นอกจากวงการมือถือที่เปิดตัวกันรัวๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา วงการชิปประมวลผลเองก็เตรียมจะเปิดตัวรุ่นใหม่ด้วยเหมือนกัน ล่าสุดได้มีข้อมูลสเปคของชิประดับท็อปรุ่นต่อไปจาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 6 Series หลุดออกมาให้ได้รู้กันแล้วก่อนเปิดตัวจริงที่คาดว่าจะมาในช่วงเดือนกันยายนของปี 2026 นี้
สเปคชิป Snapdragon 8 Elite Gen 6 และ Gen 6 Pro

ข้อมูลเหล่านี้มาจากแหล่งข่าวเชื่อถือได้บน Weibo อย่าง Digital Chat Station ที่เผยว่าในปีนี้ Qualcomm กำลังพัฒนาชิปเรือธงออกมาพร้อมกันถึง 2 รุ่น ด้วยรหัสโมเดล SM8950 และ SM8975 ที่ทั้งคู่จะผลิตขึ้นบนสถาปัตยกรรมขนาด 2 นาโนเมตรของทาง TSMC และจะใช้โครงสร้างแกนประมวลผลซีพียู (CPU) แบบ 2+3+3 เหมือนกัน และเป็นการออกแบบที่เน้นความสมดุลระหว่างแกนประสิทธิภาพสูง และแกนประหยัดพลังงาน
ถึงแม้ว่าโครงสร้างแกน CPU จะคล้ายกัน แต่ความแตกต่างจริงๆ ของทั้งสองรุ่นจะไปอยู่ที่ความแรงของการประมวลผลกราฟิกของ GPU และเทคโนโลยีหน่วยความจำ

สำหรับรุ่นท็อปสุดที่มีรหัสโมเดล SM8975 ที่คาดว่าจะใช้ชื่อว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro นั้น จะมาพร้อมกับ GPU Adreno 850 จับคู่กับหน่วยความจำ GMEM ขนาด 18MB และรองรับ RAM รุ่นล่าสุดอย่าง LPDDR6 (ในการจัดเรียงคอนฟิกแบบ 4×24) และยังรองรับแรม LPDDR5X มาตรฐานเดิมไปด้วย กับตัวแคช LLC ที่ให้มาถึง 8MB ที่สเปคระดับนี้จะทำให้ชิปมีความเร็วไปถึง 5GHz – 6GHz เลยทีเดียว และคาดว่าชิปรุ่น Pro จะถูกจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับมือถือระดับสูงที่ลงท้ายด้วยคำว่า Ultra หรือ Pro Max เท่านั้น
ในขณะที่รุ่นมาตรฐานรหัสโมเดล SM8950 ที่คาดว่าจะใช้ชื่อ Snapdragon 8 Elite Gen 6 จะถูกปรับลดสเปคด้านกราฟิกลงมาเล็กน้อย โดยใช้ GPU Adreno 845 พร้อมด้วยหน่วยความจำ GMEM ขนาด 12MB และแคช LLC ขนาด 6MB โดยในรุ่นนี้จะรองรับเฉพาะแรม LPDDR5X (ในการจัดเรียงแบบ 4×16) เท่านั้น และคาดว่าชิปรุ่นนี้จะถูกนำไปใช้กับมือถือเรือธงรุ่นมาตรฐาน เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนไม่ให้ราคาเครื่องพุ่งสูงจนเกินไป

นอกจากชิปตระกูล Elite ทั้งสองรุ่นนี้แล้ว ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์เพิ่มเติมด้วยว่า Qualcomm มีแผนที่จะเปิดตัวชิปรุ่นรองลงมาในชื่อ Snapdragon 8 Gen 6 แยกต่างหากอีกหนึ่งรุ่นด้วย (ตามไทม์ไลน์เดิมรุ่นปัจจุบันก็มีเช่นกัน) แต่ในเรื่องของสเปค และประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้สูงเท่า Elite เหมือนเดิม เพราะจะใส่ไว้ให้เฉพาะรุ่นสเปครองเรือธง หรือรุ่นแยกจากตัวหลักอีกที
การแบ่งรุ่นย่อยแบบนี้ จะเป็นการปรับกลยุทธ์ใหม่ของ Qualcomm เพื่อแยกระหว่างต้นทุนการผลิตชิป 2 นาโนเมตรที่สูงขึ้น และเพื่อให้ตอบโจทย์กับตลาดมือถือในปัจจุบันที่นิยมใส่รุ่นย่อยตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน รุ่น Pro ไปจนถึงรุ่นระดับ Ultra
ที่มา: gizmochina
