มือถือจอแตก!! 3 รูปแบบการแตก 2 วิธีซ่อมจอที่แตก ราคาค่าเปลี่ยนจอเท่าไร

มือถือจอแตกถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะใช้มันต่อไปทั้ง ๆ แบบนั้น และอีกหลาย ๆ คนก็เอาไปเปลี่ยนจอที่ศูนย์พร้อมเจอค่าซ่อมมหาโหด เพราะการทำจอแตกไม่ได้อยู่ในการรับประกันของผู้ผลิตแน่นอน ซึ่งหน้าจอแตกนั้นจะมีทั้งหมด 3 แบบแล้วแต่ความแรงของการกระแทก โดยทั้ง 3 แบบนั้นจะมีดังนี้

มือถือจอแตก

หน้าจอมือถือแตก 3 รูปแบบ

1. แตกเฉพาะกระจก

Screen Shot 2558 01 22 at 12.21.10 AM 2100x1200 2

การแตกเฉพาะกระจกนั้นเป็นอะไรที่สังเกตุได้ง่ายที่สุดแล้ว เพราะถ้าแตกแค่ที่กระจกกระแสดงผลภาพจะเป็นปกติ ไม่มีเส้นขึ้นที่หน้าจอ สีไม่เพี้ยน ทัชสกรีนไม่รวน จุดดำไม่มี สามารถใช้งานต่อได้

2. แตกเฉพาะจอแสดงผล

nw 1

การแตกในกรณีนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการตกกระแทก มักเกิดจากแรงกด เช่นนั่งทับเครื่อง ตัวเครื่องถูกเบียดด้วยความแรง ของหนักหล่นใส่บริเวณหน้าจอเป็นต้น เพราะการแตกลักษณะนี้จะเสียหายหรือแตกที่หน้าจอชั้นใน ซึ่งวิธีสังเกตุว่าจอในแตกเบื้องต้นนั้น ภาพจะไม่เป็นปกติ มีจุดดำ จอมืด เส้นขึ้นมากน้อยหรือทั่วจอ สีเพี้ยน จอกระพริบตลอดเวลา ทัชรวนหรือทัชไม่ได้ เป็นต้น

3. แตกทั้งกระจกหน้าจอและจอใน

101613762 104893591262067 486693731640184821 o 1

อันนี้คงไม่ต้องอธิบายกันเยอะ เพราะมันจะเละ ๆ หน่อย กระจกก็แตก จอในก็แตก ทัชก็ไม่ได้ ภาพไม่ปกติ มีจุดดำ มีเส้นขึ้น มาหมดเลย อาการหนัก ๆ ทั้งนั้น


วิธีการซ่อมมือถือจอแตก

1. ซ่อมโดยวิธีการลอกกระจกหรือเปลี่ยนเฉพาะกระจก

การลอกกระจกหรือเปลี่ยนเฉพาะกระจกโดยที่ยังคงจอในแท้ ๆ เอาไว้ใช้งานต่อ เป็นเพียงวิธีเดียวที่เรายังสามารถรักษาจอแท้ตัวเดิมของเราเอาไว้ใช้งานต่อได้ แต่การที่จะซ่อมโดยการลอกกระจกหรือเปลี่ยนเฉพาะกระจกได้นั้น หน้าจอที่แตกจะต้องแตกเฉพาะกระจกเท่านั้น ถ้าจอในแตกไปด้วยก็หมดสิทธิ์ที่จะลอก (ในกรณีนี้จะต้องใช้วิธีที่ 2) ส่วนพวกจอเทียบทั้งหลายนี่ก็ไม่สามารถนำมาลอกกระจกได้

ข้อดี

  • คุณภาพของหน้าจอจะยังคงเดิม โดยเฉพาะมือถือ Samsung และ iPhone ที่จะมีสีสัน ความสด ความสว่าง ความละเอียด ความชัด การทัชสกรีนและความทนทานเหมือนเดิม
  • ราคาถูกกว่าเปลี่ยนจอแท้ทั้งชุด

ข้อเสีย

  • การเปลี่ยนเฉพาะกระจกมีความเสี่ยงที่อาจทำให้จอในมีตำหนิหรือเสียหายได้

2. เปลี่ยนยกชุดทั้งกระจกและจอใน

การเปลี่ยนจอทั้งชุดนั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว หาร้านเปลี่ยนง่าย แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าการเปลี่ยนแค่กระจก

ข้อดี

  • เร็วกว่าการเปลี่ยนกระจก
  • ไม่มีความเสี่ยงเรื่องตำหนิ
  • หาร้านเปลี่ยนได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย

  • ส่วนใหญ่จะเป็นจอเทียบ เพราะศูนย์ไม่มีนโยบายขายอะไหล่จึงไม่สามารถหาจอแท้ใหม่ ๆ ได้
  • คุณภาพของจอจะลดลงทุก ๆ ด้าน ทั้งสี ความสด ความสว่าง ความละเอียด ความชัด การทัชสกรีนและความทนทาน
  • กรณีที่เป็นหน้าจอแบบโค้งหรือจอแบบ OLED ถ้าเป็นงานแท้จะราคาแพงมาก

ทางเลือกในการซ่อมมือถือจอแตก

1. ซ่อมกับศูนย์บริการ

การซ่อมมือถือกับทางศูนย์บริการนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียในการส่งมือถือไปซ่อม ซึ่งข้อดีก็คือการที่ได้อะไหล่แท้และหากเครื่องยังมีประกัน ตัวประกันก็จะไม่ขาดด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องแลกมาด้วยค่าบริการที่สูงลิ่ว และต้องใช้เวลาในการซ่อม (รออะไหล่นาน)

2. ซ่อมกับร้านนอก

การซ่อมมือถือกับร้านนอกนั้นด้วยจำนวนร้านที่มีมากมายอาจจะต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือกันอยู่พอสสมควร ซึ่งร้านนอกนั้นจะมีอยู่ 2 ประเภทคือร้านที่เปลี่ยนได้แค่หน้าจอทั้งชุด กับร้านที่สามารถลอกดปลี่ยนกระจกอย่างเดียวได้ ซึ่งการหาร้านพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเยอะพอสมควร แต่ก็แลกมาด้วยการที่คุณยังได้หน้าจอเดิมที่มีคุณภาพสูงอยู่


ตัวอย่างราคาค่าเปลี่ยนจอ

Samsung Galaxyรุ่นกระจกไม่รวมจอเปลี่ยนจอยกชุด
iPhone 6s1,2003,000
iPhone 6s Plus1,5003,500
iPhone 7 / 81,8004,000
iPhone 7 Plus / 8 Plus2,2004,500
iPhone X / XS3,0008,000
iPhone XS Max / 11 Pro3,50010,000
iPhone 11 Pro Max4,00012,000
Samsung Galaxy Note 82,8007,000
Samsung Galaxy Note 93,2007,500
Samsung Galaxy Note 103,5008,000
Samsung Galaxy Note 10 Plus4,0008,900
Samsung Galaxy S72,0004,200
Samsung Galaxy S7 Edge2,2006,000
Samsung Galaxy S82,5006,000
Samsung Galaxy S8+2,6007,000
Samsung Galaxy S92,6006,000
Samsung Galaxy S9+3,0007,500
Samsung Galaxy S103,5007,000
Samsung Galaxy S10+4,0007,500
*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละร้านและช่วงเวลา*
**ราคาจาก yukifix**