Xiaomi ประเทศจีนเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Redmi Note 17 Series ที่ข้ามชื่อมาจากรุ่น Note 15 Series พร้อมอัปเกรดสเปคใหม่ โดยเฉพาะความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาใหญ่มากๆ เกือบถึงหมื่นเลยทีเดียว รวมถึงขนาดหน้าจอรุ่นเริ่มต้นที่ครั้งนี้ก็มาในขนาดที่ใหญ่จัดไม่แพ้กัน โดยรุ่นที่เปิดตัวออกมาครั้งนี้จะมี 2 รุ่นได้แก่ Redmi Note 17 และ Redmi Note 17 Pro ไปดูกันว่าสองรุ่นนี้มีสเปคต่างกันยังไงบ้าง
ส่วนรุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G ราคา 13,400 บาท (Shopee) และ REDMI Note 15 Pro 5G ราคา 11,790 บาท (Shopee/ Lazada)
สเปค Redmi Note 17 และ Redmi Note 17 Pro

อย่างแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือการดีไซน์โมดูลกล้องหลังใหม่ จากเดิมที่เป็นวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลาง แต่ว่าซีรีส์ใหม่นี้จะเป็นโมดูกล้องสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านข้างซ้ายแทน ส่วนรุ่นโปรกับรุ่นปกติก็จะมีความต่างกันอยู่นิดหน่อยตรงฐานกล้อง และแฟลช ส่วน Redmi Note 17 จะกันน้ำกันฝุ่น IP65 ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 7i ส่วน Redmi Note 17 Pro จะครอบด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2 พร้อมกันน้ำกันฝุ่นที่ IP66 รวมถึง IP68/IP69/IP69K ด้วย


ต้วหน้าจอสองรุ่นนี้ก็มีขนาดที่ต่างกันด้วย เพราะว่า Redmi Note 17 จะใช้จอ OLED ความละเอียด 1,080 x 2,396 พิกเซล ขนาดใหญ่กว่าถึง 7 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ความสว่างสูงสุด 1,800 nits และสัมผัสได้แม้มือเปียก หรือสวมถุงมืออยู่ ส่วน Note 17 Pro จะใช้จอ OLED 12-bit ที่มีสีสันสมจริงกว่ารุ่นธรรมดาที่เป็นจอ 8-bit ขนาด 6.83 นิ้วความละเอียด 1,280 x 2,772 พิกเซล สว่างสูงสุดได้ถึง 3,500 nits พร้อมถนอมสายตาด้วย PWM dimming สูงถึง 3,840Hz


ทางด้านชิปรุ่น Redmi Note 17 จะใช้ชิป Snapdragon 4 Gen 4 พร้อมกับ RAM 6GB/8GB แบบ LPDDR4X และความจุ 128GB/256GB แบบ UFS 2.2 โดยในรุ่นปกตินี้ยังสามารถใส่การ์ด MicroSD เพิ่มความจุได้ ส่วนทางด้านของ Redmi Note 17 Pro ขยับขึ้นมาใช้ชิปที่แรงกว่าอย่าง Snapdragon 6s Gen 4 มีตัวเลือก RAM สูงสุดถึง 12GB และความจุสูงสุด 512GB โดยรุ่นความจุ 128GB จะเป็น UFS 2.2 ส่วนรุ่น 256GB และ 512GB จะได้อัปเกรดเป็น UFS 3.1 และรุ่นนี้ไม่มีช่องใส่ MicroSD Card มาให้

จุดสำคัญที่น่าสนใจมากๆ ของสองรุ่นนี้ก็คือแบต ที่ตัว Note 17 Pro มีความจุสูงกว่าถึง 9,000 mAh ชาร์จไวได้ 67W และชาร์จย้อนกลับได้ถึง 22.5W ในขณะที่ Redmi Note 17 รุ่นปกติจะได้แบตน้อยกว่าที่ 8,000 mAh รองรับชาร์จไว 45W และชาร์จย้อนกลับได้ 22.5W เท่ากับรุ่นโปร โดยผ่านการทดสอบรอบชาร์จสูงถึง 1,600 รอบเหมือนกันทั้งสองรุ่น
นอกจากนี้ Note 17 ยังมาพร้อมลำโพงเดี่ยว เซ็นเซอร์อินฟราเรด และระบบสแกนนิ้วใต้จอแบบ Optical ส่วนรุ่น Pro จะได้ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ และมีเซ็นเซอร์วัดระยะหน้าจอแบบ Ultrasonic แท้ๆ ที่แม่นยำกว่า

ปิดท้ายด้วยเรื่องกล้องที่รุ่น Pro มีกล้องหลังคู่คือกล้องหลักความละเอียด 50MP ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.76 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ 8MP โดยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด 1080p@30fps เท่านั้น

ส่วนรุ่นเริ่มต้นจะได้กล้องหลักความละเอียด 50MP ตัวเดียว และกล้องหน้าความละเอียด 8MP รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 1080p@30fps เช่นเดียวกัน ทั้งนี้รุ่นที่วางขายในประเทศจีน ในอดีตอย่างรุ่น Note 15 เวอร์ชั่นที่ขาย Global ทั่วโลก จะมีการปรับสเปคกล้องให้สูงกว่านี้มาก เช่น การขยับไปใช้กล้องหลัก 108MP เลยทีเดียว
ราคาและการวางจำหน่าย
สำหรับราคาและการวางจำหน่ายตอนนี้ได้เริ่มวางขายแล้วในจีน ส่วนการเปิดตัวแบบ Global รวมถึงในประเทศไทยนั้น ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Xiaomi อีกครั้ง คาดว่าจะมาปลายปีนี้แต่จะโดนลดสเปคบางอย่างลงไปจากเวอร์ชั่นจีนด้วย ส่วนราคามีดังนี้


- Redmi Note 17: มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีฟ้า และสีม่วง
- RAM 6GB + 128GB: ราคา 1299 หยวน หรือประมาณ 6,500 บาท
- RAM 8GB + 128GB: ราคา 1399 หยวน หรือประมาณ 7,000 บาท
- RAM 8GB + 256GB: ราคา 1599 หยวน หรือประมาณ 8,000 บาท
- Redmi Note 17 Pro: มีให้เลือก 4 สีคือ สีฟ้าอ่อน สีม่วง สีดำ และสีขาว
- RAM 8GB + 128GB: ราคา 1599 หยวน หรือประมาณ 8,000 บาท
- RAM 8GB + 256GB: ราคา 1899 หยวน หรือประมาณ 9,500 บาท
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 2199 หยวน หรือประมาณ 10,900 บาท
- RAM 8GB + 512GB: ราคา 2299 หยวน หรือประมาณ 11,400 บาท
