4 ฟีเจอร์สุดล้ำในปีก่อนที่กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ในปีนี้

4 ฟีเจอร์สุดล้ำในปีก่อนที่กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ในปีนี้

ในที่สุดปี 2015 ก็ได้ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมานั้นสำหรับวงการสมาร์ทโฟนเรียกว่าเป็นปีที่แบรนด์ต่างๆนั้นก็ต่างงัดเอาจุดเด่นหรือลูกเล่นใหม่ๆ ของตัวเองออกมาแข่งกันเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีแบรนด์น้องใหม่อีกหลายเจ้าที่เดินหน้าเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนและทำทุกวิถีทางเพื่อต้องการครองตำแหน่งการเป็นอันดับหนึ่งในตลาด อย่างเช่น อัดสเปคระดับเรือธงออกมาวางจำหน่ายในราคาระดับกลางๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ นั้นเกิดความสนใจในสินค้าของแบรนด์นั้นๆ และที่น่าสนใจคือมันได้ผล เพราะผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ นั้นมักจะไม่ค่อยยึดติดกับแบรนด์ใดเป็นพิเศษ เรียกว่าสามารถใช้แบรนด์ไหนก็ได้ที่ตัวเองนั้นอยากใช้ และเปิดใจรับแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ซึ่งนอกจากในเรื่องของสเปคตัวเครื่องแล้วยังมีเรื่องของฟีเจอร์เด่นๆ ที่ไม่ว่าแบรนด์เก่าๆ หรือแบรนด์ใหม่ๆ นั้นต่างก็ทำตามๆ กันออกมาจนเราเริ่มเห็นฟีเจอร์เหล่านี้มากขึ้นในทุกๆ วันนี้ แต่เชื่อได้เลยว่าฟีเจอร์สุดล้ำเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นของเก่าและอาจเป็นฟีเจอร์ธรรมดาๆ ในมือถือรุ่นใหม่ๆ ประจำปีนี้อย่างแน่นอน และฟีเจอร์ที่ผมเชื่อว่ากำลังจะกลายเป็นฟีเจอร์ธรรมดาๆ ในมือถือรุ่นใหม่ของปี 2016 จะมีฟีเจอร์ไหนบ้างติดตามกันได้เลยครับ

 

เซ็นเซอร์สแกนม่านตา

 

LG-G5-tipped-for-iris-scanner-feature

เซ็นเซอร์สแกนม่านตาเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องหรือการทำธุรกรรมต่างๆ นั้นถือว่ามีความล้ำสมัยและมีความปลอดภัยที่สุดในทุกวันนี้ เพราะเพียงแค่เราหยิบหรือจับสิ่งของต่างๆ ลายนิ้วมือของเราก็ยังสามารถติดอยู่ตามที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายแต่การสแกนม่านตานั้นไม่สามารถลอกเลียบแบบหรือก๊อปปี้กันได้ และมือถือรุ่นแรกที่ได้มีการนำเทคโนโลยีสแกนม่านตานี้มาใช้เป็นรุ่นแรกของโลกนั่นคือ Fujitsu Arrows NX F-04G โดยจะทำงานร่วมกันกับกล้องถ่ายภาพที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ส่งผลให้สามารถปลดล็อคตัวเครื่องในเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น และหลังจากนั้นมือถือที่ได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ก็ได้แก่

  • Microsoft Lumia 950 และ Lumia 950 XL 
  •  Fujitsu Arrows NX F-04G
  • Vivo X5Pro
  • ZTE Grand S3
  • Alcatel Idol 3
  • UMI Iron
  • LG G5 (ข่าวลือ)
  • Galaxy S7 (ข่าวลือ)

จะเห็นได้ว่ามือถือแต่ละรุ่นนั้นอยู่ในช่วงราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นไม่แน่ว่ามือถือรุ่นใหม่ๆ ในปีนี้อาจรองรับเทคโนโลยีนี้กันมากขึ้น ในราคาที่เรานั้นสามารถจับต้องได้ง่ายๆ และไม่แน่ว่าเทคโนโลยีสุดล้ำนี้อาจจะกลายเป็นเทคโนโลยีธรรมดาๆ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้

 

USB Type-C

 

USB-Type-C

 

แน่นอนว่าหากพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกวันนี้ USB Type-C จะต้องเป็นเทคโนโลยีที่มีคนพูดถึงอย่างแน่นอน และมือถือแบรนด์แรกที่มาพร้อมกับ USB Type-C นั่นคือ LeTV และรุ่นที่มาพร้อมกับ USB Type-C นั้นก็ได้แก่ LeTV One Pro และ LeTV Max ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้นั้นได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในประเทศจีนก่อนหน้ามือถือที่เราคุ้นเคยอย่าง OnePlus 2, Google Nexus 6P, Google Nexus 5X, Microsoft Lumia 950 และ Microsoft Lumia 950 XL จะเริ่มใช้เทคโนโลยี USB Type-C มาเป็นพอร์ทในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือชาร์จแบตเตอรี่

จุดเด่นของ USB Type-C นั่นคือเราสามารถเสียบได้ทั้งสองด้านซึ่งจะต่างจาก Micro USB ที่จะสามารถเสียบได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น และนอกจากนี้ USB Type-C ยังรองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงอย่าง USB 3.1 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีมือถือบางรุ่นที่ยังคงใช้งาน USB 2.0 อย่างเช่น OnePlus 2 และมือถือ Nexus รุ่นใหม่ และจะเห็นได้ว่ามีการนำ USB Type-C มาใช้ในมือถือรุ่นใหม่ๆ บ้างแล้วดังนั้นไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ USB Type-C อาจจะกลายเป็นพอร์ทที่เรานั้นใช้เชื่อมต่อกันตามปกติก็เป็นได้

 

3D Touch/Forch Touch

 

3DTouch

 

หลายคนคงจะเข้าใจว่า Apple เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่นี้ออกมาสู่สายตาชาวโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว Huawei  ต่างหากที่เป็นบริษัทแรกที่ได้มีการเปิดตัว  Pressure Sensitive Display หรือหน้าจอที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดได้ในรุ่น Huawei Mate S ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กันยายน 2015 ก่อนที่ Apple จะเปิดตัว  iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่จะมาพร้อมกับ 3D Touch ในวันที่ 9 กันยายน 2015 ซึ่ง 3D Touch นั้นเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อว่าหลังจากการเปิดตัวคงรู้จักและได้ลองใช้งานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างแน่นอน

และล่าสุดได้มีข่าวลือออกมาว่า Samsung Galaxy S7 นั้นก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Force Touch เช่นเดียวกันอีกด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี Force Touch / 3D Touch บนหน้าจอมือถือนั้นอาจจะกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงระยะเวลาภายใน 12 เดือนนับจากนี้ และไม่แน่ว่ามือถือสัญชาติจีนรุ่นใหม่ๆ อาจใส่เทคโนโลยีนี้ลงในมือถือรุ่นราคากลางๆ ที่กำลังจะมีการเปิดตัวในปีนี้ก็เป็นได้

 

หน้าจอกันแตก

 

0f2f95eacbca1a0aeec3a61aa11fea5335ab9f5b

หน้าจอแตกเป็นฝันร้ายของคนใช้มือถือทุกคน เพราะเราจะต้องเสียยค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งถ้าเรานั้นสามารถจ่ายเป็นแบบชิ้นๆ ได้ก็ยังพอไหวแต่ถ้าต้องจ่ายแบบจอชุดก็เท่ากับว่าเราจ่ายค่าซ่อมในราคาที่ซื้อเครื่องใหม่ได้เลย แต่ล่าสุดก็ได้มีนวัตกรรมหน้าจอกันแตกออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมือถือรุ่นแรกของโลกที่มีฟีเจอร์นี้ก็ได้แก่ Motorola Droid Turbo 2 ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2015 ที่ผ่านมาและได้สร้างกระแสความสนใจไม่น้อย

โดย Motorola เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า ShatterShield ซึ่งจะใช้โครงสร้างถึง 5 ชั้น ซึ่งได้มีผลการทดสอบออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเรื่องของความทนทานในการกระแทก และจะเป็นอย่างไรหากเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในมือถือในราคาที่เรานั้นสามารถจับต้องได้ เรียกว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ และนี่คือ ฟีเจอร์สุดล้ำในปีที่ผ่านมาก่อนที่อาจจะกำลังกลายเป็นฟีเจอร์พื้นๆ สำหรับมือถือรุ่นใหม่ๆ ในปีนี้ก็เป็นได้ แล้วเพื่อนๆ คิดอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องนี้ อย่าลืมแสดงความคิดเห็นลงในช่องแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างของเราด้วยนะครับ ขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามจนถึงตอนนี้ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ 🙂

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..