บทความนี้ถือเป็นบทความพิเศษจริง ๆ เนื่องจากผมมีโอกาสได้เดินทางมาที่ Apple Park Visitor Center ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ผมเลยจัดการเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ กันครับ

Apple Park Visitor Center เป็นพื้นที่ในบริเวณของ Apple สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ล่าสุดที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมได้ครับ โดยตั้งอยู่ที่ถนน North Tantau ในละแวก Cupertino รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้เวลาขับรถมาจาก Los Angeles ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่า ๆ

ซึ่งถ้าดูจากแผนที่ ก็จะพบว่ามันอยู่ข้าง ๆ ตึก Apple Park ที่หลาย ๆ คนเรียกว่ายานแม่ อันเป็นตึกสำนักงานใหญ่ของ Apple ที่เพิ่งสร้างแล้วเสร็จได้ไม่นานมานี้เอง

ลิงค์ไป Google Maps

โดยตัวของ Apple Park Visitor Center นั้น ที่จริงแล้วก็คือร้าน Apple Store ที่มีผลิตภัณฑ์ของ Apple วางจำหน่ายนี่แหละครับ แต่มันจะมีพื้นที่พิเศษอยู่ 3 จุดด้วยกัน

การออกแบบโดยรวม ๆ ของ Apple Park Visitor Center ก็จะเน้นการใช้กระจกเป็นหลัก พร้อมกับไม้สีโทนอ่อนที่เป็นสไตล์ของ Apple เอง พื้นที่จอดรถรอบ ๆ ก็มีพอสมควรครับ หาที่จอดได้ไม่ยากนัก

อีกฝั่งถนนก็คือตึก Apple Park ละครับ แต่โดยปกติแล้ว จะไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเดินเข้าไปภายในได้ นอกเสียจากจะได้รับเชิญจากคนในจริง ๆ โดยด้านหน้าก็มีฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่ในทุกทางเข้า-ออก ส่วนพื้นที่โดยรอบก็มีต้นไม้อยู่เยอะเหมือนกันครับ ถ้าแดดไม่แรง อากาศเย็น ๆ หน่อย น่าจะเดินได้สบายน่าดู

พื้นที่ภายในส่วนร้านขายของก็จะมีการจัดโซนผลิตภัณฑ์เหมือนกับตาม Apple Store ทั่วไปครับ น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีจัดแสดงหน้าจอ Pro รุ่นใหม่ และขาตั้งจอราคา $999 ในร้าน เลยอดถ่ายรูปมาด้วยเลย

สินค้าในร้านของ Apple ส่วนใหญ่ก็จะมีป้ายชื่อและราคาติดอยู่ครับ ยกเว้นพวกที่มีจอ เช่น iPhone, iPad, Mac . และ Apple Watch จะไม่มีป้ายบอกรุ่น สเปคและราคาติดอยู่ครับ แต่จะสามารถดูราคาจากบนหน้าจอได้ ส่วนพวกสินค้าอื่น ๆ ก็จะบอกราคาไว้ที่ป้าย label ของสินค้าแต่ละชิ้นเลย

โดยจะมีฝั่งหนึ่งของตัวร้านที่วางจำหน่ายสินค้า exclusive ของทาง Apple อยู่ ไม่ว่าจะเป็นถุง totebag ลายรูปตึก Apple Park, การ์ดรูปผลิตภัณฑ์ Apple, เสื้อเด็กทารกลาย Apple รวมถึงหมวกแก๊ปที่มีโลโก้ Apple เล็ก ๆ ทางฝั่งซ้ายด้วย

ส่วนด้านนี้ก็เป็นเสื้อยืดแขนสั้นครับ สีเสื้อกับลายก็จะมีตัวอย่างให้ดูตามแต่ละแท่นด้านบนเลย ถ้าต้องการสีไหนลายไหน ก็สามารถหยิบกล้องที่อยู่ในชั้นด้านล่างได้เลย แต่ถ้าไม่มีไซส์หรือแบบที่ต้องการ ก็สามารถแจ้งกับทางพนักงานในร้านให้ไปช่วยเช็คสต็อกและหยิบมาให้ได้เลย

สนนราคาตัวละ $40 (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,250 บาท) สมเป็นราคาแห่งนวัตกรรมจริง ๆ จ้าาาาา

ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ผมเลยจัดมาใส่เองสองตัวครับ เป็นเสื้อดำ ลายรูปวงกลมของตึก Apple Park ตัวหนึ่งเป็นสีขาว ส่วนอีกตัวเป็นสีรุ้งแบบไฟ RGB โดยเสื้อแต่ละตัวก็จะบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษสวยงาม เนื้อผ้าก็เป็นผ้าคอตตอน ไม่หนามากนัก

ใกล้ ๆ กันนั้นก็มีหนังสือรวมภาพผลิตภัณฑ์ Apple เท่าที่เคยมีมาในชื่อหนังสือว่า Designed by Apple in California ที่มีวางจำหน่ายมาแล้วนานพอสมควร ที่นี่ก็มีขายในราคา $299 (คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณเล่มละ 9,400 บาท) ขนาดของตัวเล่ม บอกเลยว่าแต่ละหน้าใหญ่กว่าโน้ตบุ๊กหน้าจอ 15 นิ้วทั่ว ๆ ไปในปัจจุบันซะอีก

สำหรับการซื้อสินค้าใน Apple Park Visitor Center (รวมถึงร้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย) ทางร้านจะไม่แถมถุงใส่ของให้ครับ นอกเสียจากเราจะแจ้งว่าขอถุงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ให้ฟรีเหมือนกัน แต่ต้องเสียเงินซื้อถุงเพิ่ม อย่างถุงกระดาษโลโก้ Apple แท้ ๆ ใบนี้ ถ้าอยากได้มาใส่ของด้วย ก็ต้องจ่ายค่าถุงเพิ่ม 10 เซนต์ด้วย

เมื่อเดินมาอีกห้องหนึ่งของตึก Apple Park Visitor Center ก็จะพบกับร้านกาแฟของ Apple เองครับ โดยจะมีขายทั้งเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว มีโต๊ะให้นั่งจิบกาแฟแบบชิล ๆ ได้ ทั้งในและนอกตึกเลย

ที่โต๊ะและเคาน์เตอร์จะไม่มีการแปะเมนูและราคาอยู่เลย ถ้าอยากดูก็ให้หยิบ iPad ที่วางอยู่หน้าเคาน์เตอร์พนักงานได้เลยครับ แต่เสียดายที่ไม่สามารถกดสั่งจาก iPad ได้ ถ้าอยากสั่งเมนูไหน ก็ให้แจ้งกับพนักงานเอา การจ่ายเงินนั้นสามารถจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสด

เมนูที่ผมสั่งก็เป็นเมนูพื้นฐานเลยครับ นั่นคือโกโกเย็น สนนราคาที่แก้วละ $5 (ประมาณ 160 บาท) ตัวแก้วนั้นไม่มีการสกรีนโลโก้ใด ๆ เนื้อแก้วก็พลาสติกใสแบบธรรมดา ๆ เหมือนแก้วตามร้านกาแฟทั่วไปเลย ส่วนหลอดที่มีให้หยิบในร้านก็จะเป็นหลอดกระดาษครับ

รสชาติก็นะ มันคือโกโก้เย็นแหละ ไม่หวานมาก ดื่มแล้วไม่เลี่ยนคอเท่าไหร่

ส่วนอีกห้องของตึกก็จะเป็นพื้นที่โชว์โมเดลแปลนของบริเวณ Apple Park รวมถึงตึกของ Apple ทั้งหมดในบริเวณนี้ โดยตัววัสดุก็จะเป็นอลูมิเนียมทั้งโต๊ะเลย แต่ไฮไลท์ไม่ได้อยู่แค่ตัวโมเดลครับ

ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่เราสามารถขอ iPad จากพนักงาน Apple ที่ดูแลโมเดลนี้อยู่ได้ โดย iPad แต่ละเครื่องจะเปิดแอปที่สามารถแสดงภาพ AR ตามตำแหน่งของโมเดลที่เราแพนกล้องอยู่ได้เลย ทำให้สามารถเห็นภาพจำลองสถานที่จริงซ้อนทับตัวโมเดลขึ้นมาได้

ซึ่งนอกเหนือจากจะเห็นภาพจำลองจาก AR แล้ว เรายังสามารถลากนิ้วหลังคาอาคารแต่ละแห่งขึ้นมา เพื่อเปิดหลังคาแล้วดูภาพจำลองพื้นที่ภายในของแต่ละอาคารได้ รวมถึงปุ่มด้านขวาของหน้าจอก็จะมีให้ดูตำแหน่งที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงปุ่มสำหรับเรียกดูทิศทางลมเย็น-ลมร้อนที่พัดผ่านแต่ละอาคารได้อีกด้วย

ด้านหลังของ iPad ที่ใช้ดู AR ใน Apple Park Visitor Center ก็จะมีโลโก้ Apple Park ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังครับ รับรองว่าเห็นจากระยะไกลได้สบาย

อีกจุดที่น่าสนใจคือชั้นดาดฟ้าของตึก Apple Park Visitor Center ที่จะมีโต๊ะ เก้าอี้ให้สามารถขึ้นมานั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ ในวันที่แดดและอากาศไม่ร้อน (วันที่ผมไป อากาศที่แคลิฟอร์เนียร้อนมากกก อุณหภูมิอยู่ที่ 36 องศาเซลเซียส)

ซึ่งจากดาดฟ้า จะสามารถมองเห็นภาพของตึก Apple Park ในมุมที่กว้างกว่ามองจากด้านล่างได้ด้วย

ปิดท้ายตึก Apple Park Visitor Center ที่อยู่ชั้นใต้ดินครับ โดยระหว่างทางจะมีพนักงาน Apple ยืนเฝ้าสังเกตคนที่เดินผ่านไปผ่านมา เพราะนอกจากจะมีทางเดินไปห้องน้ำแล้ว ในชั้นใต้ดินยังมีทางเดินไปยังส่วนออฟฟิศของตึกอีกด้วย สำหรับในห้องน้ำก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ ไม่ได้มีหุ่นยนต์ หรือเครื่องมือพิเศษล้ำยุคอะไร

เมื่อเสร็จธุระที่ Apple Park Visitor Center แล้ว ผมก็เดินทางมาต่อที่ Apple Garage หรือที่เข้าใจได้ง่ายสุดก็คือ บ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ Steve Jobs ในช่วงที่ร่วมมือกับ Steve Wozniak และทีมงานไม่กี่คน ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของบริษัท ได้แก่ Apple I และ Apple II เป็นต้น โดยเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นในโรงจอดรถแห่งนี้นี่แหละครับ

แต่ตอนนี้ บ้านหลังนี้มีผู้อื่นเข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้วจ้า

ปิดท้ายกับอีกสิ่งเกี่ยวกับ Apple ที่ผมเจอในระหว่างทางครับ นั่นคือตามตู้กดของ บางตู้ก็รองรับ Apple Pay ในตัวเลย เห็นแล้วอยากให้รองรับการใช้งานในไทยซะจริง ๆ