ดีไซน์ก็ปังใช้งานก็เลิศ ซัมซุงแชร์ 5 ทริคสนุกๆ จาก Galaxy Z Flip3 5G พร้อมเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างสิ้นเชิง!

Flip3

เรียกได้ว่ากระแสดีไม่มีตกกับ Galaxy Z Flip3 5G ที่ไม่ว่าจะเข้าแอปฯ โซเชียลมีเดียแอปฯ ไหนก็เจอเหล่าแฟชั่นนิสต้าพากันอวดโฉมทั่วไทม์ไลน์ แล้วเห็นเครื่องจิ๋วๆ แบบนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดาเพราะ Galaxy Z Flip3 5G ไม่ได้เก๋ที่ดีไซน์เพียงแค่อย่างเดียว แต่ด้านการใช้งานก็แสนจะปังแบบที่สมาร์ทโฟน Bar-Type ทั่วไปไม่สามารถทำได้ ซัมซุงจึงอยากจะแชร์ 5 ทริคสนุกๆ จาก Galaxy Z Flip3 5G ที่รับรองว่าจะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง!


ทำคอนเทนต์ได้แบบไม่ต้องมีตัวช่วยด้วย Flex Mode

Galaxy Z Flip3 Quick Shot

สายทำคอนเทนต์คงรู้กันดีว่ากว่าจะได้แต่ละรูปมาโพสต์ลงโซเชียลนั้นยากแค่ไหน กว่าจะหามุม กว่าจะจัดพรอพ พอได้ที่แล้วก็ต้องเช็คอุปกรณ์อีกว่าพร้อมไหม ไหนจะต้องหาคนกดชัตเตอร์ให้อีก และถ้าจะถ่ายรูปคนเดียวก็ต้องหาตัวช่วยอย่างขาตั้งหรือ Grip Tok ติดหลังสมาร์ทโฟนเพื่อตั้งหรือพิงให้ถ่ายรูปได้ แล้วก็ต้องมีรีโมทคอนโทรลไว้คอยกดชัตเตอร์ไปอีก แต่ด้วย Flex Mode ใน Galaxy Z Flip3 5G ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายรูปตัวเองได้แบบแฮนด์ฟรีเพียงแค่กางสมาร์ทโฟนออกให้ได้องศาที่ต้องการแล้วตั้งไว้ตรงหน้าก็สามารถทำคอนเทนต์ที่ไหนก็ได้แบบไม่ต้องง้อตัวช่วย แถมยังมีฟีเจอร์ Palm Selfie ที่แค่ยกฝ่ามือก็สามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องด้านหน้าได้ทันที หรือถ้าถ่ายรูปแบบ Group Shot ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครหลุดเฟรมเพราะมีฟีเจอร์ Auto Framing ที่ช่วยปรับรูปแบบการถ่ายภาพและวิดีโอโดยอัตโนมัติตามสถานที่และจำนวนคนหรือวัตถุในเฟรม สนุกไปกับการทำคอนเทนต์ได้อย่างง่ายดาย จะอัดคลิปเต้นลง TikTok 10 เทค หรือถ่ายรูปซัก 100 รูป ก็ไม่มีหวั่น

นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้งาน Flex Mode ในรูปแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ตั้ง Galaxy Z Flip3 5G เพื่อวิดีโอคอลกับเพื่อนหรือประชุมงานที่หน้าจอส่วนบนแล้วเปิดแอปพลิเคชันอื่นที่หน้าจอส่วนล่าง หรือจะตั้งเพื่อดูซีรีส์ไปพร้อมกับเปิดแอปฯ โซเชียลมีเดียก็ทำได้สบายๆ

เซลฟี่แบบ Quick Shot ได้ทันใจไม่ต้องกางหน้าจอ

Galaxy Z Flip3 Cover Screen. 1

ถ้าคิดว่า Galaxy Z Flip3 5G ต้องเซลฟี่ด้วยกล้องด้านในแบบสมาร์ทโฟน Bar-Type เท่านั้น ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะเพียงแค่ดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่มข้างตัวเครื่องเมื่อพับหน้าจอก็สามารถเรียกโหมดกล้องขึ้นมาถ่ายรูปด้วยกล้องหลังแบบคมชัดได้ทันที พร้อมยังมีคีย์ลัดมากมายเพื่อเลือกรูปแบบการถ่ายภาพได้ตามความต้องการแบบไม่ต้องกางเครื่อง เช่น

  • แตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ
  • ปัดขึ้น / ลง เพื่อสลับใช้เลนส์ Wide และเลนส์ Ultra Wide
  • ปัดซ้าย / ขวา เพื่อสลับโหมดภาพนิ่งและวิดีโอ

ต่อไปถ้าเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นเจอศิลปินคนโปรดก็พร้อมหยิบ Galaxy Z Flip3 5G จากกระเป๋าขึ้นมาเซลฟี่ได้ทุกสถานการณ์ ไม่พลาดโมเมนต์เด็ดให้เสียใจทีหลัง

ไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋แต่ใช้งานได้จริง กับจอ Cover Screen สารพัดประโยชน์

Galaxy Z Flip3 Multi Active Window 1

นอกจากจะถ่ายรูปโดยไม่ต้องกางสมาร์ทโฟนแล้ว เจ้าจอ Cover Screen จิ๋วแต่แจ๋วขนาด 1.9 นิ้วด้านนอกยังทำอะไรได้อีกเยอะเพราะไม่ใช่แค่ดูการแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาแบบธรรมดา แต่ยังสามารถกดอ่านข้อความแบบเต็มจากการแจ้งเตือนนั้นๆ ได้เลย พร้อมทั้งยังสามารถตอบข้อความด้วยการกดเลือกคำสั้นๆ ได้อีกด้วย เวลามีสายโทรเข้าก็กดรับหรือปฏิเสธผ่านจอ Cover Screen ได้ทันที รวมถึงควบคุมเพลงที่กำลังเล่น หรือแม้กระทั่ง
ตั้งค่าหูฟัง Galaxy Buds ที่เชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องกางหน้าจอ

สำหรับใครที่ขี้เบื่อก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะสามารถตั้งค่าพื้นหลังหน้าจอ Cover Screen ได้ตามใจสูงสุดถึง 15 ภาพ โดยจะสลับภาพใหม่ขึ้นมาทุกครั้งที่ล็อคหน้าจอเหมือนถือแกลเลอรีแสดงภาพย่อมๆ ไว้ในมือ นอกจากนี้ยังตั้งค่าพื้นหลังด้วยภาพเคลื่อนไหวไฟล์ GIF ตลกๆ ไว้ให้อมยิ้มระหว่างวัน หรือจะใช้ภาพพื้นหลังให้แมทช์กับหน้าปัด Galaxy Watch ก็ยังได้ พร้อมสะท้อนตัวตนแชร์สไตล์ได้อย่างเต็มที่

เปิดหลายแอปฯ พร้อมกันได้ตามใจ แต่งรูปปุ๊บอัปโหลดปั๊บ ด้วย Multi-Active Window

ปกติเวลาจะใช้งานแอปพลิชันต่างๆ สมาร์ทโฟนทั่วไปมักจะใช้งานได้แค่ครั้งละแอปฯ ทำให้ต้องสลับหน้าจอ ไปมาจนบางครั้งก็ลืมว่ากำลังจะทำอะไรต่อ! แต่ด้วยฟีเจอร์ Multi-Active Window ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้สูงสุด 2 แอปฯ ใช้งานพร้อมกันได้อย่างง่ายดาย เช่น เปิดอ่านข่าวบันเทิงไปพร้อมกับเปิดแอปฯ แชทเมาท์กับเพื่อนๆ ได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องสลับแอปฯ หรือจะเปิด YouTube ดูคลิปสอนแต่งรูป และเปิดอัลบั้มรูปเพื่อแก้ไข / แต่งรูปไปพร้อมกันได้ทันทีแบบ Step-by-step พอแต่งรูปเสร็จก็แค่สไลด์ edge panel ด้านข้างเพื่อเข้าแอปฯ โซเชียลมีเดียที่ต้องการแล้วอัปโหลดรูปได้เลย


ให้สมาร์ทโฟนเป็นเหมือน accessories อีกหนึ่งชิ้นในชีวิตประจำวัน แต่งตัวลุคไหนก็เอาอยู่

Micro-Bag กลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเท็มของยุคนี้ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต้องมี ด้วยไซส์ปุ๊กปิ๊กน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเป็นเครื่องประดับที่ช่วยฟินิชลุคให้สมบูรณ์แบบ แต่เชื่อว่าปัญหาที่หลายคนเคยเจอคือน้องกระเป๋าไมโครเสียจนใส่ของได้น้อยมาก แต่จะไม่พกสมาร์ทโฟนก็ไม่ได้จนต้องยอมถือไว้ในมือแทนเพื่อที่จะได้สะพายเจ้ากระเป๋าใบจิ๋ว แต่ต่อจากนี้เราก็ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชั่นอีกต่อไป เพราะด้วยดีไซน์กะทัดรัดทำให้สามารถพกพาสมาร์ทโฟนติดตัวไปได้ทุกที่แบบไม่ต้องคอยถือให้เกะกะ จะใส่ Micro-Bag กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อเชิ้ต หรือเหน็บเข็มขัดก็ทำได้แบบเก๋กรุบ

อีกทั้งยังสามารถตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเผยสไตล์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่น
ครีเอทลวดลายด้วยการแปะสติ๊กเกอร์สุดคิวท์หรือถ้าใครเป็นสายอาร์ตก็สามารถหยิบพู่กัน กระป๋องสีมาแต่งแต้มได้ตามใจ สายแฟชั่นก็สามารถเลือกเคสตามโทนสีของลุคการแต่งตัววันนั้นๆ หรือจะสีมงคลประจำวันก็ไม่ติด และถ้าใครใช้เคสแบบมีห่วงก็สามารถคล้องกับกระเป๋าคู่กันได้แบบน่ารักน่าเอ็นดู หรือจะใส่สายคล้องคอ ห้อยพวงกุญแจเพิ่มก็
ชิคอย่าบอกใคร จับไปวางตรงไหนก็โดดเด่นเหมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

ดีไซน์ก็ปังใช้งานก็เลิศขนาดนี้จะไม่มีได้จริงหรอ? สำหรับใครที่สนใจสามารถซื้อได้แล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 34,900 บาท พร้อมตัวเลือกเคสต่างๆ มากมายให้เลือกซื้อ ทาง samsung.com, Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือดูข้อมูลได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-z-flip3-5g/buy/

และพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองโอกาสครบรอบ 52 ปีซัมซุง ไม่ว่าจะเป็น Galaxy Z Flip3 5G BTS Exclusive Set ส่วนลดสำหรับซื้อ Galaxy Z Fold3 5G และ Galaxy S21 Series 5G พร้อมบริการ Samsung Care+ 1 ปี และโปรโมชั่นแบบจัดเต็มสำหรับสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 64 ที่ samsung.com เท่านั้น หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/offer/samsung-week/