เปิดตัวออกมาแล้วสำหรับ vivo X Fold 6 มือถือจอพับรุ่นล่าสุดของ vivo ในรุ่น Global หลังจากเปิดตัวในจีนไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งรุ่นนี้จะเป็นตัวจอพับใหญ่หรือกางออกเหมือนหนังสือ เน้นจอใหญ่ มาพร้อมตัวเครื่องที่บางลง ตัวกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS ที่สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมเพื่อซูมได้ และแบตเตอรี่ความจุสูง
ส่วนรุ่นที่วางขายในไทยตอนนี้คือ vivo X Fold 5 ในราคา 49,999 บาท สั่งซื้อได้ที่ Shopee/ Lazada
สเปค vivo X Fold 6
ดีไซน์และหน้าจอ

vivo X Fold 6 รุ่นใหม่นี้มีความบางมากกว่าเดิม โดยเฉพาะรุ่นสี Prism Black มีบางเพียง 4.4 มม. เมื่อกางออก พร้อมน้ำหนัก 228 กรัม ส่วนรุ่นสี Horizon Blue จะบาง 4.8 มม. และหนัก 235 กรัม โดยใช้บานพับ Ultra-Reliable Lightweight Hinge และกรอบโลหะแบบ 2.5D ส่วนโมดูลกล้องด้านหลังเป็นวงกลมใหญ่กลางตัวเครื่องเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังกันน้ำกันฝุ่นได้ IPX8 และ IPX9 และ IP58/IP59 ด้วย
ตัวหน้าจอเมื่อกางออกด้านในจะเป็นแบบ AMOLED LTPO ขนาด 8.02 นิ้ว ความละเอียด 2504 × 2312 พิกเซล ส่วนจอนอกมีขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด 2528 × 1120 พิกเซล ทั้งสองหน้าจอใช้ 8T-LTPO รองรับ Refresh Rate แบบ Adaptive 1-120Hz และมีความสว่างสูงสุด 5,000 nits รองรับ HDR10+ และ Dolby Vision โดยจอด้านในใช้วัสดุ Samsung M14 และจอนอกใช้ BOE Q11 พร้อมกระจก UTG สำหรับจอพับ

ชิปประมวลผล และแบตเตอรี่
ด้านประสิทธิภาพ vivo X Fold 6 ใช้ชิป MediaTek Dimensity 9500 Super Edition รุ่นที่ปรับแต่งมาร่วมกับ vivo เพื่อจัดการพลังงานและด้านกราฟิก มาพร้อม RAM 12GB แบบ LPDDR5X และความจุ 512GB แบบ UFS 4.1 ทำงานบนระบบ OriginOS 7 พื้นฐาน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่องเลย
การทำงานสามารถเปิดแบบ Multi-Task Workbench ที่สามารถจัดวางหน้าต่างหลักพร้อมหน้าต่างเสริมได้ รองรับการแยกจอแบบ Multi-Split สูงสุด 4 หน้าต่างที่ปรับขนาดได้อย่างอิสระ รวมถึงฟีเจอร์ AI Cross-App Drag สำหรับลากข้อมูลจากแอปนึงไปอีกแอปได้ นอกจากนี้ก็ยังมี AI Meeting Assistant สำหรับถอดเสียงและสรุปการประชุม, AI Captions แคปชั่นแบบเรียลไทม์ และ AI File Manager ช่วยตั้งชื่อ จัดหมวดหมู่ และสรุปไฟล์ให้อัตโนมัติ รวมถึง AI Reader Mode ที่จัดการ PDF ให้เป็น eBook ได้

สำหรับคนที่ต้องการใช้เครื่องทำงานกับจอนอก รุ่นนี้ก็มี Office Kit ที่เปิด Desktop Mode เพื่อเชื่อมต่อกับจอภาพหรือทีวีที่รองรับ และยังมี Jovi AI Agent ที่สั่งงานด้วยเสียงเพื่อจัดตาราง หรือทำงานข้ามระหว่างมือถือกับ PC ได้ และยังมี Security Shield ที่ตรวจสอบสิทธิ์ของแอป ความปลอดภัยเครือข่าย และความเสี่ยงจากการติดตั้งแอปได้ครบ
ตัวแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มา 6,900mAh แบบ BlueVolt ที่ใช้งานในอุณหภูมิต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส รองรับชาร์จไว 80W FlashCharge ชาร์จไร้สาย 40W และ Reverse Wireless Charging การเชื่อมต่อของ vivo X Fold 6 รองรับ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC และ Dual SIM
กล้องหน้าและกล้องหลัง
อีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือกล้องของ vivo X Fold 6 ที่ทำงานร่วมกับ ZEISS พร้อมชิปประมวลผลภาพ vivo V3+ โดยมีกล้องหลัก 200MP เซ็นเซอร์ Samsung HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว มีกันสั่น OIS และเคลือบด้วย ZEISS T* ส่วนกล้อง Telephoto Periscope 50MP เป็นเลนส์ ZEISS APO ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYTIA 602 ซูมได้ 3 เท่า รองรับ Telephoto Macro และซูมสูงสุด 100 เท่าด้วย ZEISS HyperZoom พร้อมกล้อง Ultra-Wide 50MP และกล้องหน้า 20MP ทั้งด้านในและด้านนอก

ตัวกล้องยังมาพร้อมฟีเจอร์ Motion Portrait 2.0 สำหรับติดตามตัวแบบ Stage Mode และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps พร้อม Dolby Vision รวมถึง Night Flash Portrait และการถ่ายภาพบุคคลหลายระยะโฟกัส สามารถถ่ายแบบ Split-Screen Preview และจอนอกเป็น Teleprompter ไว้ดูได้ด้วย
ราคาและการวางจำหน่าย
ในตอนนี้มีแค่ข้อมูลสเปคของ vivo X Fold 6 เท่านั้นที่เปิดตัวออกมา เพราะว่าทั้งราคาและวันวางจำหน่ายในแต่ละประเทศยังไม่ได้เปิดออกมาด้วย คาดว่าราคาและกำหนดวางจำหน่าย ขึ้นอยู่กับวันการเปิดตัวของแต่ละประเทศด้วย ดังนั้นรายละเอียดสำหรับประเทศไทยเรา ก็ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก vivo
ที่มา: fonearena
