OPPO ได้ออกมายืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเปิดตัวมือถือ OPPO Reno 16 และ OPPO Reno 16 Pro อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนนี้ที่ประเทศจีน (ซึ่งในไทยก็จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ด้วย เพราะผ่านการรับรองจาก กสทช. แล้ว) และน่าจะเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ไปด้วย ก็ดูคล้ายกับตอนที่ OPPO เคยเปิดตัว Pad SE ไปพร้อมๆ กับ Reno 14 Series เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2025 ที่ผ่านมา
โดยรุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้คือ OPPO reno 15 ราคาเริ่มต้น 16,999 บาท (Shopee/ Lazada) | OPPO Reno 15 Pro ราคา 20,999 บาท (Shopee/ Lazada)
เผยตัวเลือกสี OPPO Reno 16 Series และแท็บเล็ตรุ่นใหม่

ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้จะยังไม่มีการยืนยันชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการของแท็บเล็ตตัวใหม่รุ่นนี้ออกมา ที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือสเปคสำคัญๆ บางส่วน รวมถึงตัวเลือกสีของมือถือทั้งสองรุ่นในซีรีส์ Reno 16 หลุดออกมาจาก Digital Chat Station แหล่งข่าวชื่อดังบน weibo เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับ OPPO Reno 16 รุ่นมาตรฐาน มีข้อมูลเผยว่าจะมาพร้อมกับตัวเลือกสีที่หลากหลายถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีม่วง Fairy Purple, สีเขียว Lucky Clover, สีดำ Black Horse และสี Heartbeat Star ในขณะที่รุ่นพี่อย่าง Reno 16 Pro จะมีให้เลือก 3 สี คือ สีฟ้า Dream Blue, สีดำ Black Horse และสี Heartbeat Star

นอกจากนี้ DCS ยังพูดถึงฟีเจอร์หน้าจอที่สอง (Smart secondary display) ด้านหลังตัวเครื่องที่อาจใช้ชื่อว่า OPPO Bubble โดยตัวหน้าจอที่สองนี้เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะปกติแล้วจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการดูการแจ้งเตือนต่างๆ หรือใช้เป็นหน้าจอพรีวิวเวลาเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง ที่มีความคมชัดกว่ากล้องหน้าได้ง่ายขึ้น ทางด้านราคาคาดว่า Reno 16 Pro จะทำรตลาดอยู่ในกลุ่มราคาระดับ 4,000 หยวน หรือเมื่อคิดเป็นเงินไทยจะตกอยู่ที่ประมาณ 19,000 กว่าบาท

นอกจากฝั่งมือถือแล้ว ข้อมูลที่หลุดออกมาก็ยังมีแท็บเล็ตของ OPPO อย่างที่บอกไป โดยรุ่นนี้จะหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 12.1 นิ้ว ความละเอียด 3K และรองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz ตอบโจทย์ทั้งการใช้ทำงาน และการดูคอนเทนต์ความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ทางด้านชิปประมวลผล คาดว่าจะขับเคลื่อนด้วยชิป MediaTek Dimensity 9500s ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM สูงสุดที่ 16GB (รุ่นเริ่มต้นคาดว่าจะอยู่ที่ RAM 8GB) และมีความจุตัวเครื่อง 512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 10,420mAh
จุดที่น่าสนใจก็คือความบางของตัวเครื่องที่บางเพียง 5.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวมเพียง 577 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่าเน้นการพกพาที่คล่องตัว และจับถือเล่นนานๆ ได้ไม่หนักจนเกินไป โดยแท็บเล็ตรุ่นนี้จะมีตัวเลือกสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเงิน Galaxy Silver, สีฟ้า Starlight Blue และสีเทาเข้ม Deep Space Grey ก็คงต้องรอติดตามการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อรอดูกันว่าจะมีฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง และจะเข้ามาเปิดตัวในไทยช่วงเดือนไหนกันแน่
ที่มา: gizmochina
