เปิดตัว Infinix HOT 70 อย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย ที่มาเป็นรุ่นสานต่อจากซีรีส์ HOT 60 ของปีที่แล้ว โดยรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์ครบ ดีไซน์สวยแปลกใหม่ในราคาที่เข้าถึงง่าย มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Dynamic Shine Design ที่ฝาหลังเพิ่มลูกเล่นใหม่เข้าไป ทำให้มีตัวเลือกสีมากขึ้น มีปุ่มเรียกใช้งาน AI แบบปุ่มกดจริง และมีการปรับตัวเครื่องให้ทนทานมากขึ้นด้วย ส่วนของไทยน่าจะเข้ามาเปิดตัววางขายตามมาเร็วๆ นี้
โดยรุ่นล่าสุดที่วางขายบ้านเราก็คือ Infinix NOTE 60 Pro ราคาเริ่มต้น 11,110 บาท สั่งซื้อ Shopee/ Lazada และ Infinix NOTE EDGE ราคาเริ่มต้น 7,954 บาท สั่งซื้อ Shopee/ Lazada
สเปค Infinix HOT 70

ในด้านดีไซน์ของรุ่นนี้ ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์อย่าง Infinix HOT 70 มาพร้อมกับความบางเพียง 7.49 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 195 กรัม ตัวเครื่องเคลือบผิวแบบ Baby-Smooth ที่กันรอยนิ้วมือและทำให้เครื่องยังสะอาดอยู่เสมอ ตัวเด็ดอยู่ที่ฝาหลังสุดล้ำที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่รุ่นสีส้ม Thermo Orange Edition ที่มาพร้อมฝาหลังตอบสนองต่ออุณหภูมิ โดยสีของฝาหลังจะเข้มขึ้นเป็นสีส้มมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนที่อุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส และสามารถปรับเปลี่ยนเป็นเข้มหรืออ่อนเฉพาะจุดได้ด้วย

นอกจากนี้ Infinix HOT 70 ยังมีรุ่นสีม่วง Quiet Violet และสีเขียว Green Texture ที่เป็นแบบ Lumina Flare Dynamic Flame Texture มีโครงสร้างขนาดเล็กคล้ายเปลวไฟ ช่วยหักเหแสงในมุมต่างๆ เพื่อสร้างมิติภาพได้อย่างสวยงาม ทั้งสองสีนี้ยังมาพร้อมกับ Crystal Mood Island หรือโมดูลกล้องที่สะท้อนแสงได้ ทำให้ดูสวยงามมากขึ้น ตัวเครื่องจะมีวางขายทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Thermo Orange, Quiet Violet, Green Texture, Night Pulse, Silver Dancer และ Dive Blue

ตัวหน้าจอ Infinix HOT 70 รุ่นนี้เป็นแบบ LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด HD+ รองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz และอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัส 240Hz สว่างสูงสุดถึง 700 นิต มาพร้อมกับชิป MediaTek Helio G100 Ultimate และ GPU Mali-G57 MC2 ที่มี RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB หรือ 8GB และความจุแบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB หรือ 256GB ทำงานบนระบบ XOS 16 พื้นฐาน Android 16 ใส่ได้สองซิม และมีระบบ One-Tap AI ที่เข้าถึง AI ได้ง่าย

ส่วนกล้องหลังของ Infinix HOT 70 มีความละเอียดที่ 50MP (f/1.85) พร้อมไฟแฟลชคู่ LED และรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 2K ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่มีความละเอียด 8MP (f/2.0) พร้อมไฟแฟลชคู่ LED และรองรับการถ่ายวิดีโอ 2K เช่นกัน

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่รองรับก็มีทั้งลำโพงคู่ระบบเสียง DTS มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ใช้พอร์ต USB Type-C และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65 รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.4 ส่วนแบตมีความจุ 6000mAh พร้อมชาร์จไว 45W และยังสามารถชาร์จไฟย้อนกลับ (Reverse charging) ได้ที่ 10W
ราคาและการวางขาย

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายตอนนี้เปิดตัวออกมาที่ประเทศอินโดนีเซียก่อนเป็นที่แรก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลพรีวิวรุ่น Infonix HOT 70 Pro ในงานเปิดตัวนี้ด้วย โดยจะได้อัปเกรดทั้งดีไซน์ กล้อง และประสิทธิภาพให้แรงขึ้นไปอีกขั้น และจะเปิดตัวตามมาเร็วๆ นี้ ส่วนราคามีให้เลือกดังนี้
- RAM 4GB + 128GB: ราคา 2,199,000 รูเปียห์ (ประมาณ 4,000 บาท)
- RAM 8GB + 128GB: ราคา 3,199,000 รูเปียห์ (ประมาณ 5,900 บาท)
- RAM 6GB + 256GB: ราคา 3,399,000 รูเปียห์ (ประมาณ 6,200 บาท)
ที่มา: fonearena
