ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า iPad คือ Tablet ที่ดีที่สุด ซึ่ง Apple เองก็ได้ออก iPad ออกมาหลายรุ่นมาก โดยแต่ละรุ่นนั้นมีสเปคที่แตกต่างกันพอสมควร ซึ่งการใช้งานค่อนข้างแตกต่างกันมาก ทำให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจไม่ถูกว่ารุ่นไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง หรือรุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ผมเลยจะมาช่วยแนะนำให้ว่า iPad รุ่นไหน เหมาะกับการใช้งานประเภทไหนบ้าง

ก่อนอื่นต้องมารู้ก่อนว่า iPad มีทั้งหมดกี่รุ่น ซึ่ง iPad ในปัจจุบันมีทั้งหมด 4 รุ่นคือ iPad mini, iPad 2019, iPad Air และ iPad Pro

iPad mini

เริ่มด้วย iPad ที่มีขนาดเล็กที่สุดอย่าง iPad mini ก่อนเลย โดย iPad mini นั้นจะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 7.9 นิ้ว ใช้ชิป A12 Bionic มี RAM 3GB กล้องหลัง 8MP f/2.4 กล้องหน้า 7MP f/2.2 และแบตเตอรี่ขนาด 5,124 mAh ด้วยความที่มีน้ำหนักเพียง 300 กรัม ทำให้เป็นเครื่องที่ง่ายต่อการพกพาแถมยังแรงพอสมควรด้วย บวกกับราคาเริ่มต้นเพียง 13,900 บาททำให้เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมเป็นอย่างมาก

จุดเด่น

  • ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
  • ชิปแรง A12 Bionic
  • รองรับปากกา Apple Pencil Gen 1
  • ราคาไม่แพงมาก

ลักษณะการใช้งาน

  • ดูหนัง
  • เล่นเกม
  • จดโน้ตด่วน
  • นำเสนองานนอกสถานที่
  • เน้นพกพา

iPad 

ต่อด้วย iPad 10.2 ที่เป็น iPad รุ่นราคาประหยัด ซึ่งจะมาพร้อมชิป A10 Fusion หน้าจอ 10.2 นิ้ว และรองรับ Apple Pencil ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 10,900 บาท นับว่าเป็น iPad ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีงบไม่มาก แต่ต้องการ Tablet จอใหญ่ และใช้ปากกาได้  ถึงแม้ด้วยชิป A10 Fusion จะนับว่าเป็นชิปรุ่นที่เก่าพอสมควรก็ตาม

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว
  • รองรับปากกา Apple Pencil Gen 1
  • ราคาถูกมาก

ลักษณะการใช้งาน

  • ใช้งานทั่วไป – ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่าน Text/นำเสนอ
  • จดโน้ต

iPad Air

สำหรับ iPad Air นั้นจะบอกว่าเป็น iPad Pro รุ่นประหยัดก็ได้ เพราะสเปคต่าง ๆ คล้าย iPad Pro 10.5 เป็นอย่างมาก ซึ่งด้วยการที่ไม่ใช่รุ่น Pro จึงได้มีการลดสเปคต่าง ๆ ลง แล้วเปลี่ยนชิปให้เป็นรุ่นที่ใหม่ขึ้น จาก A10X Fusion ให้กลายเป็น A12 Bionic แล้วลดราคาขายลงมา ส่วนการรองรับ Apple Pencil และ Smart Keyboard ยังคงเดิมไว้

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว
  • ชิป A12 Bionic
  • รองรับ Apple Pencil และ Smart Keyboard
  • ราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับความสามารถ

ลักษณะการใช้งาน

  • ใช้งานทั่วไป – ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่าน Text/นำเสนอ
  • จดโน้ต
  • เล่นเกม
  • ตัดต่อไฟล์เบา ๆ
  • งานเอกสาร/เขียน Blog

iPad Pro

ปิดท้ายด้วย iPad ที่แรงที่สุดอย่าง iPad Pro ซึ่งเป็นรุ่นที่สามารถนำมาแทนคอมพิวเตอร์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว ด้วยชิป A12X Bionic หน้าจอที่ให้สีตรงสุด ๆ พร้อมด้วยเทคโนโลยี ProMotion(ง่าย ๆ ก็มีอัตรารีเฟรชหรือ Hz สูง ๆ ช่วยให้ภาพไหลลื่นขึ้น) ทำให้ค่อนข้างเป็นที่นิยมกับช่างภาพ และ Blogger ที่ต้องแต่งภาพหรือตัดสีดีโอนอกสถานที่เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 2 ขนาด คือ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว นอกจากนี้ยังรองรับ Apple Pencil Gen 2 ที่มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นจาก Gen 1 ด้วย ถึงแม้จะมีราคาแพงที่สุดในตระกูล iPad ทั้งหมดก็ตาม แต่ความสามารถก็สูงตามไปด้วย

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว ที่ให้สีตรงที่สุด
  • ชิป A12X ที่แรงพอ ๆ กับชิปบนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
  • รองรับ Apple Pencil Gen 2 และ Smart Keyboard
  • พอร์ต Type-C

ลักษณะการใช้งาน

  • ใช้งานทั่วไป – ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่าน Text/นำเสนอ
  • จดโน้ต
  • เล่นเกม
  • ตัดต่อไฟล์หนัก ๆ
  • แต่งภาพ
  • งานเอกสาร/เขียน Blog

สรุป iPad รุ่นไหนเหมาะกับใคร

  • iPad mini – สายพกพา, สายเล่นเกม 
  • iPad 10.2 – คนงบน้อย, นักเรียน/นักศึกษา
  • iPad Air – นักเรียน/นักศึกษา, ครู/อาจารย์, สายทำงานนอกสถานที่, Blogger, Youtuber
  • iPad Pro – นักเรียน/นักศึกษา, ครู/อาจารย์, สายทำงานนอกสถานที่, Blogger, Youtuber, ช่างภาพ