[Review] ASUS Zenfone Live มือถือที่ออกแบบมาเพื่อการ Live โดยเฉพาะ ราคา 4,990 บาท

[Review] ASUS Zenfone Live มือถือที่ออกแบบมาเพื่อการ Live โดยเฉพาะ ราคา 4,990 บาท

ข้อดี

– หน้าจอเป็น IPS และใช้กระจกโค้ง 2.5D
– ตัวเครื่องมีขนาดกำลังดี พกพาง่าย
– ใช้งาน 3G/4G LTE ได้อย่างไร้ปัญหา
– สามารถใช้งานฟีเจอร์ในรุ่นพี่ Zenfone อื่น ๆ ได้บางอย่าง
– ฟีเจอร์ใหม่ Beauty Live
– แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน

ข้อสังเกต

– ตัวกล้องยังมีการโฟกัสช้า และหลุดโฟกัสบ่อย
– ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ Micro SD Card
– ไม่รองรับ Wi-Fi มาตรฐาน ac บนคลื่นความถี่ 5 GHz
– บัค Software จิปาถะ

บทสรุป

ASUS Zenfone Live เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีจุดเด่นเรื่องของแอปพลิเคชัน Beauty Live เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบมารองรับการทำ Live โดยเฉพาะ ทำให้เราสามารถปรับแต่งความ Beauty ได้ในขณะที่ทำการ Live ได้เลย การใช้งานโดยรวมผมว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่เหมาะกับการนำมาดูหนังฟังเพลงมากกว่า ด้วยหน้าจอที่ขนาดกำลังดี สีสันสวยงาม และการจัดการพลังงานใช้ได้ หากพูดถึงเรื่องของสเปคที่ให้มา สำหรับการใช้งานทั่วไปแล้วไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด แต่ไม่เหมาะที่จะนำไปเล่นเกมจริงจังครับ ตัว Zen UI ที่ทำมีความใกล้เคียงกับรุ่นพี่ Zenfone อื่น ๆ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องหลังมีคุณภาพดีใช้งานถ่ายภาพทั่วไปได้ไม่มีปัญหา ส่วนภาพถ่ายของกล้องหน้าจะขึ้นอยู่กับสภาพแสงเป็นหลักครับ ว่าจะถ่ายออกมาดีหรือไม่ดี ปัญหาที่พบจะเป็นเรื่องบัค Software จิปาถะบ้างเล็กน้อย คงต้องรอให้ผู้ผลิตพัฒนาตัว Software ออกมาให้เหมาะสมกว่านี้ครับ สำหรับใครที่ต้องการโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด มาใช้งานทั่วไป ASUS Zenfone Live ก็ถือว่าทำได้ดี สมราคา น่าสนใจไม่น้อยครับ
Editor : Masuo
65
BEST FEATURE

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-001วันนี้เราจะมารีวิวน้องใหม่จากค่าย ASUS หรือ ASUS Zenfone Live ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำ Live โดยเฉพาะ มีจุดเด่นเรื่องโหมด Beauty ที่สามารถใช้ในการ Live ได้เลย ทำให้ภาพที่ได้ออกมามีความสวยงามมากขึ้น แต่นอกจากการทำ Live แล้วจะมีอะไรน่าสนใจอีกบ้างวันนี้เราจะพาไปดูกัน

สเปค ASUS Zenfone Live

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 410 Quad core
  • Ram 2 GB
  • ความจุ 16 GB รองรับ MicroSD Card ความจุสูงสุด 128 GB
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2 พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน พร้อมแฟลช LED Soft Light
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อมแฟลช LED
  • ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow
  • รองรับ 4G LTE และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • แบตเตอรี่ความจุ 2650 mAh
  • ราคา 4,990 บาท

ภายในกล่องของ ASUS Zenfone Live จะประกอบไปด้วยตัวเครื่อง ASUS Zenfone Live อะแดปเตอร์ 5.2V – 1A, สาย Micro USB หูฟังแบบ Earbud และคู่มือการใช้งาน

Design

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-009รายละเอียดตัวเครื่อง ASUS Zenfone Live เริ่มจากทางด้านหน้า ประกอบไปด้วยหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD เป็นพาแนลแบบ IPS ตัวหน้าจอต้องยอมรับว่าดีเหมือนรุ่นพี่เลย

ในเรื่องของมุมมอง สีสันที่แสดงออกมา ให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้เมื่อใช้งานเป็นเวลานานแล้วไม่มีอาการล้าดวงตามาก กระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D มีความโค้งเล็ก ๆ บริเวณมุมกระจก สำหรับโทรศัพท์มือถือราคานี้แล้ว ยอมรับเลยว่าทำให้เครื่องสวยงาม(ดูแพง)ขึ้นมากเลยครับ

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-010ด้านบนหน้าจอประกอบไปด้วยลำโพงสำหรับสนทนา, กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 82 องศา ขนาดพิกเซล 1.4 ไมครอน และมาพร้อมกับแฟลช LED แบบ Soft-light

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-012ด้านล่างหน้าจอเป็นปุ่ม Navigation Keys และไม่มีไฟใต้ปุ่มมาให้เหมือนเคย

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-003ด้านข้างของ ASUS Zenfone Live เริ่มจากทางด้านขวามือ ประกอบไปด้วยปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ที่มีดีไซน์แบบ Zen Design เหมือนกับ ASUS Zenfone รุ่นอื่น

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-004ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ด รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด Hybrid Slot (เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 128 GB) และรองรับ LTE Cat 4

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-006ด้านล่างมีพอร์ตเชื่อมต่อ Micro USB และลำโพงหลักของตัวเครื่อง โดยลำโพงที่อยู่ใน ASUS Zenfone Live จะเป็นลำโพงแบบ 5-Magnet ให้เสียงที่ดังกระหึ่ม (เทคโนโลยีเดียวกับใน ASUS Zenfone 3) และมี Smart Amplifier ที่เคลมว่าให้เสียงดังกว่าปกติถึง 6 เท่า

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-005ด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร กับไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-007ด้านหลังของ ASUS Zenfone Live ประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, แฟลช LED และมีโลโก้ ASUS อยู่ตรงกลาง

ตัวเครื่อง ASUS Zenfone Live ใช้วัสดุหลักเป็นพลาสติก มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีทอง Shimmer Gold, สีชมพู Rose Pink และสีดำ Navy Black หน้าตาเรียกได้ว่ามีความคล้ายรุ่นพี่อย่าง  ASUS Zenfone 3 อยู่ไม่น้อยเลย

จากการใช้งานพบว่า ตัวเครื่องมีขนาดเล็กพอดีมือ หากเทียบกับตัวเครื่องที่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วจะพบว่าการจับถือกระชับขึ้นมาก น้ำหนักตัวเครื่องจัดว่าเบา เนื่องด้วยขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่มากประกอบกับวัสดุตัวเครื่องที่เป็นพลาสติก ทำให้เวลาถือนาน ๆ สบายมือ

หากใครจะนำไปทำ Live แบบเดินถือไปถ่ายไปละก็ ทำได้อย่างสบาย ๆ ครับ การใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ทำได้ดี ไม่ว่าจะหยิบ หรือจะใส่ไม่รู่สึกอึดอีดแต่อย่างใดครับ

Software

ASUS Zenfone Live SWASUS Zenfone Live มาพร้อมกับ Android เวอร์ชัน 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย ZenUI ตามสไตล์ ASUS ตัว UI มีความเหมือนกับ UI ของ ASUS Zenfone รุ่นอื่น ๆ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

สิ่งที่ผมประทับใจจาก Zen UI คือความง่าย และความครบ หน้าตา UI ที่ออกแบบมาให้เข้าใจง่าย มองแล้วรู้ทันทีว่าคืออะไร จากที่ได้ลองใช้งานมาระยะเวลาหนึ่งพบว่า ตัว Software เหมือนกับใช้ Software ตัวเดียวกันกับรุ่นพี่

ก่อนหน้านี้ผมได้รีวิว ASUS Zenfone Zoom S พบว่าตัว Software มากกว่า 80% มีความใกล้เคียงกับ ASUS Zenfone Live มาก ๆ จึงสามารถใช้งานฟีเจอร์อย่าง DTS X Headphone และการปรับสีหน้าจอ สามารถเร่งสีสันเพิ่มได้ สำหรับใครที่ชอบหน้าจอที่สีสดกว่านี้ด้วยครับ

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-018ข้อดีของการมี Software แบบนี้คือ สามารถใช้ความสามารถได้ใกล้เคียงรุ่นพี่ในราคาที่ถูกกว่ารุ่นพี่ ข้อสังเกต เนื่องจาก Software ที่นำมาใช้ถูกออกแบบมาเพื่อ Hardware ที่มีสเปคสูงกว่านี้ จึงมีอาการค้าง กระตุก และในกรณีที่แย่ที่สุด ตัว Software ไม่สามารถติดต่อกับ Hardware ได้

ถัาพูดให้เห็นภาพเช่น ตัวกล้องไม่สามารถใช้งานได้ และตัวเครื่องไม่สามารถอ่าน Micro SD Card ได้ วิธีแก้ไขให้ทำการ Restart เครื่องก็จะหายเป็นปกติ แต่ในกรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราใช้งานตัวเครื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือพยายามจะรีดประสิทธิภาพเต็มที่เท่านั้นครับ

ASUS Zenfone Live มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน ตัวจัดการโทรศัพท์มือถือ ที่จะรวมเอาการทำงานในหลาย ๆ ด้านมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต 3G 4G ,การปรับแต่งการใช้งานของแบตเตอรี่ ,การเร่งความเร็วของเครื่อง ,การตั้งค่าการแจ้งเตือน ,การจัดการที่เก็บข้อมูล ,ความปลอดภัย และสิทธิการเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของเครื่อง เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ใช้ได้งานสะดวกอีกแอปพลิเคชันหนึ่งเลยครับ

 

Feature

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-014แอปพลิเคชัน Beauty Live สามารถปรับแต่งระดับความ Beauty ได้ถึง 10 ระดับรองรับการ Live ทั้งตัว Facebook และ Youtube แบบ Beauty

ASUS Zenfone Live มีแอปพลิเคชันที่ออกมารองรับโดยเฉพาะ ทำให้เราสามารถปรับแต่งความ Beauty ได้ในขณะที่ทำการ Live Stream ได้เลย ถ้าจะให้อธิบายหลักการทำงานแบบง่าย ๆ ของแอปพลิเคชันนี้จะประมาณว่า

ปกติเราจะทำ Live Facebook จะมีขั้นตอนประมาณนี้ครับ

ผู้ถ่ายทอดสด —> Hardware เครื่อง —> แอปพลิเคชัน Facebook —> Server —> ผู้ชม

Beauty Live จะมีขั้นตอนประมาณนี้

ผู้ถ่ายทอดสด —> Hardware เครื่อง —> Beauty Live —> แอปพลิเคชัน Facebook —> Server —> ผู้ชม

จึงเหมือนเป็นการสร้างฟิลเตอร์เพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ภาพที่ได้เลยมีความเนียนตาเพิ่มมากขึ้นครับ

สำหรับข้อสังเกตในส่วนของการทำ Live จะมีเรื่องคุณภาพของอินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การเชื่อมต่อ WiFi ของ ASUS Zenfone Live  ยังไม่ได้รองรับ WiFi AC จึงอาจจะมีการกระตุกของสัญญาณบ้าง หรือจะทำผ่าน 4G ก็จะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตครับ

Camera

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-002ASUS Zenfone Live มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.0 จากการใช้งานพบว่าตัวกล้องทำงานได้ดี มีโหมดมาให้ใช้งานหลากหลาย โดยโหมดที่ผมชอบใช้งานจะเป็นโหมด HDR Pro ทำให้คอนทราสของภาพมีค่าที่สูงขึ้น และโหมดความละเอียดพิเศษ ที่ทำให้เวลาเราใช้งานถ่ายภาพเอกสารตัวเล็ก ๆ จะทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดเป็นพิเศษ สรุปภาพถ่ายที่ได้เรียกได้ว่าสมราคาแล้วครับ

จุดที่ยังรู้สึกว่าควรนำไปปรับปรุงจะเป็นเรื่องของการโฟกัสที่ทำได้ช้า และมีการอาการหลุดโฟกัสบาง วิธีแก้ไขให้ลองเช็ดทำความสะอาดเลนส์กล้อง หรือการกดค้างเพื่อล็อคโฟกัสดูครับ

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-013กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2 พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน พร้อมแฟลช LED Soft Light จากการใช้งานพบว่า ตัว Software ทำงานได้ดี มี Face Detection และ Touch Focus ด้วย เรียกได้ว่าตัวกล้องหน้ามีการรีดเอาประสิทธิภาพของ Hardware ออกมาสูงสุดแล้วครับ

โหมด Beauty ในแอปพลิเคชันกล้องของ ASUS Zenfone Live ยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ การพรีวิวภาพจากกล้องหน้าก่อนถ่ายยังไม่รู้สึกถึงความต่างของโหมด Beauty สักเท่าไหร่นัก ปรับสุดแล้วหน้ายังยับอยู่เลย

แต่เวลาถ่ายออกมาหลอนเป็นผีจูออนทั้ง ๆ ที่ตอนพรีวิวยังไม่เป็นแท้ ๆ  จึงทำให้เราปรับตั้งค่าไม่ถูก ต้องถ่ายเสร็จก่อน แล้วกดดูรูปภาพที่เซฟเสร็จ ถึงจะรู้ว่าถ่ายออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ต่างกันกับตัว Beauty Live ที่มีการพรีวิวที่ดีมาก เนียน และ Real time จึงทำให้การปรับตั้งค่าทำได้ดีครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง ASUS Zenfone Live

Performance

Review-ASUS-Zenfone-Live-SpecPhone-016ASUS Zenfone Live มาพร้อมกับ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 410 เรียกได้ว่าเป็นชิปตัวน้องเล็กสุดก็ว่าได้ครับ

Ram 2 GB  ที่ให้มาจากการใช้งานไม่พบว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด ยังสามารถสลับแอปไปมาได้ดีในระดับที่น่าพอใจครับ

ความจุ 16 GB เรียกได้ว่าเป็นขนาดความจุเริ่มต้นก็ว่าได้ครับ สำหรับสมัยนี้ต้องยอมรับว่าน้อยไปจริง ๆ แต่ก็เราสามารถใส่ Micro SD Card เพิ่มได้ครับ

การใช้งานทั่วไปลื่นไหล จะเล่น Facebook เล่น Line หรือเข้าเว็บไซต์ ทำได้อย่างพริ้ว ๆ จะมีอาการกระตุกตอนดูรูปภาพขนาดใหญ่ที่จะเห็นได้ชัดเท่านั้นครับ

ASUS Zenfone Live ไม่เหมาะที่จะนำมาเล่นเกมจริงจัง ผมได้ทดสอบเล่นเกม ROV ปรับภาพต่ำสุด พบว่าเล่นได้ อาจจะมีช่วง Frame Drop บ้างเล็กน้อย แต่สิ่งที่จะทำให้เราหมดความอยากเล่นไปก่อนจะเป็นเรื่องความกระตุกในหน้าจอเมนูภายในเกมมากกว่าครับ และตัวเครื่องเวลาใช้งานเต็มประสิทธิภาพจะมีความร้อนบริเวณด้านหลังตัวเครื่องอยู่เล็กน้อยด้วยครับ

ลำโพงตัวเครื่องเสียงดังดี และเสียงจะออกไปทางโทน Warm ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงนุ่ม ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เรียกได้ว่าธรรมดา ๆ ครับ

ASUS Zenfone Live ได้ให้แบตเตอรี่มา 2650 mAh ทดสอบด้วยการดู Facebook Live เป็นเวลา 3 ชั่วโมง พบว่าแบตเตอรี่ลดลงไปประมาณ 25% เรียกได้ว่า ก็ใช้ได้อยู่!!

Gallery

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..