Close Menu
    Facebook X (Twitter) YouTube TikTok
    SpecPhone
    • ข่าวล่าสุด
    • รีวิว
    • ค้นหามือถือ
    • วิดีโอ
    • บทความ
    • ติดต่อเรา
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)
    SpecPhone
    Home»Editorial»แนะนำ!! 5 วิธีชาร์จมือถือที่ถูกต้อง หากไม่อยากให้แบตเตอรี่เสื่อมก่อนวัยอันควร
    Editorial

    แนะนำ!! 5 วิธีชาร์จมือถือที่ถูกต้อง หากไม่อยากให้แบตเตอรี่เสื่อมก่อนวัยอันควร

    ACHI-SPBy ACHI-SP8 พฤศจิกายน 2020Updated:9 พฤศจิกายน 2020
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    วิธีชาร์จมือถือ
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นบทความวิธีถนอมแบตเตอรี่, วิธียืดอายุแบตเตอรี่ หรือวิธีชาร์จมือถือที่ถูกต้องกันอยู่หลายบทความ ซึ่งก็มีข้อมูลที่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง ทำให้อาจจะสับสนได้ว่าอันไหนที่จะสามารถเชื่อได้บ้าง อันไหนจะใช้ได้จริง ๆ บ้าง เราจึงได้ไปลองค้นหาจากหลาย ๆ แหล่งแล้วมาสรุปให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันว่าอย่างน้อยที่สุดเราควรทำอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว


    แบตเตอรี่เสื่อมเพราะอะไร

    cr. southernphone.com

    โดยปกติการเสื่อมของแบตเตอรี่เป็นสิ่งที่มิอาจเลี่ยงได้ไม่ว่าจะใช้งานด้วยวิธีไหนก็ตาม ซึ่งนอกจากอายุหลังการผลิตแล้วสื่งที่ใช้วัดก็คือ “Charge cycle” หมายถึงเลขประมาณรอบการใช้งานของแบตเตอรี่ก่อนที่แบตเตอรี่จะเริ่ม เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ในที่นี้คำว่า “รอบ” นั้นไม่ได้หมายถึงการเสียบสายชาร์จ 1 ครั้งก็จะนับ 1 รอบ แต่ 1 Charge cycle คือการใช้แบตเตอรี่ครบ 100% แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการใช้งานต่อเนื่องจนแบตเตอรี่หมด อย่างเช่นเราใช้แบตเตอรี่จาก 100% จนเหลือเพียง 50% นำไปชาร์จเพิ่มจนเต็มแล้วเอามาใช้ต่ออีก 50% นั่นถึงจะนับเป็น 1 Charge cycle

    แล้วอะไรหละที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว สาเหตุนั้นก็มีหลากหลายอย่าง แต่โดยรวมแล้วนอกเหนือจากการใช้ 1 Charge cycle จนหมดจะมีอยู่อีก 2 เหตุผลหลัก ๆ เลยก็คือ

    • ใช้แบตเตอรี่จนเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์จ
    • ความร้อน

    ซึ่งก็ได้มีผู้ที่ทำการวิจัยและทดลองการเสื่อมของแบตเตอรี่เอาไว้แล้ว โดยจะมีผลดังนี้

    ปริมาณแบตเตอรี่ที่ถูกใช้ไปจำนวนรอบการใช้งาน / ชาร์จแบตเตอรี่
    ก่อนที่ความจุของแบตเตอรี่จะลดลงไปเหลือ 70%
    100%300 – 600
    80%400 – 900
    60%600 – 1,500
    40% 1,000 – 3,000
    20%2,000 – 9,000
    10%6,000 – 15,000
    cr. batteryuniversity.com

    โดยในตารางแรกจะเป็นการทดลองชาร์จไฟแบตเตอรี่ Li-ion ที่มีความจจุเท่ากันไว้ในที่ระดับต่างกันแล้วค่อยบันทึกข้อมูลว่าจะสามารถชาร์จไปได้อีกกี่รอบก่อนความจุแบตเตอรี่จะลดลงเหลือ 70% ซึ่งจากผลที่ได้นับแสดงให้เห็นว่าหากเราใช้แบตเตอรี่จนเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จจะทำให้สามารถชาร์จได้เพียง 300 – 600 รอบเท่านั้น ความจุของแบตเตอรี่ก็ลดลงเหลือ 70% เสียแล้ว แต่ถ้าหากเราชาร์จในขณะที่ยังเหลือแบตเตอรี่เอาไว้จำนวนชาร์จที่จะสามารถทำได้ก็จะพึ่งขึ้นหลายเท่าเลยทีเดียว

    ความร้อนชาร์จไว้ที่ 40%ชาร์จไว้ที่ 100%
    0°C98%94%
    25°C96%80%
    40°C85%65%
    60°C75%60% (แค่ 3 เดือน)
    cr. batteryuniversity.com

    ต่อมาในตารางที่สองนี้เป็นการทดลองว่า “ความร้อน” และ “ประจุคงเหลือ” จะมีผลต่อการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ไหม โดยแบตเตอรี่เหล่านี้จะถูกวางทิ้งเอาไว้เฉย ๆ เป็นเวลา 1 ปี โดยแบตเตอรี่หนึ่งก่อนจะชาร์จไฟทิ้งเอาไว้ 40% ส่วนอีกก้อนจะชาร์จไฟทิ้งเอาไว้ 100% โดยผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่ายิ่งความร้อยสูงขึ้น แบตเตอรี่ก็จะยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟเต็มที่เอาไว้แล้วมีอุณหภูมิสูงถึง 60°C ภายในระยะเวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้นความจุก็ลดลงไปเหลือ 60% แล้ว (นอกนั้นทิ้งไว้ 1 ปี)

    ดังนั้นสรุปได้สั้น ๆ เลยว่าการใช้แบตเตอรี่จนเกลี้ยงและความร้อนนั้นมีผลกับการเสื่อมของแบตเตอรี่อย่างมากเลย ซึ่งการจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมช้าลงนั้นก็สามารถทำตามนี้ได้เลย


    5 วิธีชาร์จมือถือที่ถูกต้อง

    cr. poweryourgadget.com

    1. อย่าใช้แบตหมดจนเครื่องดับ

    ถึงแม้ทุกวันนี้มือถือจะมีระบบที่จะปิดตัวเองก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดจริง ๆ แต่การชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อยก็จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นได้เช่นกัน (ง่าย ๆ คือยิ่งชาร์จตอนเหลือน้อยเท่าไร อายุแบตเตอรี่ก็จะยิ่งสั้นเท่านั้น) โดยสิ่งที่ควรทำจริง ๆ คืออย่างมากควรจะชาร์จแบตเตอรี่ตอนเหลือน้อยที่สุด 40% – 50% หรือให้ดี ชาร์จมันบ่อย ๆ เลยก็ได้ จะช่วยลดปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมไปได้ในระดับหนึ่ง

    2. อย่าปล่อยให้เครื่องร้อน อยู่ในที่เย็นยิ่งดี

    การใช้งานมือถือจนร้อนไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามรวมถึงการทำให้แบตเตอรี่โดนความร้อนหรือทิ้งมือถือเอาไว้กลางแดดนั้นจะไม่ส่งผลดีต่อตัวมือถือและแบตเตอรี่เลยสักนิด เพราะจากข้อมูลในตารางด้านบน การที่แบตเตอรี่เจอความร้อนมาก ๆ จะทำให้ความจุแบตเตอรี่ลดลงเร็วขึ้นด้วย หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากใช้งานหรือกระทำการใด ๆ จนเครื่องร้อนนั้น ควรปล่อยให้เครื่องเย็นลงก่อนถึงค่อยเอาไปชาร์จนะครับ

    3. เลี่ยงการใช้งานระหว่างชาร์จ

    ในการใช้งานมือถือไป ชาร์จไฟไปนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากเป็นไปได้ควรวางเอาไว้เฉย ๆ หรือทางที่ดี ปิดเครื่องไปเลยก็ได้ครับ เพราะเวลาชาร์จไฟขณะเล่นไปด้วยนั้นจะทำให้มีการอัดไฟเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความร้อนอย่างมาก ซึ่งทั้งกระแสไฟปริมาณมากและความร้อนที่เกิดขึ้นคือสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว และหากเลวร้ายอาจถึงขั้นระเบิดใส่เลยก็ได้ ดังนั้นหากเราไม่ใช้งานมือถือหรือปิดเครื่องไปเลย กระแสไฟที่วิ่งเข้าไปในเครื่องก็จะไม่สูงเกินไป ทำให้เกิดความร้อนน้อยมาก ๆ ช่วยให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย

    4. สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไปเรื่อย ๆ ได้แม้ไฟเต็ม

    ในปัจจุบันนี้ทั้งมือถือและที่ชาร์จจะมีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จเต็มอยู่ ดังนั้นไม่ต้องไปกลัวว่าถ้าเสียบชาร์จทิ้งไว้นาน ๆ แล้วแบตเตอรี่จะเสื่อมเลย เว้นเสียแต่ว่าแบตเตอรี่หรือที่ชาร์จนั้นไม่ใช่ของแท้หรือไม่ได้มาตราฐาน ก็อาจจะมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากของไม่แท้หรือไม่ได้มาตราฐานอาจจะไม่มีระบบตัดไฟติดมาด้วย หากไปคาดหวังให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ ช่วยตัดไปแทนแล้วเกิดระบบส่วนอื่น ๆ ไม่ทำการตัดไฟ เราก็จะเจอเหตุการณ์มือถือระเบิดใส่ระหว่างชาร์จ ดังที่เราเห็นในข่าวนั่นเอง

    5. อย่าอัดประจุเพิ่มด้วยที่ชาร์จไฟแรง ๆ

    ในการชาร์จไฟเราต้องเคยเอามาลองทำกันแน่นอนอยู่แล้วกับการเอาที่ชาร์จไฟกำลังสูงมาชาร์จมือถือ ซึ่งมันก็ช่วยให้การชาร์จเร็วขึ้น แถมบางครั้งก็ยังใช้ได้นานกว่าปกติอีกด้วย แต่นั่นก็เพราะว่าไฟที่เข้าไปในแบตเตอรี่นั้นมันเกิน 100% ของที่แบตเตอรี่เก็บได้นั่นเอง อย่างเช่นเวลาเราไปช๊อปปิ้งแล้วพยายามยัดของลงถุงพลาสติดที่เตรียมมาไม่พอใช้ให้สามารถใส่ของลงไปได้หมด แรก ๆ อาจจะยังพอยัดได้ แต่พอนาน ๆ เข้าตัวถุงก็จะเกิดการฉีดขาดหรืออาจจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ทางที่ดีก็ควรเลือกใช้ที่ชาร์จที่มากับเครื่องจะดีที่สุด หรืออย่างน้อยก็ควรใช้ที่ชาร์จที่ปล่อยไฟได้เท่ากับที่ชาร์จของตัวเครื่องนั่นเอง


    ทั้ง 5 ข้อนี้คือสิ่งที่จะช่วยให้แบตเตอรี่มือถือเราอยู่กับเราได้นานมากขึ้น และทั้ง 5 ข้อนี้เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเตรียมการอะไรเลย โดยหลักแล้วก็คือ ” อย่าปล่อยให้แบตหมด อย่าให้ร้อน ใช้ที่ชาร์จของมันเอง ” แค่ 3 ประโยคสั้น ๆ จำง่าย ๆ นี้ก็ช่วยให้แบตเตอรี่เสื่อมยากขึ้นมากแล้วครับ

    วิธีชาร์จมือถือ แบตเตอรี่เสื่อม
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    ACHI-SP

    Related Posts

    เทียบสเปค Samsung Galaxy A57 vs A37 vs A27 ต่างกันยังไง รุ่นไหนเหมาะกับใครบ้างในปี 2026

    19 มิถุนายน 2026

    เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A27 vs A26 รุ่นใหม่กับรุ่นเก่าต่างกันแค่ไหน คุ้มแค่ไหนถ้าต้องอัปเกรดใหม่ในปี 2026

    18 มิถุนายน 2026

    เปรียบเทียบชิป Snapdragon 7s Gen 4 vs Dimensity 8350 ศึกชิประดับกลาง รุ่นไหนแรงกว่ากันในปี 2026

    16 มิถุนายน 2026

    Comments are closed.

    หัวข้อทั้งหมด

    รายชื่อมือถือ Xiaomi ที่ได้อัปเดท HyperOS 4 บน Android 17 มีรุ่นไหนรองรับบ้าง และจะมาเมื่อไหร่?

    23 มิถุนายน 2026

    Alldocube เปิดตัว Ultra Pad แท็บเล็ตจอใหญ่ 13 นิ้ว 144Hz สเปกแรงครบเครื่อง พร้อมลุยทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้น 13,990 บาท

    22 มิถุนายน 2026

    PERSES เสิร์ฟโชว์สุดเดือด พร้อมชวนแฟน ๆ MOVE YOUR FIT ไปด้วยกันกับ HUAWEI WATCH FIT 5 Series

    22 มิถุนายน 2026

    หลุดสเปค Xiaomi Pad 9 ในโค้ด HyperOS อัปเกรดชิปใหม่และแบตใหญ่ขึ้นถึง 9,720 mAh

    22 มิถุนายน 2026

    มือถือรุ่นยอดนิยม

    Honor X7

    Honor X7

    6,299 บาท
    Honor X8

    Honor X8

    7,999 บาท
    Honor X9

    Honor X9

    9,299 บาท
    HTC Desire 22 Pro

    HTC Desire 22 Pro

    0 บาท
    Huawei Nova 10 Pro

    Huawei Nova 10 Pro

    24,990 บาท
    ดูมือถือทั้งหมด
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    ยอมรับ
    X