เปรียบเทียบภาพถ่ายจาก Nokia Lumia 920 กับ iPhone 5

BY ZeroSystem | POSTED ON 3, 12, 2012 04:12pm | VIEWS
เปรียบเทียบภาพถ่ายจาก Nokia Lumia 920 กับ iPhone 5

สืบเนื่องจากบทความรีวิว Nokia Lumia 920 นั้นมีเนื้อหาที่ค่อนข้างยาวอยู่แล้ว ประกอบกับจุดขายที่เด่นที่สุดของ Nokia Lumia 920?ก็คือกล้องถ่ายรูปที่ใช้เทคโนโลยี PureView เราจึงขอแยกส่วนของการเปรียบเทียบภาพถ่ายระหว่าง Nokia Lumia 920 ประชันกับ iPhone 5 มาเป็นบทความนี้อีกบทความหนึ่งนะครับ เพราะภาพตัวอย่างมีค่อนข้างเยอะทีเดียว

ซ้าย : ภาพจาก Nokia Lumia 920

ขวา : ภาพจาก iPhone 5

ในการถ่ายภาพที่สภาวะแสงปกติ ก็พบว่าภาพที่ได้จากทั้ง Nokia Lumia 920 มีสีสันที่ต่างจาก iPhone 5 ไม่มากนัก แต่ที่เห็นได้ง่ายหน่อยก็คือเรื่องรายละเอียดภายในภาพแรก ที่ภาพจากกล้องของ Lumia 920 จะเก็บรายละเอียดส่วนมืดของภาพได้ดีกว่า แต่ตรงข้ามกับภาพที่สองที่เหมือน iPhone 5 จะให้รายละเอียดในฉากมืดได้ดีกว่าเล็กน้อย (ภาพจาก Lumia 920 จะยาวกว่า เพราะเป็นการถ่ายด้วยค่า default นั่นคืออัตราส่วนภาพ 16:9)

แต่พอมาดูรูปที่สาม จะเห็นว่าภาพจาก Lumia 920 จะดูอมเขียวกว่าเล็กน้อย สังเกตได้จากกิ่งไม้ตรงกลางที่โทนสีเขียวดูเข้มกว่าภาพของ iPhone 5 ถ้าใครที่ชอบสีเขียวสดๆ ของต้นไม้ใบหญ้าคงจะชอบภาพจาก Lumia 920 แน่ๆ ครับ ซึ่งความอมเขียวของภาพนี้ก็มีที่มาครับ ลองดูจากภาพชุดต่อไปกันเลย

ภาพบนเป็นภาพการถ่ายเพดานห้องที่ผมทดลองถ่ายแล้วไปเจอโดยบังเอิญ คือเป็นระหว่างการทดสอบว่าเวลาวางแหล่งกำเนิดแสงไว้ตรงขอบภาพ จะทำให้เกิดแฟลร์สีชมพูมากเท่ากับของ iPhone 5 หรือไม่ แต่ดันไปพบว่าภาพที่ได้จาก Nokia Lumia 920 มันกลายเป็นสีเขียวไปเลย ผิดจากของ iPhone 5 ที่ค่อนข้างตรงกับสีของสภาพแวดล้อมจริงๆ มากกว่า จากที่ลองหลายๆ ครั้งก็พบว่าเป็นเช่นเดิม ถ้าเป็นไปได้ ใครที่มี Nokia Lumia 920 ในมือ จะลองทดสอบด้วยก็ได้นะครับ ว่าเป็นอย่างที่ผมเจอหรือเปล่า

พิสูจน์อีกภาพหนึ่งด้วยถ่ายผลส้มที่มีแหล่งกำเนิดแสงเป็นไฟนีออนอยู่บนเพดานบ้างครับ (ถ่ายแบบออโต้ทั้งคู่) พบว่าผิวของส้มกลายเป็นสีอมเขียวไปเลย ผิดจากภาพของ iPhone 5 ที่ดูเป็นสีส้มมากกว่า

จึงพอจะสันนิษฐานได้จากสามภาพข้างต้น (และอีกหลายๆ ภาพที่ไม่ได้ลง) ว่า Nokia Lumia 920 น่าจะตั้งค่าของ White Balance ในเครื่องให้มาไม่ตรงกับ 6500k ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานของแสงกลางปกติ ทำให้เวลาที่ต้องถ่ายภาพภายใต้สภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสีของแสงไม่ปกติ ระบบจะทำการชดเชยให้ แต่เนื่องจากค่าที่ตั้งไว้แต่แรกไม่ใช่ 6500k ทำให้ภาพที่ได้มีอุณหภูมิสีผิดไปจากที่ควรจะเป็น

ลองถ่ายไฟวัตถุใต้แสงไฟในศูนย์อาหารของพารากอนดูครับ (ไฟเป็นสีส้มๆ) โทนสีของภาพค่อนข้างต่างกันมากทีเดียวคือภาพของ Lumia 920 จะดูตรงกับสีของวัตถุจริงๆ มากกว่า แต่ภาพของ iPhone 5 จะดูตรงกับสิ่งที่ตาเห็นใต้แสงไฟมากกว่า ดังนั้นก็พอจะจำแนกได้ระดับหนึ่งว่ากล้องของ Nokia Lumia 920 ไม่ค่อยถูกกับการถ่ายภาพใต้แสงไฟฟลูออเรสเซ้นท์เท่าไร แต่ไปด้วยกันได้ดีกับแสงไฟส้มๆ นวลๆ มากกว่า

คราวนี้มาลองถ่ายวิวริมทะเลยามเช้ากันดีกว่าครับ เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำเลย สังเกตได้ว่าภาพจาก Nokia Lumia 920 จะติดเป็นโทนสีน้ำเงินมากกว่า สีสันดูจัดจ้านกว่า contrast ของวัตถุในภาพดูเข้มกว่า ซึ่งภาพแบบนี้ดูแล้วน่าจะถูกใจหลายๆ คนครับ เพราะมันสวยเอาเรื่อง แบบไม่ต้องพึ่งกล้อง DSLR เลย

แต่ถ้าถามถึงความถูกต้องตามสภาพแวดล้อมจริงๆ แล้ว พบว่าภาพที่ได้จาก iPhone 5 (ภาพแถบขวา) มีความถูกต้องกับสภาพจริงมากกว่า ดูภาพแล้วดูเป็นยามเช้ามากกว่า ภาพของ Nokia Lumia 920 ดูคล้ายๆ จะเป็นช่วงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปหน่อย เนื่องจากการแต้มสีเพิ่มของระบบ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันถ่ายวิวสวยจริงๆ

แต่พอลองถ่ายแบบเจอกับดวงอาทิตย์ตรงๆ (โฟกัสที่เขาตรงกลางภาพ) พบว่าภาพจาก iPhone 5 ดูมืดกว่า และเก็บรายละเอียดส่วนผิวทรายได้ไม่ดีเท่า Nokia Lumia 920 ซึ่งดูภาพฟุ้งๆ กว่าเล็กน้อย แต่ยังเห็นรายละเอียดในภาพได้ชัดเจนกว่า

ลองโคลสอัพวัตถุกันบ้าง ตำแหน่งที่ถ่ายก็เป็นริมทะเลเช่นเดิมครับ เรื่องการเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆ ในภาพดูใกล้เคียงกัน แต่เรื่องความชัดตื้น-ชัดลึกของภาพ ดูจะเป็น Nokia Lumia 920 ที่ทำได้ดีกว่า ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากตัวเลนส์ที่มีความกว้างรูรับแสงสูงสุด f/2.0 เท่านั้น ในขณะที่ iPhone 5 มีค่าสูงสุดเพียง f/2.4 ทำให้ Lumia 920 สามารถถ่ายภาพในแบบ “หน้าชัดหลังเบลอ” ได้ดีกว่า iPhone 5

ต่อมาเรามาเทียบการถ่ายภาพในที่มืดและที่ที่มีแสงน้อยกันบ้าง ซึ่งจุดนี้เรียกได้ว่าเป็น killer feature ของ Nokia Lumia 920 ที่ใช้ PureView Technology กันเลยทีเดียว

แค่ภาพแรกก็ชัดเจนแล้วครับ ว่า Nokia Lumia 920 สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีกว่าแม้จะไม่ได้เปิดแฟลชช่วย โดยค่าของรูรับแสง, ความไวชัตเตอร์และค่าความไวแสง (ISO) ของแต่ละภาพเป็นดังนี้ครับ

Nokia Lumia 920 : f/2.0; 1/6 วินาที; ISO 640

iPhone 5 : f/2.4; 1/15 วินาที; ISO 800

ตัวของ Lumia 920 นั้นได้เปรียบในการถ่ายภาพในที่มืดเต็มๆ ก็ตรงที่ค่าความกว้างของรูรับแสงที่กว้างกว่าซึ่งเป็นเรื่องของตัวเลนส์เอง รวมไปถึงระบบยังพยายามปรับให้ระยะเวลาการเปิดปิดม่านชัตเตอร์ที่ช้าถึง 1/6 วินาที เพื่อเก็บแสงโดยรอบมาให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้ภาพมีความสว่างกว่า แต่ด้วยวิธีนี้มันก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการสั่นไหวของภาพ เนื่องจากม่านชัตเตอร์ที่เปิดค้างไว้นานถึง 1/6 วินาที ซึ่งค่อนข้างจะเกินความสามารถของมือในการถือวัตถุให้นิ่งๆ ได้ ยิ่งตัวของ Lumia 920 เองมีน้ำหนักที่มากอยู่แล้วด้วย ข้อนี้จึงอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้เหมือนกัน

ส่วนอีกค่าหนึ่งที่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือ ISO หรือค่าความไวแสงครับ เนื่องด้วย iPhone 5 มีความสามารถในการเปิดรูรับแสงได้ไม่เท่า Lumia 920 ทำให้ต้องไปปรับค่าอื่นแทน จะไปปรับค่าความไวชัตเตอร์ก็ไม่ดี เพราะถ้าปรับให้นานเกิน ภาพอาจจะสั่นเบลอได้ จึงเหลือทางออกทางเดียวนั่นคือเพิ่มค่า ISO ขึ้นไปให้สูงถึง 800 ซึ่งถ้าเป็นกล้อง DSLR ที่เซ็นเซอร์ใหญ่กว่านี้ ค่า ISO 800 คงไม่ส่งผลอะไร แต่กับเซ็นเซอร์ของกล้องมือถือ การเร่ง ISO ถึง 800 สิ่งที่จะตามมาก็คือ noise หรือจุดรบกวนบนภาพ ซึ่งเกิดจากการพยายามเร่งความสว่างในภาพของระบบ ทำให้ภาพที่ถ่ายในที่มืดของ iPhone 5 มี noise มากกว่า ครับ ถ้าจะให้เห็นชัดๆ ก็ชมภาพด้านล่าง ซึ่งมาจากการ crop 100% ตรงจุดของทีวีได้เลย

ถ้าสังเกตจากแถบลำโพงสีเทาข้างๆ ทีวี จะเห็นปริมาณ noise ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฝั่ง iPhone 5 จะเห็นเป็นเม็ดๆ เลย แต่ฝั่งของ Lumia 920 จะดูน้อยกว่า เนื่องจากเซ็นเซอร์รับภาพที่ดีกว่า ใช้ ISO น้อยกว่า รวมไปถึงระบบยังทำการเกลี่ย noise ไปพอสมควร ภาพจึงดูดีและใช้งานได้จริงกว่าภาพของ iPhone 5

ชุดต่อมาเป็นการถ่ายไฟแสงสีในเมืองบ้างครับ ถ้าดูโดยรวมจะพบว่าภาพของ Lumia 920 ดูสว่างกว่าจริงๆ แต่มีข้อเสียคือแสงไฟมันฟุ้งไปหมด ต่างกับของ iPhone 5 ที่ดูมืดกว่า แต่แสงไม่ฟุ้ง

ว่างๆ ระหว่างรอรถเมล์ เลยหยิบมาถ่ายเทียบกันครับ พบว่า Nokia Lumia 920 สามารถเก็บรายละเอียดภาพในเวลากลางคืนได้ดีกว่ามาก แต่ถ้าสังเกตจากส่วนของรถ จะพบว่า iPhone 5 สามารถเก็บภาพรถได้ดีกว่า แต่ของ Lumia 920 จะมองเห็นรถวิ่งเป็นแค่เส้นไฟที่วิ่งผ่านเท่านั้น (ส่วนแท็กซี่สีน้ำเงินคันนั้น เขาจอดรถนิ่งๆ ครับ)

โดยสามารถอธิบายได้คือ ภาพจากกล้องของ Lumia 920 ใช้เวลาในการเปิดชัดเตอร์นานถึง 0.3 วินาที แต่ภาพของ iPhone 5 ใช้เวลาในการเปิดชัดเตอร์เพียง 1/15 วินาทีเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นขีดจำกัดสุดๆ ของ iPhone 5 แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไรที่ Nokia Lumia 920 จะถ่ายในที่มืดได้ดีกว่า เพราะสามารถเก็บแสงโดยรอบมาได้มากกว่านั่นเอง

ด้านการเก็บรายละเอียดของภาพในที่แสงน้อย เป็นอีกจุดเด่นของ Nokia Lumia 920 เลย เนื่องจากการที่ภาพสว่างกว่านี่เอง ทำให้สามารถมองเห็นวัตถุในภาพได้มากกว่า อย่างในภาพบนพบว่าภาพจาก iPhone 5 นั้นแทบไม่เห็นต้นไม้ข้างหลังแล้ว แต่ภาพของ Lumia 920 ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ส่วนภาพชุดนี้ก็ยืนยันให้เห็นได้ชัดว่าภาพจาก Nokia Lumia 920 มันดูสว่างกว่าจริงๆ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จุดที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงหลายๆ จุดในภาพดูฟุ้งกว่าภาพจาก iPhone 5 มาก จนบางภาพดูไม่สวยไปเลย เช่นในภาพสุดท้าย ซึ่งผมลองโฟกัสไปที่ป้ายไฟตรงๆ ทั้งสองภาพ ผลออกมาต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในรายของ Lumia 920 สามารถแสดงรายละเอียดส่วนอื่นๆ ของภาพได้ดีก็จริง แต่ป้ายร้านที่ผมตั้งใจถ่ายมันกลายเป็นสว่างเกินไปจนอ่านลำบาก ในขณะที่รายละเอียดภาพโดยรวมของ iPhone 5 ดูมืดกว่า แต่ยังนำภาพไปใช้งานต่อได้ไม่ยากนัก จะเอาไปเขียนบล็อก อัพรีวิวร้านอาหารก็ยังทำได้เลย

ภาพพาโนรามาจาก iPhone 5?

ภาพพาโนรามาจาก Nokia Lumia 920

ส่วนการถ่ายภาพด้วยโหมดพาโนรามานั้น พบว่ามุมมองของภาพที่ได้จาก iPhone 5 จะดูมีองศาภาพในแนวตั้งที่มากกว่าพอสมควรเลยทีเดียว

โดยใครที่สนใจจะดาวน์โหลดภาพแบบเต็มๆ ไปชม สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ ผมทำแยกไว้ให้แล้ว

ภาพเปรียบเทียบ :?http://www.mediafire.com/?oxbvtb6815fu29f

ภาพทั้งหมดของ Nokia Lumia 920 :?http://www.mediafire.com/?f13sqebf5c6kiwd

ภาพทั้งหมด iPhone 5 :?http://www.mediafire.com/?cckrx92rvs8t6yf

สรุปรีวิวส่วนภาพถ่าย

กล้องของ Nokia Lumia 920 นั้น จัดว่าเป็นฮาร์ดแวร์กล้องที่ยอดเยี่ยมมาอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของชุดเลนส์จาก Carl Zeiss และเทคโนโลยี PureView ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในที่มืดได้ดีกว่ากล้องสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ แต่น่าเสียดายที่ส่วนของซอฟต์แวร์ในการจัดการและปรับแต่งภาพยังไม่ดีนัก ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องตั้งค่าและการชดเชยอุณหภูมิสี ซึ่งส่งผลให้ภาพติดโทนเขียวอย่างชัดเจน นอกจากนี้ส่วน UI ของซอฟต์แวร์กล้องใน Windows Phone 8 ยังไม่มีอะไรให้ปรับมากนัก จึงอาจจะดูเหมือนไม่สามารถเรียกใช้งานประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจุดนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากครับ อย่างน้อยส่วนของ Metering Mode ที่ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนวิธีการวัดและชดเชยแสงก็น่าจะมีให้ปรับได้บ้าง ขนาด HTC HD7 ที่ใช้ Windows Phone 7.5 ยังมีให้เลือกปรับได้เลย

ก็หวังว่าในส่วนนี้จะได้รับการแก้ไขในเชิงซอฟต์แวร์โดยเร็วนะครับ ส่วนฮาร์ดแวร์นั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย Nokia Lumia 920 มันเจ๋งจริงๆ !!

Comments
©2018 SPECPHONE.COM - All rights reserved.