หลังจากที่ iPad mini จอ OLED รุ่นใหม่ล่าสุดได้เปิดตัวออกมา ก็มีผลทดสอบประสิทธิภาพของ iPad mini 8 รุ่นใหม่นี้ออกมาแล้ว พร้อมกับเผยให้เห็นว่าแท็บเล็ตตัวเล็กของ Apple รุ่นใหม่นี้ มีสเปคที่เร็วแรงแค่ไหน และยังทำคะแนนแซงหน้ารุ่นพี่ไปได้ด้วยในแบบ Single-core แม้ว่าชิปจะต่างกันมากก็ตาม แต่อีกมุมนึงถ้าเทียบจากคะแนน Multi-core แล้วก็ยังตามหลังอยู่นั่นเอง
เผยคะแนน iPad mini 8 บน Geekbench ว่าแรงแค่ไหน

จากข้อมูลการทดสอบบน Geekbench ของ iPad mini 8 ก็พบว่ามีความแรงของ CPU ไม่ธรรมดาเลย เพราะสามารถทำคะแนน Single-core บน Geekbench 7 ได้สูงกว่า iPad Pro 13 นิ้ว ที่ใช้ชิป M5 ซึ่ง iPad mini รุ่นใหม่นี้ใช้ชิป A20 Pro ทำคะแนน Single-core ได้ 3,879 คะแนน และ Multi-core ได้ 9,870 คะแนน
ซึ่งรุ่นพี่อย่าง iPad Pro 13 นิ้ว ชิป M5 ทำได้ 3,580 คะแนน และ 15,126 คะแนนตามลำดับ เท่ากับว่า iPad mini ทำคะแนนประมวลผลแบบ Single-core สูงกว่าประมาณ 8% แต่คะแนน Multi-core ยังตามหลังราว 53%

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ iPad mini รุ่นความจุ 128GB และ 256GB จะใช้ชิป A20 Pro เวอร์ชั่นปรับลดจำนวนคอร์ลง 1 คอร์ ข้อมูลจากผลทดสอบเผยว่า CPU จำนวน 5 คอร์ แบ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ ความเร็ว 4.93GHz และคอร์ประหยัดพลังงาน 3 คอร์
ส่วนรุ่นความจุ 512GB จะได้ชิป A20 Pro แบบเต็มกราฟที่มี CPU 6 คอร์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าถ้านำรุ่นความจุสูงไปทดสอบ คะแนน Multi-core อาจเพิ่มขึ้นอีกหน่อย และทำให้เทียบกับ iPad Pro ได้ใกล้เคียงขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้
และถ้าไปเทียบกับ iPad mini 7 รุ่นก่อนหน้าที่ใช้ชิป A17 Pro ทำคะแนน Geekbench 7 อยู่ที่ 2,529 คะแนนในแบบ Single-core และ 6,741 คะแนนในแบบ Multi-core รุ่นใหม่ก็ทำให้เห็นถึงการพัฒนาด้านประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมากๆ โดยเฉพาะการประมวลผลที่ทำงานหลายงานพร้อมๆ กัน

สำหรับการใช้งานจริง คะแนน Single-core ที่สูงนั้นช่วยให้ iPad mini 8 จะทำงานทั่วไปได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอป ท่องเว็บ หรือสลับใช้งานแอปต่างๆ แต่ถ้าเป็นงานหนักอย่างการเรนเดอร์วิดีโอ และประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่ iPad Air 13 นิ้วและ iPad Pro 13 นิ้วก็ยังมีความได้เปรียบจากจำนวนคอร์ CPU ที่มากกว่า
สำหรับสเปคเบื้องต้นของ iPad mini 8 นั้นมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว กันน้ำและฝุ่นได้ที่ IP67 และทำงานบนระบบ iPadOS 27 เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. และจะเริ่มวางจำหน่าย 13 พ.ย. เป็นต้นไปสำหรับรุ่น Wi-Fi ในราคาเริ่มต้น 24,900 บาท ส่วนรุ่น Cellular ต้องรอ Apple ประกาศอีกที
ที่มา: gizmochina
