นอกจากจะเปิดตัวมือถือเรือธงอย่าง HUAWEI Pura 90s Pro Series ในงานอีเวนต์ใหญ่ที่ประเทศมาเลเซียแล้ว HUAWEI ก็ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ที่เป็นเวอร์ชั่นปรับปรุงสเปคออกสู่ตลาด Global พร้อมกันถึงสองรุ่น นั่นคือ หูฟังใหม่อย่าง HUAWEi FreeClip 2 S Signature Edition และแท็บเล็ตสายบาง HUAWEI MatePad Air (2026) ที่ดูเหมือนจะเป็นการอัปเกรดสเปคนิดหน่อยจากเดิม
ส่วนบ้านเราขายอยู่คือ HUAWEI FreeClip 2 ในราคา 4,990 บาท ซื้อได้ที่ Shopee/ Lazada
สเปค HUAWEI FreeClip 2 S Signature Edition
สำหรับ Huawei FreeClip 2 S Signature Edition รุ่นใหม่นี้ได้จับมือกับ Les Néréides แบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นชื่อดังจากฝรั่งเศส เพื่อออกแบบคลิปหนีบหูฟังแบบ Open Ear ที่สามารถหนีบเข้ากับตัวก้านหูฟังเพื่อตกแต่งให้กลายเป็นต่างหูสุดหรูหราได้อย่างลงตัว พร้อมกับการปรับดีไซน์เคสชาร์จให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สามารถเก็บหูฟังพร้อมตัวคลิปตกแต่งนี้ได้ด้วย

แม้ว่าสเปคหลักของตัวหูฟังจะยังคงคล้ายรุ่นเดิม ทั้งไดรเวอร์แบบ Dual-diaphragm, ไมโครโฟน 3 ตัวสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รวมกล่องชาร์จจะใช้ได้เป็น 38 ชั่วโมง แต่ภายในจะมีการปรับปรุงระบบเข้ามาอีกหน่อยด้วยได้แก่ ชิปเสียงรุ่นที่ 3 พร้อม NPU ที่ช่วยขับเคลื่อน Adaptive Volume แบบใหม่

นอกจากนี้ยังมีระบบปรับเสียงตามสภาพแวดล้อมจริง ที่ตรวจจับระดับเสียงรอบข้างแล้วปรับความดังรวมถึงปรับเสียงพูดของเราขณะคุยโทรศัพท์ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และด้วยตัวหูฟังที่ไม่มีตัวกันเสียงจากภายนอก ระบบปรับเสียงนี้จึงช่วยให้เราไม่ต้องคอยเอื้อมมือไปกดปรับปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงบ่อยๆ อีกต่อไป
ราคา
หูฟังรุ่นใหม่นี้มีด้วยกัน 2 สีคือ สีน้ำเงินเข้ม (Deepsea Blue) และสีเงิน (Space Silver) โดยเปิดตัวราคาพิเศษช่วงแรกที่ 169 ปอนด์ หรือราวๆ 7,600 บาท จากราคาปกติ 199 ปอนด์ และยังมีรุ่นพิเศษ Bundle ร่วมกับเครื่องประดับ Les Néréides ในราคา 199 ปอนด์อีกด้วย
สเปค HUAWEI MatePad Air (2026) ครั้งแรกของรุ่น Air ที่มีจอ PaperMatte OLED ระดับโปร

มาต่อกันที่แท็บเล็ตขวัญใจคนทำงานกับรุ่นอัปเกรดใหม่อย่าง HUAWEI MatePad Air (2026) ที่มีจุดเด่นหลักๆ เลยก็คือตัวหน้าจอ เพราะรุ่นนี้จะเป็นครั้งแรกของซีรีส์ Air ที่เปลี่ยนจากหน้าจอ LCD แบบเดิมๆ มาใช้หน้าจอ PaperMatte OLED ที่เดิมทีจะใส่ไว้ในรุ่น Pro เท่านั้นก่อนหน้านี้
โดยตัวจอได้เคลือบผิวด้านระดับนาโน ช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีเยี่ยม ให้สัมผัสในการเขียนด้วยปากกาที่คล้ายกับการเขียนลงบนกระดาษจริงๆ เหมาะทั้งสำหรับการทำงาน อ่าน eBook และลดความเมื่อยล้าของดวงตา หน้าจอมีขนาด 12 นิ้ว ความละเอียด 2800 x 1840 พิกเซล และรองรับรีแฟรชเรทถึง 144Hz

ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิมเหลือเพียง 5.3 มิลลิเมตร พร้อมขอบจอที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีสีให้เลือก 3 สีคือ ฟ้า (Airy Blue), ชมพู (Sakura Pink) และสีขาว ด้านประสิทธิภาพรุ่นนี้ได้ใช้ชิป Kirin T93C ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ระดับโปรเพื่อช่วยให้การทำงาน และการสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมกับแบตเตอรี่ที่ความจุ 10,100 mAh และการชาร์จไวได้ 66W
ราคาและการวางขาย
- รุ่นหน้าจอปกติความจุ RAM 8GB/256GB: เปิดราคาเริ่มต้นที่ 849 ยูโร ประมาณ 32,500 บาท ที่จะได้เคสคีย์บอร์ดแถมมาให้ในชุดด้วย
- รุ่นหน้าจอ PaperMatte Edition ความจุ RAM 8GB/256GB: ราคา 899 ยูโร ประมาณ 34,400 บาท เลือกของแถมระหว่าง เคสคีย์บอร์ด หรือปาก M-Pencil Pro ได้
- รุ่นท็อปสุดความจุ RAM 12GB: ราคาอยู่ที่ 999 ยูโร ประมาณ 38,200 บาท แถมเฉพาะเคสคีย์บอร์ดมาให้ในกล่อง
ที่มา: gsmarena
