อม iPhone สามารถส่งซ่อมกับศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Apple ได้แก่

  • iCare
  • iServe
  • iService
  • Macintosh Center

ส่วนการส่งซ่อมกับ AIS, TrueMove H และ dtac จะมีค่าเท่ากับส่งให้ทาง Apple โดยตรงเช่นกัน เพราะในเงื่อนไขใหม่ ทางโอเปอร์เรเตอร์ไม่ได้แกะเครื่องซ่อมเองแล้ว มีลักษณะคล้าย ๆ กับการเป็น Drop point คือศูนย์รับ – ส่งเครื่องซ่อมมากกว่า อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องเสียเวลาไปส่งเครื่องซ่อม แล้วก็รับเครื่องซ่อมเอาเอง

ด้านระยะเวลาในการส่งซ่อมกับศูนย์บริการ AASP (Apple Authorized Service Provider) จะอยู่ที่ประมาณ 7 – 14 วันทำการ ไม่รวมเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการครับ ซึ่งก็ถือว่าใช้เวลานานพอสมควร เพราะต้องมีการตรวจสอบเครื่องโดยช่างชาวไทย จากนั้นส่งเรื่องไปที่ Apple สิงคโปร์เพื่อทำการเบิกอะไหล่ พอได้อะไหล่มาก็ทำการเปลี่ยน แล้วตรวจสอบอีกทีก่อนส่งให้กับลูกค้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้องทำการส่ง iPhone ไปซ่อมก็คือไม่มีเครื่องใช้ระหว่างรอซ่อม และด้วยระยะเวลาในการซ่อมที่นานพอสมควร เฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น การไม่มีสมาร์ทโฟนใช้ในยุคปัจจุบันก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวมองว่าทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้นเยอะเหมือนกัน เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนแทบจะเป็นทุกอย่างในชีวิตไปแล้ว ทั้งการทำงาน, โซเชียล, การติดต่องาน รวมถึงเรื่องการทำธุรกรรมต่าง ๆ ครั้นจะไปซื้อสมาร์ทโฟนมาใช้ระหว่างซ่อมก็ดูจะสิ้นเปลืองเกินไป หรือถ้าซื้อเครื่องที่ราคาไม่แพงมากมาใช้ไปก่อนก็คงใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าไหร่

Review-iPhone-X-SpecPhone-0004

ทีนี้มาเข้าสู่ประเด็นหลักของบทความนี้ นั่นก็คือเรื่องราคาค่าซ่อมหน้าจอ iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X รวมถึง iPhone รุ่นอื่น ๆ โดยผมไปหาข้อมูลราคาค่าเปลี่ยนหน้าจอมาจากแฟนเพจ iServe ซึ่งเป็นศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจากทาง Apple

iPhone-Screen-Repair-with-AASP

  • iPhone 8 Plus, 7 Plus และ iPhone 6s Plus – 6,500 บาท
  • iPhone 8 , 7, 6s และ iPhone 6 Plus – 5,500 บาท
  • iPhone 5s, SE และ iPhone 6 – 5,000 บาท
  • iPhone X – 12,500 บาท

จะเห็นว่าราคาเปลี่ยนจอ iPhone ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ก็มีราคาที่สูงในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะ iPhone X ที่มีราคาสูงถึง 12,500 บาท หรือ iPhone 8 Plus ก็มีราคาค่าเปลี่ยนหน้าจอสูงถึง 6,500 บาท ทำให้หลายคนเลือกเปลี่ยนจอกับร้านข้างนอก ซึ่งมีราคาถูกกว่าหลายเท่า แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงหากเจอร้านที่ไม่ชำนาญ รวมถึงอะไหล่ที่เปลี่ยนมาก็คุณภาพไม่เท่ากับของศูนย์บริการ และยิ่งเป็น iPhone รุ่นใหม่ ตั้งแต่ iPhone 8, iPhone 8 Plus ขึ้นไปที่มาพร้อมกับหน้าจอ True-tone Display การแกะซ่อมโดยช่างที่ไม่ชำนาญอาจมีผลกับเซ็นเซอร์อื่น ๆ ได้

นอกจากค่าซ่อมที่ค่อนข้างแพงแล้ว ด้วยความที่ต้องเดินทางไปส่งซ่อมที่ศูนย์บริการ AASP ด้วยตัวเอง (โดยปกติ Apple ไม่มีบริการรับเครื่องซ่อมแบบ Delivery สำหรับ iPhone) และส่วนมาก ศูนย์บริการ AASP ก็มักจะอยู่ในใจกลางเมือง หรือตามเมืองใหญ่ ๆ ทำให้ไม่สะดวกสำหรับบางคน จากประสบการณ์ที่เดินทางไปศูนย์บริการ AASP เพื่อทำการเคลมสินค้า ไม่รวมเวลาเดินทางและเวลารอคิวจะอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 นาที ถ้ารวมทั้งกระบวนการ ตีไปกลม ๆ ก็ต้องเสียเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงในการเดินทางไปส่งเครื่อง และใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทางไปรับเครื่อง

Focus care Screen Repair-002

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเปลี่ยนหน้าจอ iPhone กรณีที่หน้าจอแตกจากอุบัติเหตุหรืออะไรก็ตามแต่ เป็นการบริการดูแลหน้าจอมือถือรูปแบบใหม่ Focus Care ในลักษณะของการสมัครสมาชิก Focus Care จากนั้นก็จะได้รับสิทธิ์ในการเปลี่ยนหน้าจอราคาพิเศษ ถูกกว่าราคาศูนย์ และเผลอ ๆ ถูกกว่าเปลี่ยนกับร้านตู้บางร้านด้วยซ้ำ

Focus care Screen Repair

สำหรับบริการ Focus Care นั้น เพื่อน ๆ สามารถสมัครให้มือถือของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่หรือว่าเครื่องที่ใช้งานมานานแล้ว ขอแค่มือถือของเพื่อนๆมีสภาพหน้าจอสมบูรณ์ แสดงผลได้ปกติ ไม่มีรอยร้าว บิ่น หรือแตกใด ๆ และเป็นเครื่องที่ซื้อในไทย ไม่ใช่เครื่องนอก ก็สามารถสมัครสมาชิก Focus Care ได้แล้ว

สำหรับค่าบริการ Focus Care จะแบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 คือค่าสมัคร จ่ายเพื่อสมัครเป็นสมาชิกรับบริการดูแลมือถือตลอด 1 ปี ราคาระหว่าง 599 – 899 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นมือถือต่าง ๆ

ส่วนที่ 2 ค่าเปลี่ยนจอ จ่ายเมื่อต้องการใช้สิทธิ์ในการเปลี่ยนจอ โดยจะราคาจะกำหนดตามรุ่นมือถือเช่นกัน ราคาจะอยู่ระหว่าง 999 -1499 บาท โดยราคานี้จะแจ้งให้ทราบพร้อมราคาค่าสมัครเลย

โดย Focus Care จะดูแลมือถือเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่สมัคร หรือจนกว่าเราจะใช้สิทธิ์เปลี่ยนจอมือถือเครื่องที่สมัครไว้ (แล้วแต่เวลาใดถึงก่อน) นอกจากนี้ Focus Care ยังมีเซอร์วิสอื่น ๆ ที่น่าสนใจนอกจากการเปลี่ยนจอในราคาพิเศษด้วย ได้แก่

Focus care Screen Repair-003

  • บริการรับ – ส่งเครื่องซ่อมถึงที่ ไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลา
  • ระยะเวลาในการซ่อมไม่เกิน 3 วันทำการ
  • มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม ถ้าเป็น iPhone จะเป็น iPhone 6
  • มีการรับประกันหน้าจอให้ 30 วัน

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นผมได้ทำการเปรียบเทียบราคาเปลี่ยนหน้าจอ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ในการเปลี่ยนหน้าจอกับศูนย์บริการซ่อมของ Apple กับ Focus Care ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร

Focus-Care-compare-vs-Apple-AASP

ภาพรวมของ Focus Care ก็เป็นบริการดูแลหน้าจอแบบใหม่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านราคาที่เทียบกับราคาซ่อมกับศูนย์บริการ Apple แล้วมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ากันมาก หรือจะเป็นการเทียบกับการส่งซ่อมกับร้านข้างนอก ก็มีราคาใกล้เคียงกัน (เผลอ ๆ ถูกกว่า) แต่ได้เซอร์วิสที่มากกว่า ได้แก่ มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อมเป็น iPhone 6, บริการรับส่งเครื่องถึงที่แบบ Delivery, ระยะเวลาในการซ่อมที่ไม่นาน และที่สำคัญคืออะไหล่มาตรฐาน สามารถใช้งานได้ดีทั้งการทัชสกรีน, ความสดของสี, การแสดงผล รวมถึงการทำงานของเซนเซอร์ก็ยังคงใช้งานได้เต็มรูปแบบ

รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับ Focus Care เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปศึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

facebook: http://bit.ly/fcspec

Website: http://bit.ly/focuscaresp

โทร. 094-191-6419

 

Comments
©2018 SPECPHONE.COM - All rights reserved.