iPhone 13 Pro มีต้นทุนการผลิตมากกว่า iPhone 12 Pro

iPhone 13 Pro นั้นเปิดให้จองและเริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศแล้ว โดยราคาของมันนั้นเท่ากันกับ iPhone 12 Pro ทว่าหากดูต้นทุนการผลิตแล้วนั้นพบว่า iPhone 13 Pro ต้องใช้เงินทุนในการผลิตต่อเครื่องมากกว่า

iPhone 13 Pro
iPhone 13 Pro

Apple เริ่มวางจำหน่าย iPhone 13 ซีรีย์อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ ณ เวลานี้นั้นเรายังคงไม่รู้ว่ายอดจำหน่ายของ iPhone 13 ซีรีย์นั้นดีมากน้อยแค่ไหน ทว่าสิ่งหนึ่งที่ได้เห็นกันไปแล้วชัดๆ นั้นก็คือราคาตัวเครื่องของ iPhone 13 ซีรีย์ในแต่ละโมเดลนั้นไม่ได้ต่างไปจาก iPhone 12 ซีรีย์รุ่นพี่ของมันสักเท่าไรนัก

ก่อนที่จะไปดูยอดจำหน่ายของตัวเครื่องในช่วงอาทิตย์แรก เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าต้นทุนต่อเครื่องของ iPhone 13 Pro นั้นเป็นอย่างไรบ้างหากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง iPhone 12 Pro และคู่แข่งที่ราคาจำหน่ายใกล้ๆ กันอย่าง Samsung Galaxy S21+ โดยหากอ้างอิงจากทาง Tech Insights แล้วนั้นพบว่าต้นทุนการผลิตต่อเครื่องของสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นดังกล่าวนี้นั้นจะเป็นดังต่อไปนี้

IPHONE 13 PRO BUILD COST

จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า iPhone 13 Pro นั้นมีต้นทุนต่อการผลิตต่อเครื่องที่มากที่สุดโดยจะอยู่ที่ $570 หรือประมาณ 19,250 บาท ตามมาด้วย iPhone 12 Pro ที่มีราคาต้นทุนการผลิตต่อเครื่องอยู่ที่ $548.50 หรือประมาณ 18,523 บาท ปิดท้ายกับคู่แข่ง Samsung Galaxy S21+ ที่มีราคาต้นทุนการผลิตต่อเครื่องอยู่ที่ $508 หรือประมาณ 17,054 บาท โดยที่สมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นดังกล่าวนี้นั้นจะมีราคาวางจำหน่ายกลางอยู่ที่ 33,736.25 บาท

แน่นอนว่าการที่ต้นทุนมากกว่านั้นไม่สามารถบอกได้ว่าสมาร์ทโฟนเครื่องใดมีประสิทธิภาพที่ดีมากกว่ากัน สิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาคำนึงด้วยก็คือช่วงเวลาที่สมาร์ทโฟนนั้นๆ ทำการผลิตว่าค่าเงิน ณ ตอนผลิตนั้นเป็นเช่นไร หากมองอย่างไม่เอนเอียงแล้วนั้นจะพบว่า iPhone 13 Pro นั้นจะอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบากมากที่สุดเนื่องด้วยเจอผลกระทบของสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั้นสูงมากขึ้น 

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันจากการเทียบต้นทุนยการผลิตต่อเครื่องของสมาร์ทโฟนนั้นก็คือเรื่องของกำไรสุทธิของแต่ละเครื่องที่บริษัทจะได้รับ ดังนั้นหากทาง Apple จำหน่าย iPhone 13 Pro ได้เท่ากัน iPhone 12 Pro กำไรสุทธินั้นก็จะน้อยกว่าในปีก่อนที่ผ่านมานั่นเอง

หมายเหตุ – ต้นทุนดังกล่าวนี้นั้นยังไม่ได้คำนวณรวมเอาค่าการตลาด โฆษณา ฯลฯ เข้าไปด้วย

ที่มา : notebookcheck