หนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองมากๆ ในช่วงต้นปีนี้สำหรับ Infinix และมือถือระดับกลางถึงเรือธงเลยก็คือ Infinix Note 60 Series ที่ใกล้จะเปิดตัวออกมาให้เห็นกันเร็วๆ นี้ และรุ่นท็อปสุดอย่าง Infinix Note 60 Ultra ก็เป็นรุ่นที่หลายคนกำลังรอดูอยู่ดีไซน์ของรุ่นใหม่ ที่ออกแบบร่วมกับ Pininfarina บริษัทออกแบบชั้นนำจากอิตาลี โดยข้อมูลที่หลุดออกมาเผยให้เห็นทั้งตัวสเปคหลัก และดีไซน์ที่หรูหราขึ้นด้วย
ปัจจุบันรุ่นที่วางขายอยู่คือ Infinix NOTE 50S 5G ในราคา 8,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada และ Infinix NOTE 50 Pro+ 5G ราคา 14,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
เปิดสเปคและตัวเครื่อง Infinix Note 60 Ultra
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ Infinix Note 60 Ultra ก็คือการออกแบบโมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนจะไปคล้ายกับรุ่นแบรนด์ใหญ่อีกรุ่นอย่าง iPhone 17 Pro แต่สิ่งที่ทำให้มันล้ำกว่าก็คือการมีหน้าจอแสดงผลที่สอง เอาไว้ในโมดูลกล้องด้วย โดยหน้าจอนี้จะทำหน้าที่แสดงนาฬิกา และการแจ้งเตือนต่างๆ ในรูปแบบ Glyph-style คล้ายกับลูกเล่นของ Nothing Phone แต่ถูกย่อส่วนให้อยู่ในกรอบเลนส์ เพิ่มลูกเล่นการใช้งานได้มากขึ้นไปอีกขั้น

ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอโค้ง 2.5D แบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดคมชัดระดับ 1.5K และยังรองรับ Refresh Rate สูงถึง 144Hz ที่หลายๆ รุ่นของ Infinix ก็มักจะใส่สเปคจอมาให้ลื่นๆ แบบนี้อยู่เป็นประจำ ทำให้การสัมผัส และการเล่นเกมมีความลื่นไหลมากขึ้น
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ใช้งานได้เร็วแรงก็มาจากประสิทธิภาพของชิป MediaTek Dimensity 8400 Ultimate รุ่นใหม่ที่ได้ทั้งความแรง และประหยัดพลังงาน ทำงานพร้อมกับ RAM สูงสุด 12GB และความจุตัวเครื่องขนาด 256GB ถึง 512GB ตัวเครื่องจะรันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย XOS เวอร์ชั่นล่าสุดตั้งแต่แกะกล่อง

นอกจากนี้ยังมีแบตความจุสูงถึง 7,000mAh ที่เยอะมากสำหรับมือถือที่มีดีไซน์บางเบา รองรับการใช้งานหนักๆ ได้สบาย ๆ พร้อมรองรับการชาร์จไวแบบมีสาย 100W และชาร์จไร้สาย 50W รวมถึงฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging 10W สำหรับชาร์จให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย
ตัวกล้องของ Infinix Note 60 Ultra จะเป็นกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียดหลัก 200MP และมีกันสั่น OIS กล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 8MP และกล้องอีกตัว 50MP ที่คาดว่าจะเป็นกล้อง Telephoto สำหรับถ่ายซูม ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดที่ 32MP

Infinix Note 60 Ultra รุ่นนี้คาดว่าจะเปิดตัวออกมาเร็วๆ นี้พร้อมกับรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ที่กำลังจะเปิดตัวด้วยเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าจะได้นำเข้ามาขายในไทยหรือไม่ คาดว่ารุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro ทั่วไปอาจจะได้เข้ามาขายในบ้านเราด้วย แต่รุ่นท็อปสุดต้องมารอดูกันอีกที และถ้าได้เข้ามาจริงก็บอกเลยว่ามือถือระดับกลางค่อนบน (Upper Mid-range) ของปี 2026 ก็น่าจะได้เห็นการแข่งขันกับแบรนด์หลักอื่นๆ ได้แน่นอน
ที่มา: androidheadlines, 91mobiles
