vivo เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นใหม่ทีเดียว 3 รุ่นโดยมีรุ่นโปรคือ vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max ส่วนอีกรุ่นเป็นรุ่นปกติ X500 ที่เปิดตัวออกมาก่อนในประเทศจีน โดยทั้งสองรุ่นโปรจะมาพร้อมชิป MediaTek Dimensity 9600 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรรุ่นใหม่ หน้าจอ OLED 144Hz กล้องที่ทำร่วมกับ ZEISS และแบตขนาดใหญ่ถึง 8,000mAh ในรุ่นท็อปสุด
ส่วนรุ่นที่วางขายอยู่ตอนนี้คือ vivo X300 ราคา 32,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada | vivo X300 Pro ราคา 39,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada และ vivo X300 Ultra ในราคาเริ่มต้น 54,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
สเปค vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max

สำหรับดีไซน์ ทั้ง vivo X500 Pro และ X500 Pro Max จะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Sunny Day, Sunset Glow, Night Photography และ Earth Echo แต่ลายฝาหลังจะต่างกัน โดยมีตัวโมดูลกล้องเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่ด้านหลังเหมือนเดิม ตัวเครื่องกันน้ำและฝุ่น IP68 + IP69 รองรับ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC และ USB Type-C 3.2 Gen 1 และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ใต้จอ พร้อมลำโพงสเตอริโอและรองรับ Hi-Fi Audio

หน้าจอใช้วัสดุ Q11 ที่พัฒนาร่วมกับ BOE รองรับเทคโนโลยี LTPO 8T ที่ปรับอัตรารีเฟรชเรตแบบ Adaptive ได้สูงสุด 144Hz พร้อมลดความสว่างต่ำสุด 1 nits นอกจากนี้ยังมี Circular Polarization 2.0, Adaptive Dimming, Dolby Vision, HDR10+ และการรับรอง SGS ลดแสงสีฟ้าได้ครบ
vivo X500 Pro มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.36 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2750 × 1260 พิกเซล) ส่วนรุ่น vivo X500 Pro Max ขยับไปใช้หน้าจอขนาดใหญ่กว่าที่ 6.85 นิ้ว ความละเอียด 2K (3168 × 1440 พิกเซล) โดยใช้หน้าจอ ZEISS Master Color Screen และปรับความสว่างได้แบบอัตโนมัติที่ vivo พัฒนาขึ้นเอง

ด้านประสิทธิภาพทั้งสองรุ่นเป็นรุ่นแรกๆ ที่ใช้ชิป Dimensity 9600 Pro ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 2nm ของ MediaTek รองรับทั้งการใช้ทั่วไป เล่นเกม และงาน AI บนเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยทั้ง vivo X500 Pro และ X500 Pro Max ใช้ RAM แบบ LPDDR5X Ultra สูงสุด 16GB และความจุแบบ UFS 4.1 สูงสุด 1TB ทำงานบน OriginOS 7 พื้นฐาน Android 17 และยังมีการระบายความร้อนและชิปภาพแยกเฉพาะของ vivo ช่วยจัดการเรื่องถ่ายภาพ และการประมวลผลแบบหลายเฟรม


จุดเด่นของรุ่นนี้ยังคงอยู่ที่ตัวกล้อง โดยกล้องหลักของทั้งสองรุ่นมีความละเอียด 50MP (f/1.57) เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อม OIS และเทคโนโลยี Blueprint 900 ส่วนกล้อง Ultra-Wide มี 50MP (f/2.0) ทำงานร่วมกับชิป VS1 และ V3+ รวมถึงเทคโนโลยีจาก ZEISS
ซึ่งตัวกล้องหลักยังเป็นแบบ ZEISS Ultra-Dynamic ที่ใช้เทคโนโลยี VCS 4.0 Spectral Technology เคลือบเลนส์ ZEISS T* และ Blue Glass สำหรับช่วยลดแสงสะท้อนและจัดการแสงในภาพ โดยเซ็นเซอร์ BlueTouch 900 มี Dynamic Range สูงสุดถึง 17EV
สำหรับ vivo X500 Pro ใช้กล้อง Telephoto Periscope 50MP เซ็นเซอร์ Sony LYTIA 610 พร้อมเลนส์ ZEISS APO ที่ปรับมาสำหรับการถ่ายภาพบุคคลในระยะ 85 มม. รองรับ OIS, Optical Zoom 3.5x และ Telephoto Macro ทำให้รุ่น Pro จะมีจุดเด่นทั้งการถ่ายภาพบุคคลและภาพระยะใกล้

ส่วน vivo X500 Pro Max เพิ่มระดับระบบซูมด้วยกล้อง Telephoto Periscope 200MP ZEISS APO ใช้เซ็นเซอร์ Samsung HP0 ขนาด 1/1.4 นิ้ว พร้อม OIS และ Optical Zoom 3.5x พร้อมรองรับ Hardware 4x In-Sensor Zoom และสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์เสริม ZEISS G2 Ultra เพื่อให้ได้ระยะถึง 400 มม. สามารถถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวความเร็วสูง 60fps และ Blueprint High-Refresh Tracking Engine/ NICE Algorithm Engine ติดตามวัตถุด้วยเลนส์ Telephoto เป็นครั้งแรก แต่จะเปิดใช้งานผ่านการอัปเดตทีหลัง

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือตัวแบตเตอรี่ที่ vivo X500 Pro มีแบตเตอรี่ขนาด 6,510mAh รองรับชาร์จเร็ว 90W และชาร์จไร้สาย 40W ส่วน vivo X500 Pro Max เพิ่มความจุเป็น 8,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 90W และชาร์จไร้สาย 40W รวมถึง Reverse Wireless Charging
ราคาและการวางจำหน่าย
vivo เปิดให้สั่งจอง X500 Series ได้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2026 โดย X500 และ X500 Pro Max เริ่มวางขายวันที่ 24 กันยายน ส่วน X500 Pro จะเริ่มวางขายวันที่ 29 กันยายน 2026 ในประเทศจีน ส่วนตลาด Global ต้องรออีกสักพัก แต่น่าจะเร็วๆ นี้ เพราะผ่านการรับรองหมดแล้ว ส่วนราคาของแต่ละรุ่นมีดังนี้
- vivo X500 Pro
- รุ่น RAM 12GB + 256GB: ราคา 6,499 หยวน หรือประมาณ 32,300 บาท
- รุ่น RAM 12GB + 512GB: ราคา 7,499 หยวน หรือประมาณ 37,200 บาท
- รุ่น RAM 12GB + 1TB: ราคา 8,499 หยวน หรือประมาณ 42,200 บาท
- vivo X500 Pro Max
- รุ่น RAM 12GB + 256GB: ราคา 6,999 หยวน หรือประมาณ 34,700 บาท
- รุ่น RAM 12GB + 512GB: ราคา 7,999 หยวน หรือประมาณ 39,700 บาท
- รุ่น RAM 16GB + 512GB: ราคา 8,499 หยวน หรือประมาณ 42,200 บาท
- รุ่น RAM 12GB + 1TB: ราคา 8,999 หยวน หรือประมาณ 44,700 บาท
- รุ่นพิเศษ Creator’s Package RAM 16GB + 1TB พร้อม Satellite Communication: ราคา 12,999 หยวน หรือประมาณ 64,500 บาท
ที่มา: fonearena
