วิธีสั่งซื้อ iPhone SE 2 ออนไลน์จาก Apple: ปลอดภัย ห่างไกล COVID-19

ก็วางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับ iPhone SE 2 รุ่นประจำปี 2020 ของ Apple แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 เลยทำให้ช่องทางการสั่งซื้อที่น่าจะปลอดภัยที่สุดคือการสั่งผ่านหน้าเว็บแบบออนไลน์ครับ โดยในบทความนี้จะมาดูกันเลยว่าวิธีสั่งซื้อ iPhone SE 2 ผ่านหน้าเว็บ Apple Store แบบออนไลน์ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

สำหรับหน้าเว็บไซต์ Apple Store ก็จะมีสินค้าของ Apple แทบทุกชิ้นให้เลือกซื้อเลย ส่งฟรีถึงหน้าบ้าน ส่วนการชำระเงินก็ทำได้ทั้งการจ่ายเต็มผ่านบัตรเครดิต ผ่านบัตรเดบิตที่ทำไว้สำหรับจ่ายเงินออนไลน์ได้ จ่ายเต็มด้วยการโอนเงินทางธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตได้ด้วยครับ โดยอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารก็มีดังนี้

ส่วนการจะสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บ Apple Store นั้น สิ่งที่แนะนำว่าควรมีก็คือบัญชี Apple ID ครับ เพื่อความสะดวกในการสั่งซื้อ การบันทึกข้อมูล และการติดตามสถานะการสั่งซื้อ ซึ่งถ้ายังไม่มี ก็สามารถเข้าไปสมัครได้ที่นี่ครับ

มาเริ่มที่การสั่งซื้อ iPhone SE 2 นะครับ ก็เข้ามาที่หน้าซื้อของ iPhone SE 2 ซึ่งจะเข้าจากหน้าแรก หรือที่เมนูย่อยทางด้านมุมขวาบนของหน้าแสดงรายละเอียด iPhone SE 2 ก็ได้ครับ มีปุ่มสีน้ำเงินให้สังเกตเห็นได้ง่ายเลย

เมื่อเข้ามาแล้ว ขั้นตอนแรกคือเลือกสีของ iPhone SE 2 ก่อนครับ ซึ่งก็ตามความต้องการเลย โดยมีให้เลือก 3 สีคือสีขาว สีดำ และก็สีแดง (PRODUCT)RED ซึ่งทุกสีจะราคาเท่ากันหมดครับ แต่ในกรณีของสีแดง เงินส่วนหนึ่งของทุกเครื่องที่ขายได้ Apple จะนำไปสมทบทุนให้กองทุนโลกเพื่อต่อสู้กับ COVID-19 ด้วย

เลือกสีที่ต้องการเสร็จ ก็ต่อกันด้วยการเลือกความจุที่ต้องการบ้าง ซึ่ง iPhone SE 2 จะมีให้เลือก 3 ความจุ ได้แก่ 64GB 128GB และ 256GB โดยแต่ละความจุก็จะมีราคาแตกต่างกันไป ดังนี้

  • iPhone SE 2 ความจุ 64GB ราคา 14,900 บาท
  • iPhone SE 2 ความจุ 128GB ราคา 16,900 บาท
  • iPhone SE 2 ความจุ 256GB ราคา 20,900 บาท

ขั้นตอนต่อมาก็คือการเลือกว่าจะซื้อ AppleCare+ เพิ่มไปพร้อมกันเลยหรือไม่ ซึ่ง AppleCare+ จะช่วยเพิ่มระยะเวลาการช่วยเหลือด้านเทคนิค และให้ความคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 2 ปี โดยสำหรับ iPhone SE 2 ก็จะอยู่ที่ 3,300 บาทครับ

ซึ่งจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แต่ถ้าหากยังไม่ได้ซื้อพร้อมกับเครื่อง แต่เปลี่ยนใจอยากไปซื้อเพิ่มทีหลัง ก็จะสามารถซื้อได้ภายในช่วง 60 วันหลังซื้อ iPhone เท่านั้นนะครับ โดยสามารถซื้อได้ทั้งจากเมนูในเครื่อง ผ่านหน้าเว็บไซต์ ไปซื้อที่ร้าน Apple Store หรือจะโทรติดต่อทาง Apple ที่เบอร์ 1800-019-900 ก็ได้

เมื่อเลือก iPhone SE 2 ในแบบที่ต้องการครบ 3 ข้อด้านบนแล้ว ตรงแถบสีเทาอ่อนด้านล่างก็จะระบุราคาเครื่อง (รวม VAT) มาให้เสร็จเรียบร้อย โดยถ้าเลือกซื้อ AppleCare+ พร้อมกันด้วย ก็จะเป็นราคาเครื่องที่รวมกับ AppleCare+ มาให้เลย รวมถึงยังมีข้อมูลระบุด้วยว่าพร้อมให้ไปรับเครื่องที่ไหน เมื่อไหร่ หรือจะพร้อมจัดส่งภายในกี่วัน กี่สัปดาห์

ซึ่งเรื่องการจัดส่ง จะมีอยู่ 2 กรณีครับ คือส่งตรงมาจากประเทศจีน ซึ่งมักจะเป็นในกลุ่มสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ๆ หรือสินค้าที่มีการปรับแต่งสเปค เช่น MacBook เลยอาจจะใช้ระยะเวลานานซักนิดนึง ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สั่ง และการจัดส่ง ส่วนอีกกรณีคือเป็นของที่ส่งมาจากคลังในไทยเลย แต่สำหรับในช่วงนี้ ยังไงก็ต้องใช้เวลารอซักนิดนึงครับ อย่างต่ำก็ซัก 1 สัปดาห์

ถ้าตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกปุ่ม ใส่ลงในถุง เพื่อดำเนินการสั่งซื้อต่อได้เลย

หน้าถัดมาก็จะเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมที่ไว้ใช้งานคู่กับ iPhone SE 2 เช่น เคส หูฟัง แท่นชาร์จไร้สาย ถ้าสนใจชิ้นไหนก็คลิกปุ่ม ใส่ลงในถุงได้เลย แต่ถ้าไม่ต้องการซื้ออะไรเพิ่ม ก็กดปุ่ม ดูสินค้าในถุง ที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอได้ทันที

ก็จะมาที่หน้าสรุปยอดสินค้าในถุงครับ อย่างในภาพนี้ก็จะมี iPhone SE 2 เพียงเครื่องเดียว โดยจะมีสรุปยอดที่ต้องจ่าย การจัดส่ง ถ้าตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างว่าครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ก็ให้คลิกปุ่ม ชำระเงินที่อยู่ด้านล่างได้เลย

ก่อนจะชำระเงิน ระบบจะมีหน้าจอขึ้นมาใหล็อกอิน Apple ID ครับ ถ้าใครมีอยู่แล้วก็ล็อกอินได้เลย เพื่อความสะดวกในการชำระเงิน แต่ถ้าใครไม่มี หรือไม่ต้องการสั่งผ่าน Apple ID ที่มี ก็ให้เลือกที่ปุ่มด้านขวา เพื่อชำระเงินในฐานะแขกรับเชิญ (guest) ซึ่งในกรณี แนะนำว่าเสียเวลาสมัคร Apple ID ซักนิดนึงจะดีกว่าครับ เพราะจะสะดวกกับการใช้งานในขั้นตอนต่อ ๆ ไปมากกว่า

จะมาถึงหน้าการเลือกวิธีรับสินค้า ซึ่งในช่วง COVID-19 นี้ จะมีเฉพาะจัดส่งเท่านั้นนะครับ ไม่สามารถไปรับสินค้าเองที่ Apple Store ได้ โดยด้านล่างก็จะระบุวันที่คาดว่าของจะถึงมือให้ หลัก ๆ แล้วจะเป็นภายในช่วงเวลา 8:30 – 17:00 ของวันจันทร์-วันศุกร์ ถ้าใคร Work From Home ก็เลือกให้สั่งมาส่งที่บ้านได้เลย เพราะการรับของ จำเป็นจะต้องมีผู้เซ็นรับด้วยครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วก็คลิกปุ่มสีน้ำเงินด้านล่างเพื่อมาจัดการเรื่องที่อยู่กันต่อ

ถ้าหากคุณเคยซื้อสินค้า Apple อยู่ แล้วเลือกที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่งเป็นค่าเริ่มต้น และทำการล็อกอิน Apple ID ในหน้านี้ก็จะมีข้อมูลที่อยู่ให้เลือกได้ทันที แต่ถ้าต้องการแก้ไข หรือเพิ่มที่อยู่ใหม่ก็ทำได้เช่นกัน ก็ให้กรอกลงไปได้เลย ส่วนด้านล่างก็จะเป็นข้อมูลช่องทางการติดต่อทั้งอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ แนะนำว่าควรเลือกอีเมลและเบอร์ที่ใช้งานอยู่จริงครับ เพราะ Apple จะส่งข้อมูลคำสั่งซื้อให้ทางอีเมล และใช้เบอร์โทรศัพท์ประกอบในการนำส่งสินค้า (เบอร์โทรศัพท์ไม่สามารถเปลี่ยนภายหลังได้)

ส่วนถ้าต้องการแชร์อีเมลเกี่ยวกับคำสั่งซื้อให้คนอื่นด้วย ก็เลือกระบุที่อยู่อีเมลในส่วนล่างสุด แล้วเพิ่มอีเมลที่ต้องการได้เลยครับ

มาถึงช่องทางการชำระเงิน ซึ่งจะมีด้วยกัน 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่บันทึกไว้
  2. ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตใบอื่น (รองรับ Visa, MasterCard และ AMEX)
  3. ชำระเงินที่เคาน์เตอร์ (Tesco Lotus, Pay@Post, Cen Pay, Big C และ Truemoney) > เฉพาะยอดไม่เกิน 30,000 บาท
  4. โอนเงินผ่านตู้ ATM (ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงศรีอยุธยา)

ซึ่งในรูปแบบที่ 3 และ 4 จะเป็นการพิมพ์ใบฝากชำระเงินหรือใบนำฝากออกมา แล้วจึงนำไปจ่ายที่เคาน์เตอร์หรือตู้ ATM ที่ระบุครับ โดยใบฝากชำระเงินหรือใบนำฝากจะมีอายุด้วยกัน 3 วันเท่านั้น

ส่วนด้านล่างก็จะมีตัวเลือกให้ผู้ซื้อกรอกรหัสบัตรของขวัญ Apple Store เพื่อใช้เป็นส่วนลดได้ด้วย แต่จะไม่สามารถใช้งานได้หากเลือกเป็นแบบผ่อนชำระนะครับ ซึ่งจะมีให้ผู้ซื้อเลือกหลังจากเลือกช่องทางการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว โดยสามารถเลือกจ่ายทั้งก้อน (1 งวด) หรือจะจ่ายแบบผ่อนชำระก็ได้ตามต้องการ หลัก ๆ ก็จะมีให้เลือก 3 6 และ 10 เดือน

เมื่อจัดการเลือกสินค้า เลือกที่อยู่จัดส่ง เลือกช่องทางการชำระเงินครบถ้วนแล้ว ก็จะมาถึงหน้าสุดท้ายที่เป็นการสรุปข้อมูลทุกอย่างก่อนส่งคำสั่งซื้อนะครับ ก็ตรวจสอบให้เรียบร้อย ถ้าทุกอย่างถูกต้องก็กดปุ่ม ส่งคำสั่งซื้อด้านล่างได้เลย

หลังจากการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ ก็จะได้รับหมายเลขและอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อ ซึ่งถ้าสถานะอยู่ในขั้นตอนกำลังดำเนินการ ผู้ซื้อยังสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้อยู่นะครับ แต่ถ้าหลังจากนี้ อาจจะต้องอาศัยการติดต่อกับทาง Apple เพื่อจัดการคำสั่งซื้อแทน

จากนี้ก็เตรียมรับ iPhone SE 2 ที่สั่งไว้ได้เลยครับ ของมาส่งถึงที่แน่นอน