Truemove H, dtac 3G Expo จำเลยของกฏหมู่ในประเทศไทย

Truemove H, dtac 3G Expo จำเลยของกฏหมู่ในประเทศไทย

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา 4-5 วันนั้น ทุกคนก็คงทราบข่าวคราวกันเรียบร้อยกับเรื่องที่ไม่น่าดีใจเท่าไรนัก กับการที่การต่อคิวซื้อเครื่องซื้อ 1 เเถม 1 นั้นมีการพังรั้วหรือใช้จำนวนคนเข้ากดดันให้เปลี่ยนเงื่อนไขเนื่องจากเกิดความไม่พอใจในเรื่องความชัดเจนของคิว

ในขณะนั้น dtac หรือ truemove ต่างเลือกที่จะลอยตัวกับปัญหา โดยให้ผู้มาต่อคิวตกลงกันเอง ซึ่งเหมือนกับว่า ?นิ่งเสียตำลึงทอง? จะเป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาดกับงานนี้ เพราะผลที่ออกมาดูไม่จืดกันเลยทีเดียว

ในกรณีของ dtac ก็เช่นเดียวกันเเละดูเหมือนความร้ายเเรงจะมากกว่า เนื่องจากหลายปัจจัย จากความคาดหวังจากผู้บริโภคที่มากกว่าของ Truemove Hอีกทั้งยังอยู่ในช่วงของวันเสาร์ อาทิตย์ที่ทำให้มีเเนวโน้มคนจะมาร่วมงานสูงกว่าของ Truemove H มากที่จัดในวันธรรมดา

การประณามผู้จัดงานอย่าง Truemove H หรือ dtac ว่าไม่มีความพร้อมในการจัดงาน อาจจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองเห็น จุดนี้ทั้งสองเเบรนด์ก็ทำได้ไม่ดีนัก การบอกเงื่อนไขที่กำกวม รวมไปถึงการตอบคำถามที่เป็นเเบบ ?ตามสคริป? ที่ตอบในพันธ์ทิพย์นั้นไม่สามารถเเก้ไขปัญหาที่มีการเร้าอารมณ์ของผู้อยู่เเละมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้นได้ รวมไปถึงการจัดสถานที่งานก็ไม่มีความเหมาะสมนักเพราะมีไม่กว้างพอที่จะรองรับจำนวนคนมากที่เข้ามาเพราะเเรงดึงดูดของการลดราคาที่สามารถซื้อได้เเบบไม่ต้องคิดเเบบนี้

คนไทยอาจจะเป็นชาติหนึ่งที่มีนิสัยดูง่ายๆ เอาใจตัวเองเป็นใหญ่ อาจจะเป็นเพราะภูมิประเทศเราเป็นเเบบเขตอบอุ่น สามารถอยู่ได้สบายๆ ทั้งภูมิอากาศก็ไม่ถึงกับเเย่เหมือนบางประเทศ อาหารการกินที่อุดมสมบุรณ์ ถึงเเม้ในปัจจุบันอาจจะไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน เเต่ถ้าเทียบกันเเล้ว ประเทศไทยก็น่าจะเป็นประเทศที่อาศัยอยู่ได้สบายที่สุดประเทศหนึ่งในโลก จนกระทั่งมีคำที่สุภาษิตออกเเนวประชดประชันออกมาอย่าง ?ทำอะไรตามใจคือไทยเเท้? ออกมาก็ได้ ภาพลักษณ์อาจจดูต่างกับประเทศญี่ปุ่นอย่างสุดขั้ว ที่เราเห็นว่าขนาดเกิดภัยพิบัติอย่างสึนามินั้น พวกเขาก็ยังต่อคิวเป็นอย่างเป็นระเบียบในการรับของบรรเทาทุกข์ต่างๆ ซึ่งภาวะนั้น ความตื่นกลัวของคนน่าจะตื่นสุดจนถึงขั้นทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดด้วยทุกวิถีทาง

SAM_0723

การมองย้อนไปถึงเรื่องการใช้ ?กฏหมู่? เราอาจจะเห็นย้อนกลับไปเรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องใหม่ในจิตวิทยาสังคม เหตุการณ์ที่ปัจเจกบุคคลสูญเสียความเป็น ?ตัวเอง? เเละถูกกลืนไปกับฝูงชน สถานการณ์ที่เราเห็นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นม็อบระดับชาติเสื้อเหลือเสื้อเเดง เเม้กระทั่งเรื่องที่เบาลงมาอย่างเเฟนฟุตบอลตีกัน โดยปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนเริ่มสูญเสียความเป็นตัวเอง เเละเริ่มใช้จำนวนคนเข้าเริ่มกดดันนั้นอยู่ที่ ?การไม่มีการเปิดเผยตัวตน?, ?ขนาดของกลุ่ม? เเละ การกระตุ้นอารมณ์เป็นหลัก

เหตุการณ์ dtac นั้นเข้าข่ายทั้งสามข้อนัั้นอย่างชัดเจน อย่างเเรก จำนวนคนที่เข้ามาต่อคิวกันเยอะ เเละ ความที่ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อนมากนัก การที่เราอยู่ในสภาพเเบบนิรนามนั้นก็ทำให้เราสนใจกับสิ่งรอบข้างน้อยลง เเละเเสดงออกทางอารมณ์ได้มากขึ้นเพราะคิดว่าไม่มีใครรู้จักเรา เราไม่จำเป็นต้องเเคร์สายตาใครเพราะไม่มีใครสนิทกับเรานัก เเละสุดท้ายนั้น เมื่อความเครียดขึ้นจนถึงขีดสุด คนเริ่มปลดปล่อยอารมณ์ความรุนเเรงออกมา ท่ามกลางคำยั่วยุท่ามกลางความไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้อย่างที่หวังเหล่านั้น ทั้ง dtac เเละ truemove ต่างก็ไม่มีประสบการณ์หรือมองข้ามความสำคัญกับเรื่องของมวลชนไป ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมา

นักจิตวิทยาสังคมในเมืองไทยมีเยอะเเยะ เเต่ทำไมไม่มีมีบริษัทไหนจ้างคนเหล่านี้มาเป็นที่ปรึกษาสำหรับงานขนาดใหญ่ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ ?คนจำนวนมาก? นี้บ้าง เทคนิคการจัดการฝูงชนนั้นมีหลายเเบบ วิธีทั่วๆ ไปก็อย่างเช่นเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเข้าไป เเต่จุดสำคัญคือจำเป็นต้องลดจำนวนฝูงชนลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างกรณี dtac นี้ถือว่าทำช้าเกินไป จากเหตุการณ์เข้าคิวเป็นเวลาเกือบ 48 ชั่วโมงเลยทีเดียวนับจากการต่อคิวครั้งเเรก ซึ่งเกินกว่าจะควบคุมได้เเล้ว สุดท้ายก็ต้องยอมควักเนื้อตัวเองโดยเปลี่ยนนโยบายไปเป็นลด 50% สำหรับพันหนึ่งร้อยคนเเรกเเทน

อย่างไรก็ตามการเเซงคิวเเละกดดันบริษัท โดยอาศัยจุดอ่อนว่าบริษัทต้องง้อลูกค้านั้น ดูเหมือนเป็นวิธีการที่ฉลาดไม่มีจริยธรรมอย่างที่สุด โดยหลายๆ เหตุการณ์ในวันนี้เหมือนกับเป็นการใช้ความเป็นลูกค้าเป็นตัวประกัน รวมไปถึงการเเสดงออกทางสัญลักษณ์ เช่นการหักซิม dtac หรือตะโกนด่าว่ากระตุ้นอารมณ์ เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะทำให้รู้ว่าไม่ใช้บริษัทเพียงอย่างเดียวที่หาประโยชน์อย่างน่ำเกลียดจากผู้บริโภค เเต่ผู้บริโภคบางรายก็เเสบไม่เเพ้กันเลยทีเดียว

286534_244035855635722_170221893017119_625155_1247631_o

รูปบางส่วนจาก prachaya wongworakun

6 Comments

  1.   Sep 12 - 06:27 ตอบกลับ

    บทความเขียนดีมากเลยคะ ตอนแรกก็อยากไปนะคะ แต่เราลองมาคิดดูแล้ว เพื่อ? ถ้าคนเรารู้จักคำว่า"พอดี" สักนิด มันก็คงไม่เป็นแบบนี้ คนจัดงานก็น่าจะจัดงานที่ดีกว่านี้เหมือนเอาความโลภของคนมาขาย ดูแย่นะ ส่วนคนซื้อก็พอกัน "ยังไงฉันก็จะเอาให้ได้" โดยถือว่าตัวเองเป็นลูกค้าเก่าแก่ มันก็แย่ไม่ต่างกัน ยุคสมัยนี้อะไรๆก็พัฒนา แต่มีอย่างเดียวที่ไม่พัฒนาคือนิสัย กริยา ความคิดของคนบางคน มัน "เสื่อม" ลงทุกวันๆเลย จะให้พูดว่าเห็นแล้วเวทนาก็ไม่เชิง...

    Guest
  2.   Sep 5 - 15:35 ตอบกลับ

    ความเห็น แบบเป็นกลางนะครับ เหมือนคิว ipadที่ผ่านมาที่แย่งกรูกันเข้าไป??สังคมมีจริยธรรมกันน้อยลง แค่เราดูBTS คนยังต่อคิวกันไม่ได้เลย ที่เห็นก้อคนมีการศึกษากันทั้งนั้น กลายเป็นว่าใครแซงคิวได้ ถือว่าชนะแล้วหรือเมืองไทยฟ้าอมร เดี๋ยวนี้ต้องใช้ไม้แข็ง ต่อไปจัดงาน สงสัยต้องมีกติกาว่า ใครแซงคิว หลุดคิว หลุดรั้วเมื่อไหร่ ตัดสิทธิ์ทันที ประกาศให้ชัดไปเลย ตั้งกล้องถ่ายเป็นหลักฐานให้เห็นๆ ส่วนแบรนต์ที่ใช้วิธี ใครมาก่อนได้ก่อนก็เป็นวิธีที่โบราณคร่ำครึ (lowtech ไม่สมกับที่ผมคาดหวังแต่แรกล่ะ ) หรือจะเน้นวิธีทำการตลาดแบบนี้ นี่ก้อแนวคิดเก่าเช่นกันคับ เช่น เทคโนโลยีอยู่ในมือ registor ผ่านระบบสารพัดได้ทั้งนั้น อ้อสุดท้าย เรื่องสัญญาณ 3G ไปเช็คมา (หรือจะบอกว่า เค้าโฆษณาว่าแรง แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ได้ทุกพื้นที่) แค่หนองแขม เจ้าหน้าที่คุณยังบอกว่า "สัญญาณใช้ไม่ได้ค่ะ" คนใช้บริการอย่างผมฟังแล้ว จะรู้สึกอย่างไรครับ สุดท้ายขอบคุณที่ใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ ใครมีความเห็นต่างไม่ว่ากันครับ เคารพทุกท่านทุกฝ่าย

    Guest
    •   Sep 5 - 19:12 ตอบกลับ

      งานระดับนี้ ผมว่าถึง register ก็คงมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสอยู่ดีครับ โดยปกติเเล้ว ผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวระบบเท่าไรนัก (ลองดูเรื่องการเมืองเป็นตัวอย่าง เเต่เราจะไม่ถกกันเรื่องการเมืองกันนะครับ เเค่ยกตัวอย่างเฉยๆ) ถ้าคนในประเทศรู้สึกว่า ระบบมี "ความยุติธรรม" เมื่อไหร่ เมื่อนั้นผมจะเชื่อว่าระบบ register ก็พอทำได้ครับ เรื่องเข้าคิวผมว่าเป็นมารยาทสังคมขั้นพื้นฐานที่ควรถูกกล่อมเกลาผ่านทางบรรทัดฐานทางสังคมมาเเล้วเเละเรียกว่า "วัฒนธรรม" นี่เป็นสิ่งที่ทำเราเเตกต่างจากสัตว์ประเภทอื่นๆ ครับ

      Guest
  3.   Sep 4 - 17:15 ตอบกลับ

    ส่วนใหญ่คนไทยเห็นตัวเลขราคาถูกก็ตาลายกิเลสมาโดยไม่ได้หาดอกจัน * อ่านกัน?ส่วนพวกไม่ต่อคิว ไม่ยอมรับกติกา = ต่ำ

    Zontc Chokc
    •   Sep 5 - 06:03 ตอบกลับ

      กรณีนี้ผมว่าน่าจะเป็นอุทาหรณ์นะครับ เพราะปกติเรามักจะว่าหลายๆเเบรนด์ว่าเอาเปรียบเรา สุดท้ายเเล้วผู้บริโภคบางคนเองก็ไม่ได้ทำตัวดีกว่ากันเท่าไหร่ เป็นฉวยโอกาสเหมือนกัน สุดท้ายเเล้วคนไม่ดี เป็นผู้บริโภคหรือผู้ผลิตก็ไม่ต่างกันครับ

      Guest
  4.   Sep 4 - 09:50 ตอบกลับ

    only thailand

    Guest

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..