
เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นสเปคแรงราคาเบาๆ เล่นเกมลื่น ถ่ายรูปได้สวยๆ คุ้มค่ากับการใช้งาน
หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวชิปประมวลผลตัวล่าสุดของ Snapdragon Series 8 นั่นก็คือ Snapdragon 8 Gen 1 (ดูสเปคชิปที่นี่) ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่าค่ายมือถือยี่ห้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อเล็กหรือใหญ่ ต่างก็จับจองและได้ใส่ชิปตัวแรงตัวนี้ เข้าไปยังมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปีกันเลยทีเดียว แถมแต่ละรุ่นนั้นก็มีการแข่งขันเทียบเคียงสเปคกันอย่างดุเดือด แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สามารถแข่งกันได้ นอกเหนือจากความแรงของตัวชิปแล้ว นั่นก็คือเรื่องของราคา ที่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีราคาเริ่มต้นที่ 20,000 บาทต้นๆ ไปจนถึงหลายหมื่นบาทในรุ่นไฮเอนด์ และในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ ก็มีมือถือชิป Snapdragon 8 Gen 1 ราคาเบาๆ ในช่วงราคา 20,000 บาทต้นๆ เช่นเดียวกัน และยังมีสเปคที่น่าสนใจออกมาด้วยกันอยู่ 3 ยี่ห้อ 3 รุ่น ที่วันนี้ทาง Specphone จะมาเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นนั่นก็คือ Motorola Edge 30 Pro, realme GT 2 Pro และล่าสุด POCO F4 GT ที่มีสเปคแรงในราคาเบาๆ เล่นเกมลื่น ถ่ายรูปได้สวยๆ คุ้มค่ากับการใช้งานแน่นอน ไปดูกันเลยว่าสเปคแต่ละอย่างของทั้งสามรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
- เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นที่ดีไซน์ตัวเครื่อง
- เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นที่สเปคหน้าจอ
- เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นที่ชิปประมวลผล และการเชื่อมต่อ
- เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นที่กล้องหน้า และกล้องหลัง
- เปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นที่ความจุแบตเตอรี่ และราคา
ดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยออกไปคนละแบบ

เริ่มต้นกันที่ดีไซน์ตัวเครื่องของการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นนี้กันก่อนเลย ซึ่งเรื่องนี้จะบอกว่ารุ่นไหนสวยกว่าใครก็คงจะไม่ได้ เพราะว่าต่างคนก็มีสไตล์ความชอบที่ไม่เหมือนกัน โดยตัว Motorola Edge 30 Pro นั้นออกแบบตัวเครื่องเป็นแบบโค้งมน มีสีสันเรียบหรูพร้อมขนาดตัวเครื่องที่กำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และเป็นกระจกทั้งสองด้าน ส่วนด้านหลังนั้นมีสารป้องกันรอยนิ้วมือ และมีโมดูลกล้องที่เป็นแบบใสตรงนี้ทำออกมาได้สวยมากๆ และยังกันน้ำได้ในระดับ IP52 อีกด้วย มีออกมาให้เลือกสองสีคือ Cosmos Blue และ Stardust White ส่วนทางด้านของ realme GT 2 Pro ก็ไม่ธรรมดา ด้วยการออกแบบโดยใช้ไบโอโพลีเมอร์เป็นครั้งแรกของโลก ช่วยเป็นมิตรต่อโลกและยังมีความสวยงาม จากรูปแบบของ Paper Tech Master Design ที่ทำออกมาเหมือนเป็นกระดาษตรงฝาหลัง อันนี้ก็สวยจัดเหมือนกัน แถมยังมีความบางเบาที่สุดจากทั้งสามรุ่นนี้เลยด้วย มีให้เลือกสีเดียวคือ Paper white

อีกหนึ่งรุ่นล่าสุดก็คือ POCO F4 GT ที่เดินหน้าเข้าสู่มือถือเกมมิ่งอยู่เรื่อยๆ และก็ยังมีดีไซน์ที่คงเอกลักษณ์สีสันสวยงามเหมือนเดิม กับการดีไซน์แบบสไตล์เมทัลลิกพร้อมลวดลาย ที่ถือแนวนอนแล้วจะสวยมาก และยังเพิ่มลูกเล่นอย่างไฟ RGB ที่โมดูลกล้อง กับไฟแฟลชรูปสายฟ้าที่ด้านข้างตัวกล้องด้วย ที่สำคัญคือรุ่นนี้มีปุ่ม Magnetic pop-up triggers ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจอยเกม และยังสามารถเปิดปิดปุ่มนี้ได้ตามการใช้งานอีกด้วย รุ่นนี้ทำออกมาให้เลือก 3 สีคือ Stealth Black, Knight Silver และ Cyber Yellow แต่รุ่นนี้จะมีความหนาและหนักกว่าสองรุ่นด้านบนนี้
ข้อมูล\ รุ่น | Motorola Edge 30 Pro | realme GT 2 Pro | POCO F4 GT |
ขนาด | 163.06 x 75.95 x 8.79 มม. | 163.2 x 74.7 x 8.18 มม. | 162.5 x 76.7 x 8.5 มม. |
น้ำหนัก | 196 ก. | 189 ก. | 210 ก. |
สี | Cosmos Blue, Stardust White | Paper white | Stealth Black, Knight Silver, Cyber Yellow |
หน้าจอใหญ่ไหลลื่นพอๆ กัน

มาต่อกันที่จุดสำคัญของการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือเรื่องของหน้าจอที่ขนาดของทั้งสามรุ่นนี้ มีขนาดใกล้เคียงและไม่ห่างกันมากนัก แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดทีเดียว โดยตัว Motorola Edge 30 Pro จะใช้หน้าจอเป็นแบบ OLED ระดับ FHD+ และ HDR10+ ที่คมชัดแม้กระทั่งสีดำที่ดำสนิทมีขนาด 6.7 นิ้วพร้อมอัตรา Refresh Rate 144Hz กับอัตราการสัมผัสหน้าจอ 360Hz ไหลลื่นกว่าใครเพื่อน และยังใช้ปากกาสไตลัสของ Motorola ได้อีกด้วย

ส่วน realme GT 2 Pro ก็ยังจัดหนักเหมือนเดิมด้วยหน้าจอ Super Reality Display แบบ AMOLED แบบ Flat ระดับ 2K และ HDR 10+ พร้อมเทคโนโลยี LTPO กว้าง 6.7 นิ้วกับอัตรา Refresh Rate 120Hz และอัตราการสัมผัสหน้าจอที่มากถึง 1,000Hz สว่างได้ถึง 1400 นิตเลยทีเดียว ถือว่ามาแรงจัดของจริงสำหรับ realme รุ่นนี้ ส่วนอีกหนึ่งรุ่นคือ POCO F4 GT ก็มีหน้าจอสำหรับเกมมิ่งโดยเฉพาะ ด้วยหน้าจอแบบ AMOLED แบบ Flat ระดับ DisplayMate A+ และ HDR 10+ มีความแม่นยำของสีสูงและปรับเฟรมเรทได้อย่างแม่นยำด้วย มีขนาดกว้าง 6.67 นิ้วพร้อมอัตรา Refresh Rate 120Hz และอัตราการสัมผัสหน้าจอ 480Hz แม่นยำกว่าหน้าจอทั่วไปถึง 10 เท่า ทั้งนี้ทุกรุ่นจะมีรูกล้องหน้าเป็นแบบ Punch-Hole เหมือนกันทั้งหมด
ข้อมูล\ รุ่น | Motorola Edge 30 Pro | realme GT 2 Pro | POCO F4 GT |
หน้าจอ | OLED | AMOLED | AMOLED |
ระดับความชัด | FHD+ และ HDR10+ | 2K และ HDR 10+ | DisplayMate A+ และ HDR 10+ |
ความกว้าง | กว้าง 6.7 นิ้ว | กว้าง 6.7 นิ้ว | กว้าง 6.67 นิ้ว |
Refresh Rate/ Touch Sensing | 144Hz/ 360Hz | 120Hz/ 1,000Hz | 120Hz/ 480Hz |
รูกล้องหน้า | Punch-Hole ตรงกลาง | Punch-Hole มุมซ้ายบน | Punch-Hole ตรงกลาง |
ชิปประมวลผลตัวแรง และการเชื่อมต่อที่เหมือนกัน

สิ่งที่เหมือนกันจากการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ของทั้ง 3 รุ่นนี้ก็คือชิปประมวลผลที่ได้ใช้เป็น Snapdragon 8 Gen 1 เหมือนกันแน่นอนอยู่แล้ว โดยชิปตัวนี้สามารถทำงานได้อย่างเร็วแรง และมีประสิทธิภาพสูงทั้งการเล่นเกม ถ่ายรูป หรือว่าจะเปิดแอพหลายแอพก็ไม่มีสะดุด และทั้งสามรุ่นก็ใช้ GPU เป็น Adreno 730 เหมือนกันด้วย รวมไปถึงการเชื่อมต่อที่สามารถเชื่อมต่อ 5G และสูงสุดได้ถึง WiFi 6E เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้ง 3 รุ่นก็มีรายละเอียดสเปคเครื่องที่ต่างกันอยู่ด้วย โดย Motorola Edge 30 Pro ทำงานบนระบบ Android 12 และมีลำโพงสเตอริโอ 2 ตัวให้เสียงชัดเจน พร้อมรองรับระบบ Dolby Atmos ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือด้านข้าง หรือจะใช้สแกนหน้าก็ได้เหมือนกัน

ในขณะที่ realme GT 2 Pro นั้นมีระบบระบายความร้อนแบบ Stainless Steel Vapor Cooling System Max ลดอุณหภูมิได้ถึง 19 องศา และยังได้ปรับมอเตอร์สั่นเป็น X-axis Linear Motor แบบใหม่ที่สั่นได้สมจริงและลดเสียงลงไปได้เยอะมาก นอกจากนี้ยังมีเสาอากาศ Antenna Array Matrix System ที่รับสัญญาณได้มากขึ้นและสลับได้โดยไม่ทำให้เน็ตหลุด อีกทั้งยังรองรับ NFC ได้รอบทิศทาง 360 องศาวางตรงไหนก็หาเจอ กับลำโพงคู่ Dolby Atmos และการรับรอง Hi-Res

ส่วนรุ่น POCO F4 GT ที่เน้นเล่นเกมมาเป็นหลัก ทำให้รุ่นนี้มีระบบ Dual Vapour Chamber ระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี LiquidCool 3.0 ช่วยควบคุมอุณหภูมิตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงระบบ Multi-Link 5.0 ที่สลับเน็ตไปมาได้ไม่มีสะดุด และระบบสั่นบนแกน X แบบ Super Wideband สมจริงกว่ารุ่นปกติ แถมยังมีเสาอากาศที่รองรับได้แม้กระทั่งเล่นเกมในแนวนอนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีไมค์ 3 ตัวเก็บเสียงได้รอบทิศทาง พร้อมกับลำโพง 4 ตัวที่รองรับ Dolby Atmos, Hi-Res และ Hi-Res Wirless ด้วย
ข้อมูล\ รุ่น | Motorola Edge 30 Pro | realme GT 2 Pro | POCO F4 GT |
ชิป | Snapdragon 8 Gen 1 | Snapdragon 8 Gen 1 | Snapdragon 8 Gen 1 |
GPU | Adreno 730 | Adreno 730 | Adreno 730 |
การเชื่อมต่อ | 5G/ WiFi 6E | 5G/ WiFi 6 | 5G/ WiFi 6E |
RAM/ ROM | 8GB, 12GB/ 128GB, 256GB | 12GB/ 256GB | 8GB, 12GB/ 128GB, 256GB |
ลำโพง | 2 ตัว รองรับ Dolby Atmos | ลำโพงคู่ รองรับ Dolby Atmos, Hi-Res | 4 ตัว รองรับ Dolby Atmos, Hi-Res, Hi-Res Wirless |
กล้องหน้า และกล้องหลังพร้อมถ่ายรูปได้ทุกเวลา

มากันที่เรื่องของกล้องหน้าและกล้องหลังของการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นกันบาง ที่ทุกรุ่นนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเน้นเรื่องถ่ายรูปมาด้วยเหมือนกัน แต่ว่าสเปคกล้องของทุกรุ่นจะต่างกันอยู่พอสมควรเลย รุ่นแรกคือ Motorola Edge 30 Pro นั้นมีกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงถึง 60MP พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีมากขึ้น และถ่ายด้วยกล้องหน้ากับกล้องหลังพร้อมกันได้ด้วย ส่วนกล้องหลังจะเป็นกล้อง 3 ตัวที่ความละเอียด 50MP อัลตร้าไวด์และมาโคร 50MP และชัดลึก 2MP สามารถถ่ายได้ทั้งมุมกว้าง หรือจะซูมเข้าไปใกล้ๆ เหมือนมาโครก็ทำได้ อีกทั้งยังมีกันสั่น OIS และถ่ายวิดีโอทำคอนเทนต์ได้หลากหลายด้วยความชัดสูงสุด 8K ตัดเสียงรอบข้างที่เก็บแต่เสียงพูดตัวเองก็ยังได้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับกล้องของรุ่นนี้

ส่วนรุ่น realme GT 2 Pro มีกล้องหน้า 32MP ถ่ายวิดีโอหรือเซลฟี่ก็คมชัด มีกล้องหลัง 3 ตัวที่ความละเอียด 50MP (SONY IMX 766) อัลตร้าไวด์ 50MP และ Micro-lens 2MP ถ่ายวิดีโอได้สวยๆ พร้อมกันสั่น OIS และเก็บรายละเอียดต่างๆ ในการถ่ายรูปได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงน้อยแค่ไหนก็ตาม ส่วนอัลต้าไวด์ของรุ่นนี้ก็สามารถกว้างได้ถึง 150 องศาเก็บภาพได้กว้างขึ้น และยังถ่ายแบบ fish-eye ได้ด้วย รวมไปถึงมาโครที่ซูมได้ถึง 40 เท่าใกล้กว่าใครเพื่อน พร้อมฟีเจอร์ลูกเล่นอีกมากมายสำหรับสายถาสยรูปอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งรุ่นอย่าง POCO F4 GT ถึงแม้ว่าจะเป็นมือถือเกมมิ่ง แต่ก็เน้นเรื่องกล้องมาให้อยู่บ้างเหมือนกัน ด้วยกล้องหน้า 20MP เซลฟี่ได้สวยๆ พร้อมกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 64MP (Sony IMX686) อัลตร้าไวด์ 8MP และมาโคร 2MP ที่ถ่ายได้คมชัดทุกที่ทุกเวลา ทั้งมุมกว้างถึง 120 องศาหรือจะถ่ายมุมใกล้ๆ ก็ทำได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ถ้าเทียบกับอีกสองรุ่นด้านบน ส่วนตัวคิดว่ายังอาจจะเทียบไม่ได้ตรงกล้องอัลตร้าไวด์ แต่ถ้าจะถ่ายแบบปกติด้วยกล้องหลักก็ทำได้ดีทีเดียว หรือใครที่ไม่ได้เน้นถ่ายรูปมากนัก ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้วในรุ่นนี้
ข้อมูล\ รุ่น | Motorola Edge 30 Pro | realme GT 2 Pro | POCO F4 GT |
กล้องหน้า | 60MP (Quad Pixel) | 32MP | 20MP |
กล้องหลัง | 50MP + 50MP + 2MP | 50MP + 50MP + 2MP | 64MP + 8MP + 2MP |
ความจุแบต และราคาที่ไม่ห่างกันมากนัก

ปิดท้ายกันด้วยการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นในด้านความจุแบตเตอรี่และราคา ที่ทั้งสามรุ่นนี้มีความจุใกล้เคียงกันมาก แต่ก็ไม่ได้เท่ากันหมดทีเดียว โดยรุ่น Motorola Edge 30 Pro มีความจุแบตอยู่ที่ 4,800 mAh รองรับ TurboPower 68W ชาร์จแบบไร้สาย 15W และ NFC 5W ส่วนรุ่น realme GT 2 Pro มีความจุแบตอึดสุดที่ 5,000 mAh รองรับ SuperDart 65W ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 33 นาทีเท่านั้น ส่วนรุ่นสุดท้ายคือ POCO F4 GT มีความจุแบตที่ 4,700 mAh รองรับ HyperCharge 120W ชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 17 นาทีแม้เล่นเกมอยู่หนักๆ พร้อมสายชาร์จรูปตัว L สำหรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่นี่ Motorola Edge 30 Pro, realme GT 2 Pro, POCO F4 GT ส่วนราคาทุกรุ่นดูได้จากตารางเลย
ข้อมูล\ รุ่น | Motorola Edge 30 Pro | realme GT 2 Pro | POCO F4 GT |
ความจุ | 4,800 mAh | 5,000 mAh | 4,700 mAh |
ชาร์จเร็ว | TurboPower 68W | SuperDart 65W | HyperCharge 120W |
ราคา | 22,999 บาท | 24,990 บาท | 20,990 บาท |
แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นการเปรียบเทียบมือถือ Snapdragon 8 Gen 1 ทั้ง 3 รุ่นคือ Motorola Edge 30 Pro, realme GT 2 Pro และ POCO F4 GT ด้วยสเปคทุกอย่างของทั้ง 3 รุ่นที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ โดยแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการใช้งานแบบไหนมากกว่ากัน จะเน้นถ่ายรูปเป็นหลัก หรือว่าจะเน้นเล่นเกมเป็นหลัก แต่ทุกรุ่นนั้นสามารถทำงานได้เร็วแรงดีมากอยู่แล้ว แถมราคาก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก ใครที่สนใจรุ่นไหนก็ลองกดเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อกันได้เลย แล้วถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจอีก เราก็จะนำมาฝากกันเรื่อยๆ เลยนะครับ