หลังจากที่ Microsoft ได้ปล่อยตัว Windows 8 Developer Preview มาให้ลองเล่นกัน ก็พบว่ามีคนสนใจมากพอตัว เพราะการปรับปรุงหลายๆ อย่างเช่น ส่วนติดต่อผู้ใช้เเบบใหม่ ความเร็วที่เหนือกว่า Windows 7 ที่ว่าเร็วกันเเล้วเสียอีก ทำให้เกิดความสนใจในตัว Windows 8 กันมากมาย ทางเว็บจึงไปจัดหาเเท็บเล็ตมาลองลงดูว่าการใช้งานเป็นอย่างไรบ้าง

โดยตัวที่เราทดสอบใช้เครื่องของ MSI Windpad 110W ที่ใช้ตัวประมวลผล AMD Fusion Z-01 ความเร็ว 1.0 GHz เป็นตัวทดสอบครับ ก็เป็นการวัดด้วยว่าถ้าสเปคเครื่องเเท็บเล็ต Windows 7 ที่วางขายกันอยู่ตอนนี้พอมาเป็น Windows 8 จะประทับใจกันได้ขนาดไหน

เเต่ก็ต้องขอบอกว่าการรีวิวนี้เป็นเพียงตัว Developer Preview ซึ่งมันอยู่ในช่วงเริ่มต้นยิ่งกว่า Alpha หรือ Beta เสียอีก เพราะฉะนั้นข้อเสียที่เราพบเจออาจจะถูกปรับปรุงในรุ่นวางจำหน่ายจริงก็ได้? : )

 

start

เมื่อวินโดวส์มาก็จะเจอกับหน้าล็อคสกรีน การอันล็อคทำได้โดยการลากหน้าจอขึ้นไปด้านบน เเละจะพบกับหน้า Start เเบบ Metro เเบบด้านบนเป็นหน้าหลัก ถ้าเทียบกับ Windows 7 เเล้วส่วนนี้ก็เหมือนกับปุ่ม Start ที่เมื่อกดเเล้วก็จะมีโปรเเกรมต่างๆ ให้เลือก จุดเปลี่ยนเเปลงที่ใหญ่ที่สุดคือปุ่ม Start ที่เราคุ้นชินมานานหายไปหมดเเล้ว เมื่อเรากดปุ่ม Start จะมาหน้านี้อัตโนมัติเเทน

กรอบต่างๆ ที่เราเห็นนี้ทาง Microsoft เรียกว่า ?Live Tiles? ที่เห็นมานานตั้งเเต่ Windows Phone 7 เเล้ว จุดเด่นสุดของ Live Tiles คือข้อมูลบน Tiles ต่างๆ สามารถเปลี่ยนเเปลงเเละอัพเดทอัตโนมัติได้เพื่อให้เราดูข้อมูลต่างๆ ได้จากการมองเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปคลิกดูข้อมูลในโปรเเกรม เเต่จะมีเเอพบางตัวเท่านั้นที่เป็น Live TIles เช่น News, Tweet@rama, Weather ที่จะบอกข้อมูลต่างๆ ให้เราโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูในโปรเเกรม

touchstart

เมื่อทัชเเล้ว จะเห็นเป็นจุดๆ ตามตำเเหน่งที่เรากด เพื่อให้รู้ว่าเราได้ทัชจุดๆ นั้นเเล้ว ส่วนตัวน่าจะเป็นความรู้สึกทางใจมากกว่าเพราะกดไปเเล้วรู้สึกเหมือนว่ามันตอบสนองตรงจุดที่เรากดนะ เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจดี

normalapp

ไม่ใช่เเค่เเอพเเบบ Metro เท่านั้นที่จะอยู่บนหน้า Start เเอพเเบบ Windows ดั้งเดิมก็มาอยู่ได้ เมื่อเราติดตั้งโปรเเกรม Windows เเบบดั้งเดิมไป

rightmenu

การเรียกเมนูของเเท็บเล็ต ทำได้โดยการลากนิ้ว (swipe) จากด้านขวาเข้ามาในจอ ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับ วัน เวลา สัญญาณ Wireless เเละสถานะเเบตเตอรี่ ส่วนถ้าเรา swipe จากจอด้านซ้ายเข้ามาทางขวาก็จะเป็นการสลับโปรเเกรมที่เปิดไว้ใน Background (รวมไปถึง Desktop ที่ถูกนับเป็นเเอพๆ หนึ่ง) ไปเรื่อยๆ

rightmenudevices

rightmenudevices2

เมนู Devices นั้นคือตั้งค่าการเเสดงผลภายนอก ส่วนนี้คล้ายๆ กับปุ่ม Window + P

search

search2

ส่วนเมนู Seach มีลักษณะป็น Global Search คือสามารถหาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Apps, Setting, Files

search3

ค่า Default จะเป็น Apps เราสามารถเลือกโปรเเกรมทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็นเเบบ Metro หรือ Desktop ถ้าเลือกโปรเเกรมเเบบ Desktop ก็จะเปลี่ยนไปหน้า Desktop พร้อมเรียกโปรเเกรมให้อัตโนมัติ

settingfromrightmenu

settingshutdown

ในหมวด Setting นั้นก็จะเป็นพวกการควบคุมฟังชั่นในเครื่องต่างๆ อย่าง Wi-Fi, ความสว่างของหน้าจอ ที่น่าตกใจสุดคงเป็นปุ่ม Power ที่เป็นที่รวมของ Shutdown, Restart ส่วนตัวคิดว่ามันน่าจะอยู่ข้างนอกสุดน่าจะดีกว่า กดเข้ามาลึกเกิน ใช้ตอนเเรกไม่รู้เลยว่าจะปิดเครื่องยังไงเลยทีเดียว

controlpanel

controlpanel2

Control Panel เเบบ Metro พบว่ามีเมนู Sync PC ด้วย อีกหน่อยน่าจะมีการ Sync การตั้งค่าตั้งกับ Live ID ได้เหมือนกับ Google Account บน Android ทำให้ไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งค่ากันหลายๆ เครื่อง

weather

เเอพ Weather ไว้สำหรับตรวจดูสภาพภูมิอากาศ สามารถเพิ่มหรือลบเมืองได้โดยกดค้างไว้จนเมนูขึ้นมา เเละกดไปที่ Add City หรือ Remove City เพื่อลบเมือง

flashcard

เเอพ Metro ติดเครื่องมาอย่าง Flash Cards ก็เหมือน Flashcard ตามปกติ เเต่ที่ดูเด่นมาคือ Quiz ที่สามารถ interactive กับเราได้พอสมควร เช่นคำถามบวกลบก็ให้เลือกช้อยส์ที่ถูก เป็นเเอพที่เขียนมาดีมาก

paintplay

Paintplay เป็นเหมือน Paint เวอร์ชัน Metro อาจจะเอาไว้วาดหรือเขียนอะไรเล่นๆ ได้

news

news2

เเอพ News เอาไว้อ่านข่าวผ่าน RSS Feed เมื่อคลิกลิงค์ในข่าวก็จะลิงค์ไปยัง Internet Explorer อัตโนมัติ การไล่ข่าวใช้การสกรอลซ้าย ? ขวา ได้อย่างเดียว

socialite

socialitenewsfeed

Socialite เป็นตัวไว้เล่น Facebook หลักๆ เอาไว้ดู News Feed หรือรูปมากกว่า หน้าจอเเบ่งเป็นสองคอลัม เมื่อกดที่ Feed เเล้วช่องขวาจะเลือก Feed ทั้งหมดของหน้านั้นๆ มาอัตโนมัติ สามารถ Like หรือ Comment ผ่านเเอพได้เลย ความเร็วในการใช้งานขึ้นอยู่กับอินเตอร์เน็ตเป็นสำคัญ เพราะเหมือนจะต้องดึงข้อมูลผ่านเน็ตบ่อยมาก

twtrama

Tweet@Rama ก็เอาไว้เล่น Twitter ตามชื่อ เเต่จากฟังชันคงต้องบอกว่ายังสู้ Client ยอดนิยมทุกตัวในตลาดตอนนี้ไม่ได้เลย เเม้ตัวตัว MetroTwit ที่ออกเเบบโดยใช้คอนเซปเดียวกับ Metro ก็ตาม

 

iemetro1

Internet Explorer 10 เวอร์ชัน Metro จุดเด่นคือเรื่องหน้าตาที่ดูสวยงาม URL bar ย้ายมาอยู่ด้านล่างให้กดง่ายขึ้น ที่สำคัญคือความเร็วในการโหลดหน้าเว็บถือว่าทำได้พอๆ กับ iPad 2 เลยทีเดียว ไวมากจนน่าตกใจ

normaliemetro

normaliemetro2

หน้า Internet Explorer เเบบ Metro นั้นจะเป็นหน้าโล่งๆ? เพื่อให้ดูข้อมูลในเว็บได้มากขึ้น เมื่อทัชค้างไว้ก็จะมี URL Bar เเละเเท็บโผล่ขึ้นมา ทำให้เราสลับเเท็บได้ง่ายขึ้น

normaliemetrohtml5video

Internet Explorer Metro นั้นสามารถดู Youtube ได้เเต่ต้องเป็นเเบบ HTML 5 เท่านั้นเพราะไม่สนับสนุน Adobe Flash (เฉพาะ Internet Explorer 10 บน Desktop เท่านั้นที่สามารถเล่น Adobe Flash ได้

keyeng

keyeng2

keyeng3

Onscreen Keyboard ถูกปรับปรุงมาให้เหมาะสมกับหน้าจอเเท็บเล็ตมาก โดยเลย์เอาท์คีย์บอร์ดเเละโทนสีเหมือนกับ Windows Phone 7 ฟีเจอร์ที่ดูกิมมิคมากคือเมื่อกดปุ่ม Ctrl ค้างจะมีช็อคคัตวินโดวส์ให้เราใช้งานได้เลย ใช้ Select all (Ctrl + a), Undo (Ctrl + z)

keyeng4

keyeng5

นอกจากคีย์บอร์ดเลย์เอาท์ปกติเเล้ว ยังมีเเบบ Thumb ที่ให้พิมพ์เวลาถือเเท็บเล็ตด้วยสองมือได้ง่ายยิ่งขึ้นเเละเเบบ Handwriting ที่เอาไว้ใช้สไตลัสเขียนเอา พบว่าอัลกอรึทึมในการตรวจจับลายมือนั้นทำได้เเม่นยำพอสมควรทีเดียว

keyeng6

สิ่งที่ผู้ใช้ Windows Phone 7 ในประเทศไทยรอคอยคือคีย์บอร์ดภาษาไทยอย่างเป็นทางการจาก Microsoft ก็มาปรากฏใน Windows 8 นี้ด้วย เเต่ Windows Phone 7.5 ก็ยังไร้วี่เเววคีย์บอร์ดไทยเหมือนเดิม

task

task2

Task Mananger รูปเเบบใหม่หน้าตาดูดีขึ้นมาก สังเกตว่าโปรเเกรมไหนที่เราไม่ได้ใช้ มันจะถูก Suspend ไว้ซึ่งจะไม่กิน CPU เมื่ออยู่ในสถานะ Suspend เป็นการบริหารทรัพยากรของเครื่องเเบบใหม่บน Windows 8 การปิดเเอพเเบบ Metro ก็สามารถทำได้ผ่าน Task Manager เช่นกัน

oskdock

oskdock2

ที่น่าประทับใจคือ On Screen Keyboard นั้นก็ใช้งานได้ใน Windows 8 เเบบ Desktop ได้ด้วย จุดเด่นคือคีย์บอร์ดนั้นสามารถ Dock หรือ Undock ได้ เมื่อ Undock ก็สามารถลากได้อย่างอิสระwinnetwork

winsearch

ถึงเเม้ว่าจะอยู่บน Desktop เเต่อินเตอร์เฟซเเบบ Metro ก็ยังเข้ามาอยู่ในนี้ได้

normaldesktop

หน้าจอ Desktop เเบบปกติ ลักษณะก็เหมือนกับ Windows 7

filetransfer

หน้า File Transfer เเบบใหม่มีกราฟบอกความเร็วด้วย หล่อมาก

 

สรุป

รากฐานของ Windows 8 นั้นเปลี่ยนไปเเล้ว Microsoft นั้นเลือกเเนวทางออกเเบบ Metro UI เป็นหลัก โดยสังเกตจากหน้า Start ที่เป็น Metro UI มาเเทนปุ่ม Start เหมือนเดิม นอกจากนี้เเล้ว Desktop มีสถานะเป็นเเอพตัวหนึ่งใน Windows 8 เท่านั้น ในการทดสอบการใช้งานบน MSI Windpad 110W ที่ใช้ตัวประมวลผล AMD Fusion ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ดีกว่า Windows 7 เเบบเดิม เเต่ความเร็วนั้นทำได้ดีเเต่ก็อาจจะมีกระตุกให้เห็นได้บ้างโดยรวมๆ เเล้วก็ถือว่าน่าประทับใจกว่า Windows 7 มากทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องความเร็วเเละความน่าใช้งานกับทัชสกรีน

สำหรับผู้ที่มีเเท็บเล็ต Windows 7 อยู่เเล้ว อย่าง Acer Iconia Tab W500 หรือตัวอื่นๆ ที่ใช้ Intel Atom หรือ AMD Fusion ก็สามารถโหลดมาทดลองใช้งานได้ จากการทดลองใช้งานถ้าใช้งานเพียงเเค่เล่นอินเตอร์เน็ตหรือพิมพ์งานก็สามารถใช้งานเป็นหลักได้เลย ความเสถียรอยู่ในขั้นทีดี อย่างบทความนี้ก็เขียนอยู่บนโน้ตบุคที่ลง Windows 8 โปรเเกรมไหนใช้ใน Windows 7 ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้บน Windows 8 ได้ : ) ยกเว้นเรื่อง Driver อาจจะมีปัญหาสำหรับโน้ตบุครุ่นเก่าๆ บ้าง

ถ้าไม่เจอบั๊กที่เกิดจาก Windows 8 เองโอกาสค้างก็ยังไม่เห็นเลย เเต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อเเท็บเล็ตละก็ อาจจะรอจนกว่า Windows 8 ตัวเต็มที่จะออกในปีหน้าก็เเล้วค่อยซื้อก็ยังไม่สายเกินไป กว่าจะถึงตอนนั้นอาจะะเห็น Intel Atom หรือ AMD Fusion ที่สามารถรัน Windows 8 ได้นิ้งเหมือน iPad 2 ก็เป็นไปได้ เเต่สำหรับคนที่ซื้อเเท็บเล็ต Windows มาใช้ก่อนเเล้วก็สามารถอัพเกรดเเละใช้งานได้โอเค ถือเป็นพัฒนาการที่ดีจาก Windows 7 มากครับ

สรุปเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ Windows 8 Developer Preview (เน้นบนเเท็บเล็ตเป็นหลัก)

  • อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวมาก ถ้าผู้ใช้ไม่เคยจับ Windows 7 มาก่อน
  • อินเตอร์เฟซ Metro UI นั้นอนิเมชันต่างๆ ทำได้เหมือน Windows Phone 7 มีความลื่นเเละสมูธมาก
  • เวลาในการบูทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10 วิ อย่างช้าประมาณ 15 วินาที
  • บน AMD Fusion ทำความเร็วได้น่าพอใจก็จริง เเต่ประสบการณ์ใช้งานตอนที่เล่นบนโน้ตบุค Intel Core i5 Gen 2 ดีกว่า
  • ไล่ดูเเอพลิเคชันทั้งหมดลำบาก เมนูอยู่ลึกไปในการเลือก ชื่อไม่เมคเซนส์เพราะต้องเข้าผ่าน Search โดยต้องกดปุ่ม Start > Search > Apps ในการดูโปรเเกรมที่ติดตั้งทั้งหมด ตรงนี้เหมือนกับ All Programs บน Start Menu ของWindows 7
  • สรุปเเล้วเมนูเก่าๆ เเบบ Windows ทั้งหมดอยู่ลึกขึ้น เพราะมีตัว Metro มาครอบไว้อยู่ก่อน
  • การเรียกเมนูใน Metro App ใช้การทัชค้างประมาณ 2 วิ
  • เวลาเรียก Metro App เเล้วจะออกจากโปรเเกรมไปหน้าหลัก ให้ swipe จากจอด้านขวาเข้ามาในจอ เเล้วกดปุ่ม Start จะกลับมาหน้าหลักเอง (ลักษณะเหมือน Windows Phone 7 เมื่อกดปุ่ม Start บนเครื่องจะกลับมาหน้าหลัก)
  • Onscreen Keyboard ปรับปรุงขึ้นดีมาก เเละยังมีภาษาไทยมาให้ด้วย
  • ระบบเดาคำเเละเดาลายมือทำได้ค่อนข้างดี เเต่ยังไม่สนับสนุนภาษาไทย
  • เเอพเเบบ Metro นั้นจะปิดตัวเองเมื่อไม่ได้ใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง ถ้าอยากปิดเองต้องทำผ่าน Task Manager
  • การ swipe ด้านขวาเพื่อเรียกเมนู ทำได้เฉพาะบนเเท็บเล็ตเท่านั้น
  • Shutdown ซ่อนอยู่ในปุ่ม Setting ของปุ่ม Start
  • ปุ่มเปลี่ยนภาษาค่าปกติคือปุม Windows + Space bar เเต่สามารถปรับใช้ปุ่มตัวหนอนเหมือนบน Windows 7 ได้
  • สามารถเลือกโปรเเกรมอย่างรวดเร็วโดยพิมพ์ชื่อโปรเเกรมในหน้า Start จริงๆ ถ้ามีกล่อง Search จะดูเมคเซนส์กว่านี้ ดูเหมือน Microsoft อยากให้พิมพ์หาโปรเเกรมเป็นหลักมากกว่าเลือกจากรายการทั้งหมด
  • Control Panel เเบบเก่าต้องกดผ่าน Control Panel Metro อีกทีหนึ่ง
  • ยังพินเเอพในหน้า Start ได้โดยผ่าน Search > Apps > คลิกขวาเเอพที่ต้องการพิน
  • IE 10 เร็วมาก IE 10 เเบบ Metro UI นั้นนึกว่าใช้งาน Safari บน iPad อยู่
  • IE 10 เเบบ Metro ใช้ดู Youtube ได้เเบบ HTML 5 เท่านั้น ดูเเบบ Flash ไม่ได้เพราะไม่รองรับปลั๊กอิน
  • Task Manager ใหม่หล่อมาก
  • หน้าต่างการเวลาย้ายไฟล์ก็ดูดีมีชาติตระกูลขึ้น มีกราฟบอกความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลด้วย
  • Windows Store ยังใช้ไม่ได้
  • อัตราการใช้พลังงานสูงกว่า Windows 7 ประมาณ 25%