เทียบสเปค Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra ซีรี่ส์เรือธงประจำค่ายจะต่างกันตรงไหนบ้าง แล้วจะซื้อตัวไหนดี

Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra

ในที่สุด Xiaomi ก็ได้ทำการเปิดตัวมือถือ Xiaomi Mi 11 ครบทั้งตระกูลแล้ว โดยล่าสุดได้ทำการเปิดตัว Xiaomi Mi 11 Pro และ Xiaomi Mi 11 Ultra ไป ซึ่งสเปคเองหากมองจากภายนอกจุดแตกต่างกันคงมีไม่มาก แต่หากมองที่สเปคภายในแล้วก็มีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ วันนี้ทีมงาน Specphone เลยจับทั้ง 3 เครื่องมาเทียบสเปคกันดูว่าเมื่อเอา Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra แล้วมันจะมีส่วนไหนบ้างที่แตกต่างกัน

เทียบสเปค Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra

Xiaomi Mi 11Xiaomi Mi 11 ProXiaomi Mi 11 Ultra
ขนาด164.3 × 74.6 × 8.06 มิลลิเมตร164.3 x 74.6 x 8.5 มิลลิเมตร164.3 x 74.6 x 8.4 มิลลิเมตร
น้ำหนัก196 กรัม208 กรัม234 กรัม
หน้าจอAMOLED
ขนาด 6.81 นิ้ว
3200 x 1440 พิกเซล
Refresh Rate 120Hz
HDR10+
1B colors
AMOLED
ขนาด 6.81 นิ้ว
3200 x 1440 พิกเซล
Refresh rate 120Hz
Dolby Vision
HDR10+
1B colors
AMOLED
ขนาด 6.81 นิ้ว
3200 x 1440 พิกเซล
Refresh rate 120Hz
Dolby Vision
HDR10+
1B colors
ชิปประมวลผลQualcomm Snapdragon 888Qualcomm Snapdragon 888Qualcomm Snapdragon 888
แรม8 GB8 GB / 12 GB8 GB / 12 GB
หน่วยความจำ128 GB / 256 GB128 GB / 256 GB256 GB / 512 GB
กล้องหลัง108 MP f/1.9 (wide)
13 MP f/2.4 (ultrawide)
5 MP f/2.4 (telemacro)
50 MP f/2.0 (wide)
13 MP f/2.4 (ultrawide)
8 MP (periscope telephoto)
50 MP f/2.0 (wide)
48 MP f/2.2 (ultrawide)
48 MP f/4.1 (periscope telephoto)
กล้องหน้า20 MP f/2.220 MP f/2.220 MP f/2.2
แบตเตอรี่4,600 mAh
ชาร์จไว 55W
5,000 mAh
ชาร์จเร็ว 67W
5,000 mAh
ชาร์จเร็ว 67W
ราคา*21,990 บาท (8/128 GB)
23,990 บาท (8/256 GB)
23,790 บาท (8/128GB)
25,215 บาท (8/256GB)
27,120 บาท (12/256GB)
28,550 บาท (8/256GB)
30,930 บาท (12/256GB)**
33,310 บาท (12/512GB)
*ราคาของ Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra เป็นราคาประมาณจากเงินหยวน ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าในไทยจะเอารุ่นไหนมาขายบ้าง และจะขายราคาเท่าไร
** Mi 11 Ultra มีการเปิดราคารุ่น Global ออกมาแล้ว (ราคายุโรป) ซึ่งจะมีแค่ตัวเลือกเดียวคือ 12/256GB เท่านั้น

สรุปจากการเทียบสเปค Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra ดังตารางแล้ว หากถามว่าตัวไหนดีที่สุดก็คงต้องตอบว่า Mi 11 Ultra คือตัวที่สมบูรณืแบบที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะด้วยหน้าจอ, กล้องถ่ายภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่และระบบชาร์จด้วย แต่หากมองที่ราคาคุ้มค่าสุดยังไงก็หนีไม่พ้น Mi 11 ที่เป็นตัวเริ่มต้นแน่นอน ด้วยสเปคที่ต่างกันไม่มากนัก กับราคาแค่ 2 หมื่นต้นทำให้เป็นตัวที่ซื้อง่ายสุด

ทว่าโดยส่วนตัวของผุ้เขียนแล้วมองว่า Mi 11 Pro คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วยสเปคแบบเดียวกับ Mi 11 Ultra ในราคาที่ใกล้กับ Mi 11 เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจที่สุดแล้ว ซึ่งส่วนที่ด้อยกว่า Mi 11 Ultra ก็คือเรื่องของกล้อง Ultrawide และกล้อง Periscope ที่มีความละเอียดน้อยกว่าและมีระยะซูมน้อยกว่าด้วย(Mi 11 Pro ซูมสูงสุด 50 เท่า ส่วน Mi 11 Ultra ซูมสูงสุด 120 เท่า) ทว่าในการใช้งานทั่วไปการซูมเยอะ ๆ เป็นอะไรที่แทบจะไม่ได้ใช้เลย ดังนั้นความจำเป็นที่จะไปจัดตัว Mi 11 Ultra ดูจะเปลืองไปหน่อย เอาแค่ Mi 11 Pro ก็ใช้ได้ครอบคลุมทุกการใช้งานจริง ๆ แล้ว แถมส่วนต่างค่าเครื่องยังเอาไปใช้ซื้ออย่างอื่นได้อีกด้วย (ยุคนี้ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด)


เปรียบเทียบ Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra

เมื่อทำการเทียบสเปค Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra แล้วจะมีจุดที่แตกต่างกันหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด 3 จุด นั่นก็คือหน้าจอแสดงผล, กล้องหลัง, ขนาดของแบตเตอรี่ และระบบชาร์จเร็ว โดยรายละเอียดจะมีดังต่อไปนี้

Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra : หน้าจอ

Review Mi 11 5G Performance SpecPhone 00019

ในส่วนของหน้าจอที่แตกต่างกันใน Mi 11 กับ Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra นั้นโดยหลักแล้วก็คือการแสดงผลแบบ Dolby Vision ซึ่งใน Mi 11 นั้นไม่รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision ถึงแม้จะแสดงผลแบบพันล้านสีเหมือนกัน แต่การรองรับ Dolby Vision ช่วยให้การแสดงผลนั้นมีความสวยงามกว่า แถมยังเป็นการแสดงผลแบบเดียวกับในหลังฟอร์มยักษ์ ทำให้การดูหนังได้อรรถรสเต็มที่กว่านั่นเอง


Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra : กล้องหลัง

Review Mi 11 5G Performance SpecPhone 00027

ในเรื่องของกล้องถ่ายภาพนั้นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเซ็นเซอร์กล้องหลักที่ใน Mi 11 ใช้เป็น ISOCELL Bright HMX ที่มีความละเอียดสูงถึง 108MP ส่วนใน Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra ใช้เป็น ISOCELL​ GN2 ที่มีความละเอียด 50MP ซึ่ง ISOCELL​ GN2 นี้เป็นเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีขนาดเซนเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.12 นิ้ว และมีขนาดพิกเซลที่ 1.4μm พร้อมรองรับการรวมพิกเซล 4 เป็น 1 จุด ขยายเป็น 2.8μm เพื่อการดูดซับแสงที่ดีขึ้น เหมาะสมกับสภาวะแสงน้อยหรือการถ่ายภาพกลางคืน ช่วยให้การถ่ายภาพด้วยกล้องหลักมีความสว่างมากขึ้น

สำหรับกล้อง Ultrawide นั้นใน Mi 11 ใช้เป็นเซ็นเซอร์ OmniVision OV13B10 แต่ใน Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra ใช้เป็นเซนเซอร์ Sony IMX586 แต่ถึงแม้จะใช้เซ็นเซอร์คนละตัวกัน แต่ความละเอียดใน MI 11 และ Mi 11 Pro นั้นเท่ากันที่ 13MP ทำให้หากไม่ได้ลองของจริงก็ยังคงแยกความแตกต่างได้ยาก ทว่าใน Mi 11 Ultra นั้นมีความละเอียดที่มากถึง 48MP ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนกว่า

และหนึ่งในจุดที่แตกต่างกันมากที่สุดคือจุดนี้ เลนส์ที่ 3 นั่นเอง โดยใน Mi 11 นั้นให้มาเป็นกล้องแบบ Telemarco ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งกล้อง Telephoto และกล้อง Macro ภายในตัว โดยจะมีความละเอียดอยู่ที่ 5MP แต่ทว่าใน Mi 11 Pro และ Mi 1 Ultra นั้นให้มาเป็นกล้อง Periscope Telephoto เพื่อการซูมระยะไกลเลย โดยใน Mi 11 Pro จะมีความละเอียดอยู่ที่ 8MP ส่วนใน Mi 11 Ultra นั้นมีความละอียดถึง 48MP ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือระยะซูมแบบ Optical ที่ 5 เท่าเหมือนกัน แต่จะต่างกันสุดขั้วที่ระยะซูมแบบ Digital โดย Mi 11 Pro นั้นจะซูมได้สูงสุดที่ 50 เท่า ส่วนใน Mi 11 Ultra นั้นจะสามารถซูมได้สูงสุดถึง 120 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้สามารถใช้เป็นตัวตัดสินใจจุดใหญ่ในการเลือกซื้อได้เลย


Xiaomi Mi 11 vs Mi 11 Pro vs Mi 11 Ultra : แบตเตอรี่และระบบชาร์จ

Review Mi 11 5G Performance SpecPhone 00006

จุดแตกต่างจุดสุดท้ายก็คือเรื่องของปริมาณแบตเตอรี่และระบบชาร์จ ซึ่ง Mi 11 นั้นให้แบตเตอรี่มาน้อยกว่านิดหน่อยคือ 4,600 mAh ส่วน Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra นั้นให้มา 5,000 mAh ซึ่งส่วนต่างตรงนี้จะทำให้ Mi 11 แบตเตอรี่อาจะหมดเร็วกว่าเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานรวมของแต่ละคนด้วย ทำให้อาจจะมาตัดสินกันได้ยาก แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือระบบชาร์จ

โดย Mi 11 มาพร้อมระบบชาร์จเร็วขนาด 55W ที่ใช้เวลา 45 นาทีในการชาร์จให้เต็ม และยังมีระบบชาร์จเร็วแบบไร้สายขนาด 50W ที่ใช้เวลาเพียง 53 นาทีถึงเต็มอีกด้วย แต่ทว่าใน Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra นั้นมาพร้อมระบบชาร์จเร็วขนาด 67W ที่ใช้เวลาชาร์จให้เต็มแค่ 36 นาที และมีระบบชาร์จเร็วแบบไร้สายขนาด 67W ที่ใช้เวลาาร์จจนเต็มเพียงแค่ 39 นาทีเท่านั้น หากมองที่เรื่องการชาร์จแล้วนังไง Mi 11 Pro และ Mi 11 Ultra ก็ชนะขาด แต่ถึงอย่างนั้นระบบชาร์จเร็วแบบไร้สายนั้นคนไทยคงหาใช้ได้ยาก เพราะราคาแท่นชาร์จเองก็ไม่ใช่ถูก ๆ แถมยังเอาแท่นชาร์จอื่น ๆ มาใช้แทนก็ไม่ได้หากต้องการใช้ระบบชาร์จเร็วไร้สายจริง ๆ