เหลืออีกเพียง 5 เดือนกว่า iPhone รุ่นถัดไปจะเปิดตัวออกมาให้เราได้เห็นกัน โดยปีนี้ก็คาดว่าจะมีรุ่นใหม่รุ่นจอพับออกมาด้วย ล่าสุดก็ได้มีภาพตัวเครื่องดัมมี่ หรือเครื่องต้นแบบจาก Sonny Dickson แหล่งข่าวหลุดชื่อดัง ที่ได้นำเครื่องต้นแบบของ iPhone Fold มือถือจอพับรุ่นแรกจาก Apple มาวางเทียบกับขนาดของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้เราได้เห็นสัดส่วนที่แท้จริงกันแบบชัดๆ เป็นครั้งแรก
โดยรุ่นปัจจุบันที่วางขายอยู่ตอนนี้คือ iPhone 17 Pro ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท Shopee/ Lazada และ iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท Shopee/ Lazada
เทียบขนาด iPhone Fold กับ iPhone 18 Pro Series ว่าต่างกันแค่ไหน

จากภาพที่เผยออกมานี้ จะเห็นได้ชัดเลยก็คือ iPhone Fold หรืออาจจะใช้ชื่อ iPhone Ultra จะมีรูปทรงที่คล้ายกับหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต และเมื่อพับปิดหน้าจอ ตัวเครื่องจะมีความกว้างมากกว่า แต่จะเตี้ยหรือสั้นกว่าเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่น Pro ในปัจจุบัน และเมื่อกางหน้าจอออกจนสุด หน้าจอด้านในจะมีขนาดความกว้างอยู่ที่ประมาณ 7.8 นิ้ว ที่จะดูคล้ายๆ กับการใช้งาน iPad mini มากกว่าที่จะเป็นหน้าจอของมือถือจอพับทั่วไปในท้องตลาดตอนนี้ และก็ไม่เหมือนกับ iPhone Pro Max ด้วย

รูปแบบดีไซน์มือถือจอพับของ Apple ในครั้งนี้ กำลังดูพูดถึงจากหลายๆ ฝ่ายอยู่เหมือนกัน เพราะดูเหมือนว่า Apple จะให้ความสำคัญกับตอนใช้จอเมื่อกางออกเป็นหลัก และการออกแบบให้ตัวเครื่องมีความกว้างมากกว่าปกติในตอนที่พับอยู่ อาจทำให้การใช้งานจริง และตอนจับถือหรือใช้งานมือเดียวทำได้ยากกว่าปกติ แต่ข้อดีก็คือตอนกางออกมา เราก็จะมีหน้าจอที่กว้างกว่าในแนวนอน ต่างจากมือถือจอพับฝั่ง Android หลายรุ่นที่กางออกมาแล้วส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนหน้าจอแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ไม่ค่อยตอบโจทย์เวลาดูวิดีโอหรือดูหนังที่มีสัดส่วนภาพแบบ 16:9
ทั้งนี้ถ้าดูจากหน้าจอขนาด 7.8 นิ้วของ iPhone Fold นั้นดูไม่ได้ต่างมากนักกับจอ 6.9 นิ้วของ iPhone 18 Pro Max เท่าไหร่นัก แต่จริงๆ แล้ว ความแตกต่างของอัตราส่วนหน้าจอนั้นส่งผลต่อพื้นที่การใช้งานโดยรวมด้วย ทำให้เมื่อกางจอออก iPhone Fold จะดูมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ และใช้งานได้จริงในระดับเดียวกับแท็บเล็ตไซซ์มินิเลยทีเดียว
นอกจากนี้ในภาพเครื่องดัมมี่ที่ออกมานี้ เราจะยังเห็นรอยพับบริเวณบานพับตรงกลางอยู่ แต่จากข่าวลือก่อนหน้านี้จากแหล่งข่าวหลายๆ ก็น่าจะคอนเฟิร์มได้แล้วว่า เครื่องจริงที่จะวางขายนั้น จะมีการใช้หน้าจอไร้รอยพับ เพื่อให้เป็นหน้าจอที่เรียบเนียนไร้รอยต่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากเรื่องของขนาดหน้าจอแล้ว ยังมีข้อมูลสเปคจากทาง Bloomberg ที่ระบุว่า Apple ยังไม่สามารถใส่เซ็นเซอร์สแกนใบหน้า หรือ Face ID ลงไปในตัวเครื่องที่บางเฉียบของ iPhone Fold ได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Touch ID ที่ปุ่มด้านข้างตัวเครื่องแทน โดยตอนกางหน้าจอออก iPhone Fold จะมีความหนาน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร และจะกลายเป็น iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมา ส่วนตอนพับจะมีความหนาประมาณ 9.5 มิลลิเมตร หนากว่า iPhone 18 Pro และ Pro Max ที่หนา 8.75 มิลลิเมตร เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ที่มา: 9to5mac

