Close Menu
    Facebook X (Twitter) YouTube TikTok
    SpecPhone
    • ข่าวล่าสุด
    • รีวิว
    • ค้นหามือถือ
    • วิดีโอ
    • บทความ
    • ติดต่อเรา
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)
    SpecPhone
    Home»iOS Platform»[Tip] วิธีประหยัดแบตเตอรี่ใน iOS 7 ลดปัญหาแบตหมดเร็วกว่าที่เคย
    iOS Platform

    [Tip] วิธีประหยัดแบตเตอรี่ใน iOS 7 ลดปัญหาแบตหมดเร็วกว่าที่เคย

    ZeroSystemBy ZeroSystem19 กันยายน 2013Updated:19 กันยายน 2013
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    หลังจาก Apple เปิดให้อัพเดต iOS 7 กันไปเมื่อคืน (บทความเรื่องการอัพเดต iOS 7) เชื่อว่ามีหลายคนที่อัพเดตแล้ว พบว่าเครื่องของตนใช้งานแบตเตอรี่หมดไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในบทความนี้เราจะมาดูวิธีที่ช่วยลดการกินแบตเตอรี่ของ iOS 7 ลงในระดับหนึ่งกันครับ เผื่อจะช่วยให้สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้นบ้างเล็กน้อย

    1. เปิด Reduce Motion (ปิด Parallax)

    ตัวของ Reduce Motion ก็คือลักษณะการแสดงผลที่เสมือนว่าไอคอนแอพกับภาพวอลล์เปเปอร์เบื้องหลังแยกชั้น (layer) ออกจากกัน (ตัวอย่างตามภาพด้านบน) ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยในชื่อเรียกช่วงแรกๆ ในชื่อว่า Parallax นั่นเอง แน่นอนว่าการใช้เอฟเฟ็คท์การแสดงผลแบบนี้ จะต้องใช้พลังงานมากกว่าการแสดงผลแบบภาพนิ่งตามปกติ ไม่มีการแยกชั้น layer ประกอบกับอาจจะทำให้ผู้ใช้หลายท่านเวียนหัวได้

    การปิด Reduce Motion ใน iOS 7 สามารถทำได้โดยเข้าไปที่

    • ภาษาอังกฤษ: Settings > Accessibility > Reduce Motion > เลือกให้เป็น On
    • ภาษาไทย: การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > ลดการเคลื่อนไหว > เลือกเปิดสวิทช์ (ทำให้เป็นสีเขียว)

    เพียงเท่านี้ไอคอนและภาพวอลล์เปเปอร์ก็จะไม่แยก layer แบบเดิมแล้วครับ น่าจะช่วยลดการกินแบตและช่วยลดอาการเวียนหัวลงได้บ้างพอสมควร

    2. ปิด Dynamic Wallpaper

    อีกหนึ่งคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 7 ก็คือภาพวอลล์เปเปอร์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือที่ชาว Android คุ้นเคยดีอยู่แล้วกับสิ่งที่เรียกว่า Live Wallpaper และก็คงคุ้นเคยกันดีว่ามันกินแบตเตอรี่มากกว่าภาพนิ่งพอสมควร ดังนั้นถ้าใครอยากประหยัดแบตใน iOS 7 ก็ควรจะปิดไปครับ

    การปิด Dynamic Wallpaper ก็ไม่ยาก เพียงแค่เปลี่ยนภาพวอลล์เปเปอร์เป็นภาพนิ่ง เท่านั้นเอง

    3. ปิด AirDrop

    AirDrop เป็นฟีเจอร์สำหรับรับส่งไฟล์กับเครื่องที่ใช้งาน iOS 7 ด้วยกัน โดยใช้ WiFi เป็นตัวกลาง (ลักษณะใกล้เคียงกับ WiFi Direct) แต่ทำออกมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่า สามารถเลือกได้ว่าจะให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นมองเห็นเครื่องเรา หรือจะให้เฉพาะคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของเราเท่านั้นที่จะมองเห็นและรับส่งไฟล์กับเราได้ ซึ่งการใช้งาน AirDrop นั้นจำเป็นจะต้องเปิดใช้งานทั้ง WiFi และ Bluetooth ทำให้เป็นการกินแบตเตอรี่เอาเรื่องเลยทีเดียว

    ดังนั้นถ้าเราไม่ได้ใช้งาน AirDrop อยู่ ก็ควรจะปิดการทำงานของมันเสีย ซึ่งการเปิดและปิด AirDrop สามารถทำได้โดยลากนิ้วจากด้านล่างจอขึ้นมาเพื่อเรียกแถบ Control Center จากนั้นกดที่คำว่า AirDrop แล้วกดปิด/Off ซะ พอกดปิดแล้ว ก็ให้กดปิดการเชื่อมต่อ WiFi กับ Bluetooth ตามที่ต้องการด้วย (ถ้ายังจะใช้ WiFi ต่อ ก็ไม่ต้องกดปิด WiFi นะ)

    4. ปิดการเชื่อมต่อพื้นฐานเมื่อไม่จำเป็น

    วิธีนี้จัดเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการประหยัดแบตเตอรี่เลยครับ นั่นคือการปิดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น เช่น WiFi/3G/Bluetooth/GPS ซะ แถมใน iOS 7 ก็ยังปิดง่ายกว่าเดิมด้วย เพราะมีทางลัดให้ปิด WiFi และ Bluetooth ได้จากแถบ Control Center เลย

    ส่วนการปิด WiFi/3G/Bluetooth จากในเมนู Settings ก็สามารถทำได้เช่นเดิมครับ นอกจากนี้ถ้าใครอยากปิด GPS (Location) ก็สามารถเข้าไปได้ที่เมนู Settings > Privacy > Location Services จากนั้นก็ปิดสวิทช์ซะ ถ้าเป็นเมนูภาษาไทยก็ให้เข้าที่เมนู ความเป็นส่วนตัว > บริการหาที่ตั้ง แล้วกดปิดสวิทช์เช่นเดียวกันครับ

    5. ปิดการดึงข้อมูลเบื้องหลัง

    บางแอพพลิเคชัน จะสามารถใช้สิทธิ์ในการดึงข้อมูลเบื้องหลัง เพื่ออัพเดตข้อมูลในเครื่องให้ทันสมัยอยู่เป็นระยะๆ แบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องกดเปิดแอพเลย ซึ่งมันอาจจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้เราก็จริง แต่มันก็มีการใช้งานแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ถ้าใครอยากลดการใช้พลังงานของระบบลง ก็ลองปิดฟีเจอร์นี้ได้ครับ

    วิธีปิด

    • ภาษาอังกฤษ: Settings > General > Background App Refresh > กดสวิทช์ปิด หรือเลือกปิดอันที่ต้องการ
    • ภาษาไทย: ทั่วไป > ดึงข้อมูลใหม่ของแอปฯ อยู่เบื้องหลัง >?กดสวิทช์ปิด หรือเลือกปิดอันที่ต้องการ
    เพียงเท่านี้ ก็น่าจะช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่บน iOS 7 มาได้บ้างพอสมควรแล้วนะครับ
    battery iOS 7 Tip
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    ZeroSystem

    Related Posts

    โทรศัพท์เรือธงกับสเปคกลางต่างกันยังไง? แบบไหนน่าซื้อและคุ้มกว่ากันในปี 2026

    22 มกราคม 2026

    LINE Out คืออะไรอยู่ตรงไหน?​ จะเช็คประวัติการโทรในไลน์ และลบประวัติการโทรยังไงได้บ้างในปี 2026

    6 มกราคม 2026

    5 เหตุผลที่ควรซื้อ iPhone 17 Pro/ iPhone 17 Pro Max เล่นเกมในปี 2025 มีอะไรที่ทำให้น่าใช้บ้าง

    13 ธันวาคม 2025

    Comments are closed.

    หัวข้อทั้งหมด

    Omdia เผย HONOR ผงาดตลาดโลกปี 2025 ยอดส่งออกโตพุ่ง 55% ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ขยายตัวเร็วที่สุดในกลุ่ม Top 10

    28 มกราคม 2026

    Samsung Galaxy S26 Ultra จะอัปเกรดหน้าจอจาก 8-bit เป็น 10-bit สักที พร้อม Privacy Display ปิดจอบางส่วนก็ยังได้

    28 มกราคม 2026

    เผยภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy A57 และ A37 รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดตัวกุมภาพันธ์นี้

    28 มกราคม 2026

    หลุดภาพตัวเครื่อง OPPO Find X9s มาพร้อมกล้องหลังคู่ 200MP ชิป Dimensity 9500

    27 มกราคม 2026

    มือถือรุ่นยอดนิยม

    Honor X7

    Honor X7

    6,299 บาท
    Honor X8

    Honor X8

    7,999 บาท
    Honor X9

    Honor X9

    9,299 บาท
    HTC Desire 22 Pro

    HTC Desire 22 Pro

    0 บาท
    Huawei Nova 10 Pro

    Huawei Nova 10 Pro

    24,990 บาท
    ดูมือถือทั้งหมด
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    ยอมรับ
    X