
แนะนำ 10 โทรศัพท์กันน้ำ IP67/IP68 ราคาในงบ 10000 บาทปี 2025 เล่นน้ำโดนฝนสบายๆ ไม่ต้องกลัวพัง
ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์ทีไร สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเล่นน้ำ ซึ่งโทรศัพท์มือถือในช่วงหลังๆ มานี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นมือถือรุ่นสเปคกลางในงบ 10000 บาท ก็สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ดีแล้ว ไม่ว่าจะใช้ขับไรเดอร์ลุยฝน หรือว่าจะพกไปเล่นสงกรานต์ด้วยก็ทำได้สบายๆ โดยมือถือที่มาพร้อมมาตรฐาน IP67 และ IP68 นั้นช่วยให้เราใช้งานได้อย่างมั่นใจ แม้จะโดนน้ำหรือฝนตกหนัก วันนี้ทาง Specphone เลยจะมาแนะนำ 10 โทรศัพท์กันน้ำที่น่าสนใจในปี 2025 ราคาอยู่ในงบ 10,000 บาท บวกลบไม่เกิน 3,000 บาท พร้อมสเปคและจุดเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อช่วยให้เลือกซื้อได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด
10 โทรศัพท์กันน้ำ IP67/IP68 ราคาในงบ 10000 บาทปี 2025

1. realme 14 5G: ราคา 11,999 – 13,999 บาท
เริ่มต้นกันด้วยโทรศัพท์กันน้ำตัวแกร่ง ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 4 และ RAM 12GB ใช้เล่นเกมได้อย่างไหลลื่น มีประสิทธิภาพสูง หน้าจอเป็นแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz ให้ภาพคมชัดและสีสันสดใส และยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่รองรับชาร์จไว ใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีความทนทานระดับสูงสุด IP69 ป้องกันน้ำและฝุ่นได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมือถือเกมมิ่งที่ครบเครื่องในราคาคุ้มๆ สั่งซื้อที่ realme
- ความทนทาน: IP68/ IP69
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 6 Gen 4 | RAM/ROM: 12GB/ 256-512GB
- กล้องหน้า: 16MP
- กล้องหลัง: 50MP + กันสั่น OIS
- แบตเตอรี่: 6,000mAh ชาร์จไว 45W

2. Samsung Galaxy A26 5G: ราคา 10,999 บาท
โทรศัพท์กันน้ำได้ในงบ 10000 จาก Samsung ที่รุ่นนี้เป็นรุ่นสเปคกลางๆ ของซีรีส์ มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะโดนฝน หรือเล่นน้ำก็ตาม มีหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว เล่นลื่นด้วย Refresh Rate 120Hz และได้ชิปเซ็ตตัวแรงพร้อม RAM 8GB และความจุแน่นๆ ถ้าไม่พอก็เพิ่มด้วย MicroSD ได้อีก จุเด่นอีกอย่างก็คือกล้องหลัง 3 ตัว 50MP สำหรับถ่ายภาพในทุกมุมมอง กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และรองรับชาร์จเร็วได้ด้วย สั่งซื้อที่ Samsung
- ความทนทาน: IP67
- หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Exynos 1380 | RAM/ROM: 8GB/ 256GB
- กล้องหน้า: 13MP
- กล้องหลัง: 50MP + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5000mAh ชาร์จเร็ว 25W

3. Samsung Galaxy A36 5G: ราคา 11,999 บาท
มือถือจาก Samsung อีกหนึ่งรุ่นที่โทรศัพท์กันน้ำได้ในงบ 10000 บาท แต่มีสเปคที่สูงขึ้นมาอีกนิด มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 ใช้โดนฝนเล่นน้ำได้สบายๆ รุ่นนี้มีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้วเล่นได้ลื่น 120Hz เช่นกัน แต่ว่าตัวนี้จะได้ชิปเซ็ตของ Snapdragon พร้อมแรม 8GB เล่นเกมได้ดีงาม และยังมีกล้องหลัง 3 ตัว 50MP พร้อม OIS ที่ถ่ายวิดีโอได้ 4K ใครจะเน้นถ่ายรูปด้วยก็เหมาะ มีแบตใหญ่รองรับชาร์จไวให้ครบ สั่งซื้อที่ Samsung
- ความทนทาน: IP67
- หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 6 Gen 3 | RAM/ROM: 8GB/ 128GB
- กล้องหน้า: 12MP
- กล้องหลัง: 50MP + 8MP + 5MP
- แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ขนาด 5000mAh รองรับชาร์จไว 45W

4. OPPO A5 Pro 5G: ราคา 7,999 – 9,999 บาท
โทรศัพท์กันน้ำได้ในราคาไม่เกิน 10000 บาทจาก OPPO ที่มีฟีเจอร์กันน้ำแบบแกร่งๆ ไปเลยทั้งความแข็งแรงจากตัวเครื่องที่ได้เกรดความทนทานระดับทหาร และมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่น IP69 พร้อมลุยได้ทุกที่ สัมผัสได้แม้หน้าจอเปียกหรือขณะใส่ถุงมือ มีหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz ไถจอได้ลื่นๆ ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 6300 ที่รองรับ 5G มีแรมมาให้เลือก 2 รุ่นคือ 6-8GB กับความจุที่ต่างกันด้วย นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และชาร์จไว มั่นใจได้ทั้งวัน สั่งซื้อที่ OPPO
- ความทนทาน: IP69
- หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด HD+/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 6300 | RAM/ROM: 6-8GB/ 128-256GB
- กล้องหน้า: 8MP
- กล้องหลัง: 50MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5800mAh ชาร์จไว 45W

5. OPPO Reno 13F 5G: ราคา 12,999 – 14,999 บาท
โทรศัพท์กันน้ำได้จาก OPPO อีกหนึ่งรุ่นที่รุ่นนี้มีสเปคโดดเด่นในหลายๆ ด้าน สามารถกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69 ถือเล่นน้ำ โดนฝน หรือหล่นน้ำได้หายห่วง หน้าจอมีขนาดกำลังดี 6.67 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon และแรมขนาด 12GB มีความจุให้เลือกสองรุ่น เล่นเกมหรือใช้งานทั่วไปก็ยังดี นอกจากนี้ยังมีกล้องที่เอาไว้ถ่ายรูปได้สวยๆ ทั้งการถ่ายทั่วไป หรือว่าถ่ายบุคคลได้ดี ใช้งานร่วมกับ AI ได้อีกด้วย สั่งซื้อที่ OPPO
- ความทนทาน: IP69
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 6 Gen 1 | RAM/ROM: 12GB/ 256-512GB
- กล้องหน้า: 32MP
- กล้องหลัง: 50MP + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5800mAh ชาร์จไว 45W

6. Redmi Note 14 Pro 5G: ราคา 11,990 บาท
โทรศัพท์กันน้ำได้จาก Redmi ที่มีราคาอยู่ในงบ 10000 บาท ตัวเครื่องมีมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 สเปคคุ้มจัดๆ ถือเล่นน้ำหรือโดนฝนได้เลยไม่มีปัญหา มีหน้าจอขนาด 6.67 นิ้วความละเอียดสูง พร้อมรองรับรีเฟรชเรต 120Hz เล่นได้ลื่น และความสว่างสูงสุดถึง 3000 nits มาพร้อมกับชิปที่แรงกับแรม 12GB ความจุเยอะ และอีกหนึ่งจุดเด่นก็คือกล้องหลังที่ถ่ายได้คมชัดความละเอียด 200MP ในระดับโปร เป็นอีกรุ่นที่มีทั้งราคาและสเปคคุ้มมากๆ สั่งซื้อที่ Redmi
- ความทนทาน: IP68
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 7300-Ultra | RAM/ROM: 12GB/ 256GB
- กล้องหน้า: 20MP
- กล้องหลัง: 200MP + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5110mAh ชาร์จไว 45W

7. POCO X7 Pro: ราคา 11,990 – 12,990 บาท
มาต่อกันที่โทรศัพท์กันน้ำจาก POCO กันบ้างที่รุ่นนี้มีสเปคครบทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมด้วยชิปตัวแรง พร้อมกับแรม 12GB กับความตจุให้เลือก 2 รุ่นในราคาต่างกันเล็กน้อย หรือว่าจะเป็นการถ่ายรูปที่มีกล้องหลังทรงพลังก็ยังได้ หน้าจอมีความคมชัดขนาด 6.67 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และสว่างสูงสุดถึง 3200 nits นอกจากนี้ยังมีแบตอึดมากๆ รองรับชาร์จไวได้เร็วสุดๆ ที่สำคัญคือกันน้ำกันฝุ่นที่ระดับ IP68 เล่นน้ำโดนฝนได้เลย สั่งซื้อที่ POCO
- ความทนทาน: IP68
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 8400-Ultra | RAM/ROM: 12GB/ 256-512GB
- กล้องหน้า: 20MP
- กล้องหลัง: 50MP + 8MP
- แบตเตอรี่: 6000mAh ชาร์จไว 90W

8. POCO X7: ราคา 7,999 – 9,999 บาท
โทรศัพท์กันน้ำได้จาก POCO อีกหนึ่งรุ่นที่มีสเปครองลงมา ทั้งสเปคราคาที่ไม่เกิน 10000 บาท แต่ก็ยังคงมีมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ใช้เล่นน้ำหรือโดนฝนได้ไม่แพ้กัน จุดเด่นอีกอย่างก็คือรุ่นนี้ได้กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 50MP และชิปที่ใช้เล่นเกมได้ลื่นๆ มีให้เลือก 2 รุ่นความจุเช่นกัน ส่วนหน้าจอนั้นมีสเปคเหมือนกันที่มีขนาด 6.67 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 120Hz เล่นลื่นคมชัด และแบตที่ความจุน้อยลงมาหน่อย แต่ก็ยังใช้งานได้ทั้งวันแน่นอน ใครอยากได้มือถือไว้เล่นน้ำในราคาเบาๆ สเปคคุ้มๆ ก็ต้องรุ่นนี้แหละ สั่งซื้อที่ POCO
- ความทนทาน: IP68
- หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 7300-Ultra | RAM/ROM: 8-12GB / 256-512GB
- กล้องหน้า: 20MP
- กล้องหลัง: 50MP + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5110mAh ชาร์จไว 45W

9. realme C75: ราคา 5,799 – 8,499 บาท
อีกหนึ่งรุ่นจาก realme ที่รุ่นนี้มีความแข็งแกร่งอีกเช่นกัน แถมยังมีราคาประหยัดที่ไม่เกิน 10000 บาท ด้วยสเปคที่สามารถกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69 และการป้องกันตัวเครื่องที่ครอบคลุมรอบด้านด้วย ArmorShel ร่วงหล่นกระแทกหรือลงน้ำได้ไม่มีปัญหา รุ่นนี้มาพร้อมกับชิประดับกลางที่เอาไว้เล่นเกมได้ ถ่ายรูปได้ดีในระดับทั่วไป และหน้าจอขนาดใหญ่ 6.72 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 90Hz เล่นได้ลื่นพอดีๆ กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6000mAh ชาร์จไวได้ด้วย สั่งซื้อที่ realme
- ความทนทาน: IP69
- หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.72 นิ้ว ความละเอียด FHD+/ 90Hz
- ชิปเซ็ต: Helio G92 Max | RAM/ROM: 8GB/ 128-256GB
- กล้องหน้า: 8MP
- กล้องหลัง: 50MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 6000mAh ชาร์จไว 45W

10. vivo V40 5G: ราคา 13,999 – 15,999 บาท
ปิดท้ายด้วยโทรศัพท์กันน้ำได้จาก vivo ที่รุ่นนี้เป็นตัวซีรีส์เก่าพร้อมราคาที่ลดลงมาอยู่หมื่นต้นๆ ถึงแม้ว่าจะมีราคาแรงกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ก็แลกมากับสเปคที่ใช้งานได้ทุกรูปแบบ สามารถกันน้ำกันฝุ่น IP68 และกันกระแทกได้รอบด้าน หน้าจอมีขนาดใหญ่มากด้วยขนาด 6.78 นิ้วความละเอียดสูง รองรับรีเฟรชเรต 120Hz รวมถึงชิปตัวแรงที่มีแรมสูงสุด 12GB เล่นเกมได้ลื่น เสริมด้วยกล้องหลังเลนส์ ZEISS ความละเอียด 50MP ถ่ายรูปได้สวยๆ ทุกช่วงเวลา สั่งซื้อที่ vivo
- ความทนทาน: IP68
- หน้าจอ: 3D AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K/ 120Hz
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 7 Gen 3 | RAM/ROM: 12GB/ 256-512GB
- กล้องหน้า: 50MP
- กล้องหลัง: 50MP + 50MP
- แบตเตอรี่: 5500mAh ชาร์จไว 80W
โทรศัพท์กันน้ำ IP67/IP68 ระดับไหนกันน้ำได้เท่าไหร่บ้าง
มาตรฐาน IP67 และ IP68 เป็นระดับการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ได้รับการรับรองจากสากล โดย IP67 สามารถกันน้ำลึกได้สูงสุด 1 เมตร เป็นเวลานานถึง 30 นาที เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น โดนน้ำฝนหรือเผลอทำตกน้ำ ส่วน IP68 มีความสามารถในการกันน้ำได้ดีกว่า โดยสามารถอยู่ในน้ำลึกถึง 1.5-2 เมตร เป็นเวลานาน 30 นาทีหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับรุ่นของโทรศัพท์ และที่แกร่งสุดคือ IP69 ถือเป็นระดับการป้องกันน้ำและฝุ่นที่สูงที่สุดในปัจจุบัน ทนต่อแรงดันน้ำสูงจากทุกทิศทาง และอุณหภูมิสูงอีกด้วย
เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐาน IP64 และ IP65 ซึ่งกันน้ำได้เพียงละอองน้ำหรือการฉีดน้ำเบาๆ ระดับ IP67/IP68 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจในการใช้งานในสถานการณ์ที่โทรศัพท์มีโอกาสสัมผัสน้ำมากกว่า เช่น เล่นน้ำ หรือเจอกับฝนตกหนัก
คำถามที่คนมักค้นหา (FAQ)
- โทรศัพท์กันน้ำ IP67/IP68 กันน้ำได้จริงไหม?
- สามารถกันน้ำได้จริงในระดับที่กำหนด
- โทรศัพท์กันน้ำจำเป็นแค่ไหน?
- จำเป็นสำหรับคนที่ใช้งานอย่างไรเดอร์ในหน้าฝน ทำงานที่ต้องเจอน้ำบ่อยๆ หรือกีฬากลางแจ้ง และเล่นน้ำสงกรานต์
- โทรศัพท์กันน้ำสามารถใช้ถ่ายรูปใต้น้ำได้ไหม?
- บางรุ่นสามารถใช้ถ่ายรูปใต้น้ำได้แบบเร็วๆ
- โทรศัพท์กันน้ำราคาแพงกว่ารุ่นทั่วไปหรือไม่?
- ราคาอาจสูงกว่ารุ่นทั่วไปเล็กน้อย แต่ในปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายที่ราคาไม่แพงมาก
- ถ้าโทรศัพท์ตกน้ำแต่ไม่มีมาตรฐาน IP จะทำอย่างไร?
- ควรรีบนำเครื่องขึ้นจากน้ำ ปิดเครื่องทันที และนำไปซ่อมโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
โทรศัพท์กันน้ำเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับ คนใช้งานที่ต้องการความมั่นใจในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะรุ่นที่มีมาตรฐาน IP67/IP68 ซึ่งสามารถป้องกันทั้งน้ำและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์ในงบประมาณ 10,000 บาท บวกลบไม่เกิน 3-4,000 บาท รุ่นที่แนะนำไปทั้งหมดนี้ล้วนตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคาและฟังก์ชัน สำหรับการเลือกซื้อ ก็ควรดูความต้องการและการใช้งานของตัวเองเป็นหลักด้วย เพื่อให้ได้โทรศัพท์ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด